GFGF's profileGreatFoodGoodFriendsPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
August 05 South of Laos--Waterfall in Love 17-20070817-20 Jul 2008 --by Khun Valen
ไปซิ่งน้ำตกมาที่ลาวใต้ สวยงาม อลังการ
ไปทริปตะลุยกะผู้ชำนาญทางคาราวาน สนุกดีจัง
ได้แวะดูเทียนพรรษาที่อุบลด้วย รู้สึกดี๊ดี
แวะไหว้พระวัดป่าใหญ่ ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทหินพนมรุ้งที่บุรีรัมย์
เจอพี่อนงค์ที่ปราสาทหินพนมรุ้งเฉยเลย ทำไมโลกมันแคบได้ขนาดนี้นะๆๆๆ
June 03 Valen and the City - NYC, Boston, Niagara fall 17-300508โอ้โห ไม่ได้อัพเดทเว็บไปหกเดือน เวลาช่างผ่านไปไวจริงๆ ทริปเล็กๆย่อยๆ ก็อัพเดทไม่ทันกันซะแล้ว อัพเดททริปอเมริกากันเลยดีกว่า...........ไปเที่ยวแล้วไม่อยากกลับมาทำงานอีกตามเคย...
Sat 17 May 2008 เก็บกระเป๋า บินไป New York JFK airport
ปั่นงานสุดฤทธิ์จนดึกดื่น เมื่อคืนเลยไม่มีแรงแพคกระเป๋าต้องมาแพคกันตอนเช้า ซิ่งไปสนามบิน เครื่องออก 11.05am ดีจัง online check-in ไปก่อน ก็ไปขึ้นเครื่องพอดิบพอดี ขึ้น CX741 BKK-HK จองที่นั่งริมหน้าต่างแถวหน้าสุดเอาไว้ ไปนั่งข้างคู่สามีภรรยารุ่นพอ่แม่แต่สวีทกันสุดฤทธิ์ นั่งจับมือกันตลอดทาง ดูน่ารักน่าอิจฉาจิงจิ๊ง ถึงฮ่องกงประมาณบ่ายสาม 15.05 มีเวลาเหลือตั้งสามชั่วโมงแน่ะ เพราะเครือ่งออกประมาณ 6 โมง หนังสือก็ดันใส่กระเป๋าโหลดไปแล้ว อยากซื้อหนังสือก็ไม่อยากได้เศษเงินฮ่องกง เลยไปยืนอ่านฟรีดีกว่า อิอิ ทำไมสองชั่วโมงมันผ่านไปช้าจังว๊า อยากกินสตาร์บัค ก็ขี้เกียจแลกเงินอีกแล้ว...อารมณ์แบบนี้ทำให้ประหยัดกับเค้าได้ด้วยนะเนี่ย พอไปนั่งเล่นรอเอากล้องออกมาดูรูปซะแป๊บ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก็ขึ้นเครื่องบินยาวจาก HK-JFK NY ลุ้นนะเนี่ย แต่ละเที่ยวว่าจะได้นั่งข้างใคร ถึงว่าจะจองที่นั่ง aisle ไว้แล้วแถวกลาง และแล้ว ปรากฎว่าเป็นตี๋น้อยประมาณ3-4 ขวบกะอาซิ้ม ไอหยา แย่แล้ว จะได้นอนมะเนี่ยตู ถ้าเด็กร้อง ซุกซนจะทำไงดีเนี่ย แอบนอย lol สรุป เด็กประพฤติตัวดีมากค่ะ ไม่งอแงเลยซะนิด ซิ้มแกคุมดีมาก ตอนนอนก็สบายดี เพราะเด็กตัวเล็ก ที่นั่งเลยโล่ง นอนสบาย มีเด็กแอบมาเตะเล็กน้อย แต่ไม่ร้องงอแง น่ารักจัง เสียอย่างเดี่ยว รู้สึกจะปล่อยระเบิดมาสามลูก กลิ่นแรงมาก ต้องรีบหันหน้าหนีด่วน....... และแล้ว 10.40pm ก็ร่อนเครือ่งลง ดีใจจัง รีบซิ่งไปเข้าห้องน้ำ โผล่มาอีกที แถวยาวเฟ้ย แอบวัดพื้นลื่นไปหนึ่งทีต้อนรับแต่ทำเนียน เดินไปต่อแถว non-resident ซิ ทำไมแถว resident มีแต่คนหัวดำนะเนี่ย ถือ US passaport แต่เป็นคนเอเชียทั้งแถว เริ่ด สรุปกว่าจะได้กระเป๋าก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว รถเข็นก็คิดตังค์ งกจิงๆ รีบหาทางออกมาเรียกแท็กซี่ มีพี่มืดมาเรียกอีก ยุ่งจัง เราต้องทำไม่สน เชอะๆ หาของถูกกฎหมาย ฝนตกอีก กรี๊ดด ของก็พะรุงพะรัง กว่าจะได้ขึ้น taxi ตามที่อยู่ที่อ้นแจ้งมา อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ไม่ได้หาดูบนแผนที่เลย...สรุปมุ่งหน้าไปอพารตเม้นต์หรูของโต นี่เอง ใกล้ๆ Time Square กำลังมีปารตี้คาราโอเกะกัน ก็ไปแจม ซะพักก็มีเพื่อนมาอีกเยอะแยะ จนห้องแน่นไปเลย อยู่กันเกือบตี 3 ก็ตะลอนไปบ้านจิ๊บบี้ ที่ Flushing พยายามจะโหลดรูปลงแผ่น แต่ไม่สำเร็จ กว่าจะได้นอนก็ตี 4 กว่าแน่ะ
Sun 18 May 2008 - Sobaya and MoMA Musuem
ตื่นมาสิบโมงกว่าๆแล้ว กว่าจะได้เสด็จออกก็เที่ยงครึ่ง อ้นจะพาไปกิน Just Salad ปรากฎว่า วันอาทิตย์ร้านปิดซะงั้น เลยได้ไปกินข้าวหน้าปลาทูน่าสุดอร่อยที่ร้าน Sobaya เดินเกือบจะถึงร้าน ฝนก็ตกซะงั้น เห้อ...สั่ง.... อร่อยจังงง อิ่มแล้วด้วยความที่ฝนตกเลยต้องหลบเข้า MoMa musuem ไม่มีบัตรนักเรียนเลยจ่าย adult ticket $20 เลย เสียดายจัง เดินเล่นๆๆ สนุกดีอ่ะ ชอบๆๆ มีภาพวาด ภาพแปลกๆใหม่ๆ เก๋ๆ Modern Art แวะซื้อของที่ระลึกแล้วก็เดินไปนั่งรอที่ Starbuck คอ่ยยังชั่ว เมื่อยเท้ามาก รอไปกินร้าน Wandee สาขา 1 เจอ นริศ ก้อย เอม ที่หน้าร้านพอดี ดีจัง ร้านเล็กๆแต่อร่อยมากมาย มาถึงวันแรกกินอาหารไทยเลยซะงั้น แต่อร่อยแฮะ มิ้ม ตามมาเจอ แล้วก็แวะไปทักทายอิ๋ง กะแก๊ง Columbia Uni. ที่ Wandee สาขา 2 ใกล้ๆกัน เสร็จปั๊บ แวะไปกินขนมหวานต่อที่ร้านเล็กๆน่ารักๆ ชื่อ Kyotofu เจอน้อง...ตามมา แล้วก็ไปขึ้นรถนริศ ขับไปย้ายกระเป๋าที่บ้านจิ๊บ ปูเป้กับป๊อปปี้ กลับมาจากNiagara Canada แล้ว พวกเราก็ย้ายของ มายังบ้าน Champs in Queens area, broadway rd. เบียดกันมากระเป๋าจะทะลักรถมากๆ ขอบคุณนริศ และรถของน้อง...มากนะจ๊า
Mon 19 May 2008 - Statue of Liberty- Wall St. - Ground Zero - Century21
ออกกัน 8.30 เนือ่งด้วยจองตั๋วขึ้น Ferry ไว้ 9.30am ไปถึงกระหืดกระหอบมากมาย แดดแรง โชคดีจัง เมื่อวานยังฝนตกอยู่เลย แต่ลมก็แรง กว่าเรือจะออกตั้ง 10.30 แน่ะ ไปถึงก็แอบหิว ต่อแถวซื้อ Chocolate แล้วก็โอเอ้ถ่ายรูปด้านล่าง กว่าจะได้ขึ้นตัวรูปปั้นก็เที่ยง เลยต้องโทรไปยกเลิกนริศที่ตอนแรกกะว่าจะไปขึ้นCruise ที่ South Street Seaport กันคงไปไม่ทันแน่นอน คงรีบเกินไป เลยตัดใจ เดินโอ้เอ้กว่าจะลงมาถ่ายรูปถึงตัวรูปปั้น ซึ่งถือว่าเป็นชอตสำคัญของการเก็บภาพ เมฆฝนก็มาซะงั้น กร๊ดดด สรุป ได้ถ่ายรูปหน้าเทพีไปไม่ถึงครึ่งนาที ทำเวลาสุดฤทธิ์ ผมก็ฟูฟ่องลมแรงเหลือเกิน ฟ้าหม่นหมองๆ วิ่งหนีฝนเข้าไปซื้อ Souvenir แทน จากนั้นก็ตัดสินใจโอ้เอ้หามื้อเที่ยงกินบนนั้น กิน Fish and Ship จนแอบเจ็บคอซะงั้น อากาศหนาวมากมายยยยย เพราะลมแรงและอยู่ริมน้ำ ประมาณบ่ายสามก็มาอยู่บนเรือเตรียมกลับ ไม่ได้แวะ Ellis Island อีกแหละเพราะเห็นว่ามีแต่ Musuem แล้วตอนนั้น รู้สึกหนาวมากมาย ไม่อยากออกจากเรือเลย จนมาถึงเกาะ เดินไป Wall Street ถ่ายรูปกับกระทิง NYSE and FED จากนั้นพวกเราแวะนั่งพักที่ Starbuck แล้วไปตะลุยห้าง Century 21 กัน ออกมา เดินผ่าน Ground Zero ที่เก่าของตึกเวิรลเทรด ก็ไม่มีอะไรให้ถ่ายรูป อากาศครึ้มๆลมแรงๆเหมือนฝนจะตก เย็นนี้ไปกินข้าวที่ไหนหว่า....ลืมจด
Tue 20 May 2008 - Grand Central, Columbus Circle, Time Warner Center, The Metropolitan Museum and Time Square, Mechankotei, Cry Baby Musical, M&M, Omania Big Fat Greek Wedding
ตื่นมากว่าจะได้ออกก็เกือบ 11โมง ตั้งหน้าตั้งตาจะไปกิน Just Salad แต่ปรากฎว่าไปถึง 11.10am แต่ร้านเปิด 11.30am ต้องรอก็ไม่อยากเสียเวลากัน เลยกินร้าน Bistro ข้างๆก็ได้ เรากะเป้เน้นของหนัก ตักข้าวราดกับจีนกันเป็นกรรมกรมาก แต่ก็หมดเรียบ อ้นกิน Salad ดู healthy ซะเทียบกะสาวๆ ป๊อบปี้กินซูชิกะชอคโกแลตร้อน ที่สุดแสนไม่อร่อย อิ่มแล้ว ออกมาก็ฝนตก เลยเดินหลบเข้าไปถ่ายรูปที่ Grand Central Terminal ดีกว่า ออกมาถ่ายด้านนอกตรงสะพาน ต้องรีบกลับไปดูเรือ่ง I am the legend ซะแล้ว...จากนั้นนั่ง Subway ไปลง Columbus Circle ฝนตกอีก แวะห้าง Time Warner Center
Wed 21 May 2008 - Rockefeller, 5th Ave, Columbia Grad day, Cafe de Soleil, Manhatan Mall, Macy, shopping Victoria Secret & Roxy, Econ 31 reunion at Saigon Grill, Max Branner Chocolate
Thus 22 May 2008 - Woodbery Common Premium Outlet
Fri 23 May 2008 - Charles River, MIT, Harvard , Lunch at Le's, Harvard Sqare, Bhumiphol square, John Harvard Monument, Fidale Cake Shpe, Kendall Square, MIT Dome (Elliot Court), Shabu at Toki Shabu, Yo Berry
Sat 24 May 2008 - Rockport, Public Garden, Newbury Rd. for shopping, Eats&Treats Creperies
Sun 25 May 2008 - Buffalo, Niangara Fall, Shopping Outlet, Dinner with Thais in Buffalo
Mon 26 May 2008 - Memorial Day...Back to NYC, South Street Seaport, View of Brooklyn Bridge, Central Park (The Pond, Sheep Meadow, Great Lawn, Swedish Cottage, Bevedere, Bathesda fountain, the Mall), 5th Ave, Jaiya Malaysia food, Aim's place
Tue 27 May 2008 - City Hall Park, Brooklyn Bridge, Brooklyn Icecream Factory, Pizza Gridali, Soho, Magnolia (Cup Cake in Sex and the City), Aim place again
Wed 28 May 2008 - Just Salad in Brian Park, Public Library, 5th Ave with Apple shop, Central Park (Jumping series), Meet N'B& Puifai @Columbus Circle, Flataron Building, Dinner at Sushi Samba, Empire Building, Serendipity
Thu 29 May 2008 - Liberty Statue, Meeting Mijin, Lion King Musical, Time Square
Fri 30 May 2008 - JFK Airport back to HK...
January 13 Khao Yai & Ayutthaya: Ciao Tailandia28th December 2007 - 8th January 2008 - By Khun Valen
ในที่สุดก็มีเพือ่นมาเยี่ยมเมืองไทยอีกสองราย เลยถือโอกาสลางานปีใหม่หนึ่งวัน ไปรับ Nathalie & Adela ที่แอรพอรต สรุปภาพที่เราตั้งใจจะไป Welcome Galsss at the exit gate ก็มลายหายไป เพราะกว่าจะไปถึงก็แอบสาย ฮ่าๆ จนเค้า sms มาตามว่ามาถึงแล้วนะ ไม่รู้จะให้เค้ารอที่ไหน starbuck มีรึป่าวตรงไหนหว่า นึกไม่ออก จำได้แต่ Black Canyon เลยถือโอกาสโฆษณาร้านของไทย เค้าคงงงๆ แต่เค้าบอกว่า ถามทุกคนก็รู้จัก ค่อยยังชั่ว และปรากฎว่า มันอยู่ติดกะ Starbuck เลยครับท่าน haha แอบหน้าแตก แต่ช่างมันเหอะ
28th Dec 07
มาถึงวันแรกก็ลุยเลยไม่เสียเวลา ซึ่งไปกินข้าวที่ท่าพระจันทร์ แล้วก็นั่งเรือเข้าคลองบางกอกน้อย เราทำตัวนักท่องเที่ยวไปด้วยสุดฤทธิ์ lol ไม่เคยนั่งมาก่อนเหมอืนกัน ตื่นเต้น อิอิ จนผ่านตลาดน้ำตลิ่งชันไปก็ไม่รู้เรือ่ง เพราะมันวายไปแล้ว แล้วพี่คนเรือก็ไม่บอก ฮ่วย...แล้วก็ให้อาหารปลา แล้วแวะบ้านเรือนไทย ฝรั่งเสีย 200 คนไทย 100 ก็เอาล่ะ ลงไปดูอะไรก็ไม่รู้สำหรับพวกเรา มีบ้านทรงไทย สวนกล้วยไม้ สระบัว มีโชว์รำอีสาน กะต่อสู้ฟันดาบ เค้าเอายาดองมาให้ชิมด้วย เจือ่นๆจิบไปนิดนึงแล้วก็ไปดีกว่า...นั่งๆเรือไปเรื่อยๆ ปรากฎว่าเรือติด!! เพราะต้องรอประตูกั้นน้ำเปิดเป็นระยะๆ เลยขี้เกียจรอ ขอลงกลางทางแล้วเดินต่อไปวัดอรุณฯ ด้วยตัวเอง เพือ่นๆก็ตื่นเต้น แล้วก็ข้ามฟากมา กะจะดูวัดโพธิ์กะวัดพระแก้วต่อเลย แต่พวกเค้าไม่ไหวแล้ว ประมาณว่าไม่ได้นอนทั้งคืน อยากพักสุดๆ ก็เลยพาเค้ากลับไปนอนบ้านต้า รอเพือ่นๆ kob_tum มางานปีใหม่ด้วย สนุกดี กินส้มตำอีสานกันเผ็ดแซ่บ แต่ได้ข่าวว่าซื้อมาไม่พอนะคะ ส้มกะเอกมาช้าเลยต้องกินมาม่า แหะแหะ แต่ที่แน่ๆขนมมีเยอะมากมาย เยอะกว่าของคาวอีก!!!!!!!!!!
29th Dec07
ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เขาใหญ่ รถไม่ติดเพราะใช้คนละเส้นทาง ไปถึงก็แวะน้ำตกเหวนรก เดินๆๆลงไปทางเป็นปูนเดินง่าย จนก่อนกลับ เกือบกลับอยู่แล้วว แต่เจ้าหน้าที่ใจดีแนะนำว่า เดินไปทางนี้เห็นโดยรอบ สวยกว่ามากๆๆ แต่ไม่มีใครได้เดินถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ ก็โชคดีจัง ก็เดินๆ จะผ่านเหวที่ช้างตก และมีเสาต้นใหญ่ๆเรียงเป็นแถวๆกันช้างตก เดินๆไป ว้าววสวยจัง เห็นน้ำตกจากมุมสูง และเขา Superman! เจ้าหน้าที่ตัดเถาวัลย์ให้เห็นน้ำไหลออกมาเลยด้วย บอกว่ากินได้ ใช้เอาตัวรอดเวลาอยู่ในป่า เก่งจิงๆ ขากลับแวะนั่งกินไก่ย่างที่ข้างๆน้ำตก อิ่มแล้วเดินทางต่อ ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ เรือ่งส่องสัตว์ แล้วมุ่งหน้าไปจุดกางเต้นท์ผากล้วยไม้ คนเยอะมากกกกก เกือบหาที่ลงไม่ได้แน่ะ กางเต้นท์เสร็จเกือบสี่โมงกว่า ยังพอมีเวลา อยากทำได้หลายๆอย่าง เลยตัดสินใจเดินป่าอีกหนึ่งเส้นทาง ผ่านน้ำตกกล้วยไม้ มุ่งหน้าไปน้ำตกเหวสุวัต เดินไปเดินมาใจตุ๊มๆต่อมๆ เพราะมันเริ่มเย็น เริ่มมืด แต่คุณวาเลนใจสู้ ขอเดินต่อไปเพือ่ไปถึงน้ำตกเหวสุวัติให้ได้ ไม่มีใครเค้าเดินกันแล้วเลยนอกจากพวกเรา ไม่น่าเลยฮือๆๆ แต่ก็โชคดีไม่หลงป่า เดินจนทะลุสุดทาง อ้าว!!! ไหนละฟะ น้ำตก??? เดินมาตั้งไกล สรุลต้องเดินข้ามลานจอดรถไปอีกฟากหนึ่ง ถึงจะถึง โธ่เอ๊ยยย ถ้าเป็นคนไทยคนอื่น เค้าก็ขับรถไปกันน่ะแหละ ไม่ต้องเดินป่าให้เมื่อยอย่างพวกเรา ว่าแล้วก็รีบไปติดต่อรถกระบะที่จอดๆรออยู่ว่าขอติดรถไปลงที่ค่ายด้วยนะคะ ก็ถ่ายรูปได้ใบสองใบ ก็ต้องรีบกลับแล้วเพราะเค้าเปิดระฆังไล่คนออกจากบริเวณ
กลับที่เต๊นท์ก็ไปกินข้าวที่ศูนย์อาหาร อากาศเริ่มหนาวๆ มื้อนี้ แนะนำขนุน ให้เพือ่นเค้าก็ชอบ(ชอบทุกอย่าง lol) แล้วรอไปส่องสัตว์ ขึ้นรถยังกะรถขนหมู อิอิ ส่องๆไป เห็นกวางเยอะมากๆๆๆๆ เห็นเม่นด้วยล่ะ ตื่นเต้นๆๆ สุดท้ายเห็นช้างที่โป่งช้าง อ่ะพอละ ยังดีกว่าไมได้เห็นอะไรอย่างที่ตอนแรกคิดไว้ เสร็จแล้วก็กลับเต็นท์ไปนอน
30th Dec07
ตื่นเช้ามาเก็บเต็นท์แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวกม 33 ได้ข่าวว่าขับเลยอีก นัดพบไปเดินป่าผ่านเส้นทางช้าง แต่ก็ไม่เห็นช้างซะตัว(ดีแล้วล่ะ) เดินผ่านทุ่งหญ้าแล้วไปหอดูสัตว์หนองผักชี นั่งพัก แล้วก็แวะจุดชมวิวถ่ายรูป อำลาเขาใหญ่ ขับรถออกจากตัวอุทยาน แวะกิน Khao Yai Steak house แล้วก็มุ่งหน้าเข้าสูที่พักที่ สักภูเดือนรีสอรท สวยดี ได้บ้านสองหลังติดกัน ไปถึงรีบอาบน้ำกันก่อนเลย เพราะแอบดองเค็มกันมา ฮ่าๆ แล้วก็งีบ...ไปด้วยความเหนือ่ยอ่อน ตื่นมาก็แวะไปกินข้าวเย็น สั่งอาหารไทย เผ็ดชิปเป๋งเลยย เรากินยังเผ็ด เค้ากินเลยไฟแลบ อิอิ นี่แหละอีสานของแต๊
31st Dec07
กินอาหารเช้ากว่าจะได้ออกก็สิบโมงกว่า ตอนแรกกะกลับเร็ว แต่สุดท้ายแล้วก็เปลี่ยนใจ พาเค้าออกนอกเส้นทางผ่านตัวเมืองโคราช ไปปราสาทหินพิมาย เคยมาตั้งแต่อยู่ม.2 ได้มั๊งเนี่ย เค้าก็ชอบกันใหญ่ ประมาณว่าไม่เคยเห็น จิงๆจำไม่คอ่ยได้เลยว่ามันสำคัญยังไง จนต้องอ่านไกด์บุ๊คกะเค้าไปด้วยถึงได้รู้ว่าเป็นศิลปะอิทธิพลเขมร มีมาตั้งแต่ก่อนสุโขทัยอีก โอ้วแม่เจ้า ไมได้จำประวัติศาสตร์ไทยได้เล้ยยยย แอบละอายใจ แหะแหะ ไปเที่ยวนี่เลยเหมอืนเป็นนักท่องเที่ยวไปด้วยเต็มตัว
ออกจากพิมายก็ไปแวะไทรงาม ไปดูต้นไทร 250 ปี รากยาวย้อยไปหมด ดูอลังการดี ตอนแรกกะแวะเข้าไปกินผัดหมี่โคราชที่พี่น้ำแนะนำ แต่เพิงๆมันอยู่ติดไทรงามพอดี เลยแวะไปถ่ายรูป เสร็จแล้วบึ่งไปอ.ปักธงชัย ไปไร่จิมทอมส์สัน ซึ่งเปิดแค่ 22ธันวา-6มกราเอง เปิดแค่ช่วงปีใหม่ ขับรถไปไกลเหมอืนกันไปถึงตั้ง 5โมงเย็น ซึ่งปกติเค้าปิดแล้ว แต่ที่นี้วันปีใหม่คนเยอะเค้าเลยอนุโลม ซึ่งก็กะอยู่แล้วว่ายังไงก็คงอ้อนวอนสุดชีวิต เพราะเข้าซอยไป 20 กม.แน่ะกว่าจะถึง! นั่งรถรางเข้าไป ผ่านทุ่งชาใบหม่อน แล้วไปถึงสวนดอกไม้ Adela หกล้มอีก กางเกงขาดเลย เห้อๆ เลยแอบจ๋อย อารมณ์ตื่นเต้นลดลงเล็กน้อย นั่งรถไปจุดสอง แวะบ้านทรงไทย น่ารักดี มีจักรยานสามล้อ หน้ากากผีตาโขน รังไหม แล้วก็ไปแวะสวนทุ่งทานตะวันกะฟักทอง สวยจิงๆๆ เสียดาย มันเย็นเกินไป เลยถ่ายรูปไม่ค่อยสวย แต่ขนาดเย็นขนาดนั้น ดอกไม้ยังสวยขนาดนี้ ยกนิ้วให้เลยค่ะ ถ่ายรูปได้แป๊บเดียวเองไม่จุใจเลย มืดซะก่อนต้องกลับแล้ว
ถึงบ้านแวะกินก๋วยเตี๋ยวแล้วพา Nat&Adela ไปปีใหม่ Count down at Brown Sugar (Jazz Music) ไม่มีนับ 5 4 3 2 1 เลยยยยย ผ่านไปแล้วไม่รู้เรือ่ง แล้วก็ย้ายร้านไปที่...(จำชื่อไมได้แฮะ) ซะพักก็กลับ
1st Jan08
Happy New Year ตื่นเช้ากินข้าวต้ม มุ่งหน้าไปอยุธยา แวะวังบางปะอิน คุณวาเลนช่ำชองมากด้วยความที่มา survey กับ GFGF ไปแล้วเรียบร้อย เดินเสร็จก็ไปแวะวัดใหญ่ชัยมงคล เราเดินเข้าไปกันก่อนหาที่จอดรถยาก วันนี้รถติดเฉยเลยที่อยุธยา ลืมไปเลยว่าวันปีใหม่คนคงไปวัดกัน ไปมาหลายครั้งไม่เคยเดินขึ้นด้านบนเลย ไปปิดทองพระพุทธเจ้า 8 ทิศ เสร็จแล้วก็มุ่งหน้าไปวัดพระศรีสรรเพชญ์ มีเจดีย์สามองค์ แล้วแวะวิหารพระมงคลบพิตรไปไหว้พระ ออกไปแวะที่ปางช้าง แล้วไปวัดราชบูรณะ กับวัดมหาธาตุ (มีเศียรพระพุทธรุปในต้นไม้) แล้วแวะไปวัดไชยวัฒนารามที่ริมน้ำ พระอาทิตย์ตกไปซะก่อน ดูไม่ทัน แต่ก็ยังสวย...แวะไปกินข้าวที่ร้าน แพกรุงเก่า แล้วบึ่งกลับบ้าน แอบเหนือ่ยจังแต่ก็สนุกดี
2nd Jan08 เราไปทำงานแล้ว แต่ Nat&Adela เที่ยวกรุงเทพ ปรากฎว่า เมื่อคืนสมเด็จพระพี่นางเสีย เค้าเลยเกือบไมได้เข้าวัดพระแก้วเพราะคนไปพระบรมมหาราชวัง แต่ก็โชคดีแฮะได้เห็นทหารสวนสนามด้วย เรายังไม่เคยเห็นเลย
3-6th Jan 08 ไปเสม็ดกะตาต้า รูปสวยดีจังเห็นแล้วอยากไปทะเลด้วย ถ้าไม่ติดงาน ได้ลายาวไปด้วยแหงง ตอนเย็นไปเจอเค้าที่ตรอกข้าวสาร พาไปกินนมมนต์ แอบชอบกันใหญ่ lol
7th Jan 08 สองสาวไปเที่ยวราชบุรี กะกาญจนบุรี ไปสวนเสือด้วย ตอนเย็นนัดเจอไปกินข้าวที่ Cystal Grill on 82th floor of Baiyoke Tower เพิ่งเคยไปเหมอืนกัน lol แอบเหนือ่ย เอาคอมไปโหลดรูปด้วย กว่าจะกลับบ้านก็เที่ยงคืนแน่ะ!!
8th Jan08 เค้ากลับบ้านแล้ว บินตอนเช้า จบทริปอย่างสวยงาม แอบเหนือ่ยแต่ก็สนุกดี กลับบ้านมานี่เพิ่งได้รวมรูปทำรูป รูปสวยจัง!! แอบบ้าเมืองไทยเหมือนนักท่องเที่ยวไปด้วย พอแนะนำอาหารอะไรเค้าหลายๆอย่างนี่ ถึงได้รู้ว่า เมืองไทยนี่มีทุกอย่างให้เลือกสรร อาหาร ผัก ผลไม้ ขนมหวาน มีเป็นร้อยประเภท แนะนำไม่หมดจิงๆ แต่อดให้เค้าชิมข้าวเหนียวมะม่วงเลย เสียดายจัง (จิงๆอยากกินเองด้วย hahaha) October 29 ตลาดสามชุก ตอน ยังมีเธอและมีฉัน -by Khun Valen กลับจากมัลดีฟส์ ก็รีบไป Survey ตลาดสามชุกมาให้เพือ่นๆ ก่อนไปจริง อิอิ (เหนือ่ยนะเนี่ย++) ด้วยความที่มามี๊และเพือ่นๆไปกัน ปาป๊ากะเลดี้วาเลนเลยขอติดสอยห้อยไปด้วย
ไม่ต้องแปลกใจกะชื่อตอน ตลาดมันดูเก่าๆขลังๆให้เป็นเธอ รอฉันคุณวาเลนไปเดินเล่น ถ่ายรูป และกินขนม อิอิ
แต่กว่าจะไปถึง รถอีกคันไม่ได้เช็คสภาพ ควันขึ้นขาไป ขับไม่ได้ ยางแตกอีกขากลับ !! กว่าจะเคลียร์รถเสร็จ ดีนะเนี่ยมีพี่ตู่ที่สุพรรณขี่ม้าขาวมาช่วย ตั้งงแต่บ่ายอ่อนๆ แถมพาไปกินข้าวร้าน เอมโอช เผ็ดทุกอย่างการันตี (แต่อร่อย) ดูวังค้างคาว ที่วัดพร้าว อ.ศรีประจันต์ ค้างคาวห้อยหัวโตรงเตงเต็มไปหมด ไปถึงตลาดสามชุกก็เย็นๆแล้ว อดกินข้าวห่อใบบัวเลยเพราะเค้าขายเหลือแต่ก้นๆ ไปแวะดูบ้านโค้กที่ซอยสอง เสียค่าเข้าคนละ5บาท แถวนั้นมีขายของเก่าเยอะแยะเลย แต่เราชอบตลาดอัมพวากะดอนหวายมากกว่าล่ะ ของกินเยอะกว่า อิอิ... My Moment in Maldives # Part III (by Khun Valen)*Pls scroll down to finish Part I and II first*
Sun21st Oct07
ตื่นเช้ามาไปถ่ายรูปทานอาหารเช้าแล้วเตรียมตัวออกจากมัลดีฟส์ วันนี้ฟ้าใสทะเลสวยสุดๆเลย เดินทางมุ่งหน้าบินไปโคลอมโบ ไปนั่งรอที่เล้าจ์กันเหมือนเดิม พวกเราคนไทย ไปเหมามาม่าในเล้าจ์จนเกือบหมดชั้น lol ไปถึงสนามบินโคลอมโบ ไกด์ท้องถิ่นที่นั่น เอาดอกกล้วยไม้ สีขาวบ้าง สีชมพูอ่อนๆบ้าง มาคล้องคอให้ (จิงๆบรรยากาศนี้น่าจะได้รับตอนเดินเข้าเกาะมัลดีฟส์มากกว่านะเนี่ย..) พวกเราขึ้นรถทัวร์ มุ่งหน้าไปยังเมืองแคนดี้ (Kandy) มีอาหารใส่ถุงเป็นอาหารกลางวัน ถนนหนทางคดเคี้ยวมาก ขึ้นเขาด้วย รถทางที่สวนกันติดเป็นทางยาวเหยียดเลยเพราะเป็นทางเข้าเมือง วันอาทิตย์ นอกจากนั้น ยังได้ยินเสียงแตร ตลอดเวลา เอะอะอะไรบีบไว้ก่อน สรุปวันนี้เสียเวลาเดินทางทั้งวัน กว่าจะไปถึงโรงแรม 5ดาวMaharaja Devi กินอาหารแขกแล้วก็ดู Kandy Dance มีโชว์ลุยไฟด้วย พวกแม่ๆก็เอาเงินแม๊กกะพวกมาลัยกล้วยไม้ที่ได้มา ให้นักแสดง เหมือนแม่ยกเลย
Mon22nd Oct07
ตอนเช้าตื่นแต่ตี4.15 ออกเดินทาง 5.00am เพื่อไปวัด Malwathu Viharaya Temple ไปถึงหน้าประตูวัดท้องฟ้ายังไม่สว่างเลย แถมมีอีกาเกาะตรงกิ่งไม้เต็มไปหมด ยังกะใน Harry Potter lol ทางเข้า ต้องแยก หญิงชาย เพราะเค้าจะตบๆทั้งตัวเรา ว่ามีอาวุธหรือไม่ เข้าไปสักการะพระธาตุเขี้ยวแก้ว แต่นี่อยู่ในผอบทอง ไม่ได้เห็นของจริงอยู่ดี
หลังจากนั้นเดินทางมุ่งหน้ากลับโคลัมโบ ระหว่างทางแวะดูร้านพลอย จนถึงเมืองโคลัมโบก็เกือบเย็น แวะ วัดกัลยาณี ที่นี่ วัดทุกวัด ต้องใส่เสื้อสีสุภาพ มีแขน และต้องถอดรองเท้าเวลาเดินในวัดด้วย แต่ตอนที่ฝนตกเฉอะแฉะเนี่ย ไม่ค่อยสะดวกเลยนะ เพราะขาเปียกแฉะติดทรายเต็มไปหมด และหลายวัด ถ่ายรูปได้ แต่เราห้ามอยู่ในรูปล่ะ เข้าไปดูภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดไว้มีเหตุการณ์สึนามิ แล้วก็สักการะต้นศรีมหาโพธิ์ จากนั้นนั่งรถวนในตัวเมือง ดูรัฐสภา ตึกต่างๆ แล้วแวะวัดคงคาราม ทีที่มีโรงเรียนสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์แห่งแรก หลังจากนั้นพวกเราแวะกินอาหารไทยกัน แค่ได้กลิ่นพริกน้ำปลา ก็หอมแล้ววว อิอิ
วันสุดท้ายตื่นตี 4เหมือนเคย มาจับเครือ่งรอบ 7โมงเช้า กลับถึงกทม.เที่ยงวันของวันที่ 23 อยางสวัสดิภาพจ้า..คิดถึงเมืองไทยสุดๆไปเลยยยย October 25 My Moment in Maldives # Part II --by Khun Valen **Pls scoll down and finish Part I first**
กลับจากดำน้ำ ก็ไปอาบน้ำออกมาเดินเล่นริมหาด กินค็อกเทล(ด้วยความที่ที่นี่กินฟรี) LV เป็น non-alcoholic สั่งน้ำมะนาว มามี๊ LV. สั่งอะไรหว่า จำไม่ได้ละ กินรวดเดียวตอนท้องว่าง เลยทำให้มึน เดินออกไปนั่งร้องเพลงกันบรรดาพวกแม่ๆ ที่ศาลาที่กลางทะเล แม่ SJ ก็เคลิ้มได้ที่ มีความสุขเป็นพิเศษเพราะค็อกเทล แต่กลับมากินข้าวเย็น มาม๊า LV. ทั้งเหนือ่ยทั้งง่วงและมึนเพราะคอกเทล เลยทนไม่ไหว ขอตัวกลับไปนอนก่อน ด้วยความที่ที่พักที่ได้ ห้องมันไกลม๊ากกกก(วันต่อมาลองนับ เดิน 550 ก้าว จากทางแยก ไกลซะจนอยากนับว่ากี่ก้าว) LV เลยไม่อยากเดินออกมาใหม่แล้ว มึดด้วย ง่วงด้วยแหละ เลยงีบไปด้วยเลย
Sat20Oct07
ด้วยความที่ ม๊า LV. กลัวฝนจะตกตามพยากรณ์อากาศ เลยวางแพลนตื่นแต่เช้า รีบไปถ่ายรูป เลยไม่ได้ปลุก SJ ไปด้วยกัน (มีแอบบ่นตอนหลัง hehe) ปรากฎว่า เดินไปถ่ายไป ทำการ์ดห้องหาย เลยต้องเดินกลับไปกินข้าว รอการ์ดใหม่
เสร็จจากอาหารเช้า พวกเราก็เตรียมตัวไปดำน้ำกันอีกรอบ หลังจากที่ตั้งใจว่าจะไปนั่งเรือดำน้ำดูปะการัง (ต้องจ่ายเพิ่มอีกคนละ5000 บาท แต่ไหนๆก็ไปถึงนั่นแล้ว) แต่เรือดันติด Security Check ก็เลยอด เลยไปดำน้ำกันอีกรอบละกัน
ก่อนดำน้ำต้องมี Swimming Test อย่างที่บอก พวกเราผ่านแล้วจากเมือ่วานนี้4คน เลยสบายไม่ต้อง test อีก แต่ปรากฎว่า ในทีมมีคนไม่ผ่าน3คน ก็กลายเป็นว่า ไปกันทั้งหมดแค่ 8คนเอง ไปดำวันนี้สวยกว่าเมือ่วานเยอะมาก อย่างน้อยยังเห็นปลาตัวใหญ่ LV เห็นปลาตัวยาวๆท่อนๆด้วย ดีใจๆ
กลับมาว่ายน้ำกันต่อที่สระ กินคอกเทล แล้วก็กินข้าวเที่ยง พอบ่ายก็กะไปจอง Windsirf and Sailing แต่ปรากฎว่า Sailing เต็มแล้ว LV and JH เลยยังดีได้ลอง Windsirf ก่อนลงก็ต้อง Swimming Test without Life Jacket แค่ test ก็แอบเหนือ่ยแล้นอ่ะ หะหะ แต่ต้องทำหน้าไม่เหนือ่ย เดี๋ยวไม่ผ่าน!!
ส่วน SJ, SJ'mom and LV's mom ไปเล่น Canoe กลับมา LV and JH ยังเรียนไม่เสร็จเลย กว่าจะได้ลงฝึกเล่น ล้มลุกคลุกคลาน จนมีทุกคนมายืนให้กำลังใจ JH พอทำได้แล้ว ส่วน LV มีฟลุกไปได้ไกลๆหนึ่งครั้ง ดีใจ๊ดีใจ แต่กลับไม่ได้ haha หลังจากนั้น LV & JH ก็เล่นแคนูกันต่ออีกแป๊บ จนเค้ามาทวงให้เลิก LV ก็ไปว่ายน้ำต่ออีกแป๊บนึงแล้วกลับห้อง
ออกมาไม่ทันพระอาทิตย์ตกดิน SJ and JH ไปถ่ายรูปที่กระท่อมยื่นในน้ำกัน แล้วพวกเราก็ไปรอกินข้าว เสร็จก็ไปดูโชว์ มีเชิญแขกรับเชิญขึ้นไปร่วมด้วยแสดงเป็นละครใบ้ มีแด๊นซ์กันต่อแต่พวกเราเหนือ่ยไม่ไหวแล้ว กลับห้องพักนอนดีกว่า
--To be continued in Part 3---- My Moment in Maldives # Part I --by Khun Valenกลับมาแล้วจ้า ปล่อยให้เว็บร้างไปนานมากๆๆ ทั้งที่ไปเที่ยวมาตลอดเวลา แต่กลับมาอัพเดททริปใหญ่กันดีกว่า ^^
My Moment in Maldives 18-23Oct 07 - written by SJ
ฟังเหมือนดูดี๋ ได้ไปฉลองวันเกิดที่มัลดีฟด์ เพราะออกเดินทางวันที่ 18 พอดี แต่มันไม่เป็นยังงั้นน่ะซี++
เพราะวันแรก we had severe delays
delay 1 คือต้องออกประมาณสามทุ่ม แต่เครื่อง delay ไป 2 ชม. เพราะปีกเครื่องบิน(ลำอื่น สองลำ) มันเกี่ยวกันอยู่ที่ HK Airport
ลำนี้มาจาก HK เลยออกมาไม่ได้
delay 2 เนื่องจากเครื่องแรก delay 2 ชม. พอมาถึง Sri Lanka เครื่องที่ต้องไปต่อเพื่อที่จะไป Maldives มันออกไปแล้ว
ต่อเครื่องไม่ทัน ต้องรอเครื่องลำถัดไป ซึ่งก็คืออีก 5 ชม. ข้างหน้า Airport ที่ศรีลังกา มันเล็กมาก เลยพากันไปนั่งที่ lounge โดยใช้บัตร ของ Priority Pass คนที่ไม่มีบัตรเข้าก็ให้ทางทัวร์จ่ายไป สรุปคืนแรก นอนใน lounge ของสนามบิน (ทั้ง group ครอง lounge เลย ไม่มีคนอื่น) นอนกันบนโซฟากันระเนระนาด (ดีที่เบาะนิ่ม)
เราหลับไปเลย Lady Valen หลับเร็วมาก (ขนาดห้องน้ำที่ Ford LV ยังไปแอบงีบมาแล้ว ที่ lounge แค่นี้ จิ๊บจ๊อย hehe)
ถึงเวลาก็ต่อขึ้นเครื่องไปเกาะ แล้วก็นั่ง speed boat (สนุกดี เร็วดี) ไปที่พัก (Club Med Kani)
จริง ๆ ต้องนอนที่ Club Med คืนวัน Thu, Fri and Sat กลายเป็นคืนแรกนอน airport เหลือนอนที่ club med แค่สองคืน แถมเสียช่วงเช้าของวันศุกร์ไปด้วย แต่ไปถึงแดดก็ออก เลยอุ่นใจ
พวกเรา (LV, SJ and JH (John) ได้นอนหลับเอาแรงมาแล้วจาก lounge อัน hiso (มั้ง) แม่ของ LV บอกนอนไม่ค่อยหลับ แต่ด้วย spirit ที่แรงกล้า พวกเราก็ตะลุยถ่ายรูป และไป snorkling เลยตอนบ่ายวันนั้น (พ่อกับแม่เราและคนอื่น ๆ ไปพักผ่อนกันหมด) ก่อนไป snorkling เค้าต้องมี swimming test ด้วยนะ แบบมี area แล้วว่ายไปว่ายกลับให้เค้าดู (ในทะเล) ถ้าว่ายไหว ดูหน้าตาไม่เหนื่อย เค้าก็ให้ผ่าน ลงน้้ำ snorkling ได้ พวกเราก็ผ่านกันถ้วนหน้าฮ่ะ
ตอนนั่งเรือออกไปอากาศเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว แดดไม่แรงเหมือนตอนแรก ๆ เค้าก็เลยพาไป area ใกล้ ๆ ปะการังที่โน่นไม่ค่อยสวยล่ะ แบบตายหมดแล้ว (สงสัยเพราะ tsunami) ไม่ประทับใจกันเท่าไหร่ แต่สุดท้ายพอทุกคนขึ้นเรือ ปลาโลมาก็กระโดดขึ้นมาโชว์ตัวกันสามตัว ตื่นเต้นกันใหญ่ เลยค่อยรู้สึกว่าคุ้มขึ้นมาหน่อย
----Part 2 ให้ วาเลนต่อละกัน พิมพ์แล้วเริ่มเหนื่อย lol :P----- June 17 One Moment in time in San Francisco Part 2 ตื่นมาตอนเช้าวันที่ 2 เราพบว่า 2 หนุ่ม นัทกำลัง 2 ไม่หลับม่นอนเมื่อคืนนี้ สรรหาที่เที่ยวให้เรา แจ่มมากกกก เริ่มต้นวันนี้ออกเดินทางประมาณ 9 โมง ไป Museum of Fine Art วันนี้เริ่มฉลาดขึ้นมานิดนึง แบบว่านั่งรถเมล์เป็นแล้น เหมือนเดิม บ้านเมือง ยังสวยน่าประทับใจ จุดหมายแรก คือ Palace of Fine Art Museum ไม่บรรยายความงามละกัน ดูรูปเอา เพราะว่ามัน สวยเริ่ด เกินจะบรรยาย อ่อ วันนี้ เป็นวันเดิน/วิ่ง มาราธอน แฟนซี ของเมืองด้วย โปรแกรมเราเลยบรรจุการเดินเข้าไป โดยการกะว่า จะเดินไปที่ Victorian House ตรง Alamo Square ฝรั่งมันบอก เดินประมาณ 20 นาที เราเดินไปเกือบชั่วโมง เดินไกลชิบเป๋ง ยังไม่ถึงซักที อ่ะ ลองขึ้นรถเมล์ โหหหหห นั่งรถเมล์ ก็ 15 นาที แล้นค่ะ ท่านผู้ชม เฮ้อ เหนื่อย รถรถตรง Pacific Haight ถนนสายฮิป อินดี้ของเมือง กรี๊ดดดดด น่ารักจิงๆ ว่ะ แวะ กินกาแฟ แล้วเดินต่อ จะสวยคุ้มมัยฟะเนี่ย เดินทางไกลเหลือเกิน กรี๊ดดดดด เฮ้อ และแล้วก็มาถึง บางคนว่า สวยไม่คุ้มกะที่เหนื่อย แต่คุณมิแรนด้า บ่ยั่น ถ้าไม่มาตรงนี้ จะมาถึงซานฟรานเหรอยะ กลิ้งเกลือกนอนถ่ายรูป เพื่อความสวยงามของภาพ แต่หญ้าเหม็นชอปเป๋ง มีขี้หมาป่าววะ บ่าย 2 แล้ว หิวชิปเป๋งงงงง ไปค่ะไป วันนี้ เราแพลนไปกินข้าวที่ China Town หนึ่งในชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก กว่าจะถ่อไปถึง คงกินไรก้อร่อยอ่ะ เพราะหิววมากกกกก หลับหูหลับตา เลือกร้านติ่มซำมา 1 ร้าน หะหะ ปรากฎว่า มันคงโคตรจะไม่อร่อย เพราะเราบ่นกันสุดๆ จากนั้น ก็แยกย้ายไป shopping ที่ Union Square ตัวใครตัวมัน 1 ทุ่ม เจอกันที่ โรFisherman Wharf เพื่อกินข้าว (ต้องถ่อไปกินไกลอีก 15 นาที) เพื่อ ร้าน Seafood ชื่อดัง ที่มี Steak อร่อย อะไรฟะเนี่ย กินไป ขำไป เนื่องจากโต๊ะเรามีตลก ขำจนร้องให้ ขำจนฝรั่งงง อะไรของมันฟะ กินเสร็จ ก็แยกย้ายไป shopping ที่ Walgreen แล้วแยกย้ายกันกลับโรงแรม (ที่ต้องบอกว่าแยกย้าย คือ จะแยกย้ายไปโอโซน ผับไทยในซานฟราน รึว่าจะย้ายไปกินไวน์ในห้องที่ซื้อตุนมาเพียบกินได้อีก 3 วัน) จบไปอีก 1 วัน
June 13 One Moment in time in San Francisco Part 1 สวยมากกกกกกก สวยมากๆๆๆๆ !!! ประทับใจ กับโปรแกรม
ถึงสนามบินไทเปแล้น เรามีเวลา 3 ชั่วโมงเพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง ทายซิ เราทำอะไร....หะหะ จะอะไรซะอีกล่ะ ประเดิมด้วยการเดิน (Window) Shopping แล้วก็กินราเมง เสี่ยวหลงเปา ชานมไข่มุก
ไม่มีการปล่อยเวลามานั่งนอ หรือ เจ็ทแหลก แต่อย่างใด ตะลุยเที่ยวยมันเลย ออกจากโรงแรมแบบสมองกลวง ไปไหนดีวะ เดินเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดหมายไปทางหลังโรงแรม ซักติ๊ดนึง (แต่เหนื่อยมาก เนื่องจากมันเดินขึ้นเขา เอ!!! รึเพราะเราแก่) ก็ถึง Lombard Street หรือ ถนนลำบาก ซึ่งเป็นถนนที่คดเคี้ยวที่สุดในโลก ก็สวยดีอ่ะนะ แต่เหนื่อยชิบเป๋ง จากนั้น เราเห็นทะเลอยู่ลิบๆๆ อ่ะๆๆ ไปที่อ่าวนั่นแหละ เดินกันไป โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว มันไกลขนาดไหน โฮะๆๆๆ ในที่สุด ก็ถ่อมาจนถึงที่ๆ เค้าเรียกว่า Fisherman Wharf ได้ เก่ง จริงๆ หิวๆๆ แยกย้ายกันหาของกิน บ้างก็ steak บ้างก็กิน seafood แต่เราขอประเดิม อาหารอเมริกัน เป็นมื้อแรกที่ร้าน Denny ในโรงแรม Holiday Inn Fisherman Wharf (ไฮโซบ้านนอกจริงๆ) แล้วก็สั่งอาหารอย่างบ้าระห่ำ แบบกล่องข้าวน้อยฆ่าทั้งโคตร ประหนึ่งากำลังสั่งที่สามย่าน ผลก็คือ เต็มโต๊ะ ตามรูปทางขวามือท่านผู้ชมค่ะ
กินเสร็จแล้ว ร้านก็ปิดหมดแล้น ทำไรดี หะหะ Walgreen ร้านขายของชำที่เปิดถึงเที่ยงคืน เสร็จเรา เข้าไปกวาดขนม และ บรรดา Hanging Cosmetics มาแต่งหน้าเล่นพรุ่งนี้ดีก่า จากนั้น ก็กะกันว่าจะนั่ง taxi กลับโรงแรม แต่ไฉนเลย ไม่มี taxi มาซักคัน รถเมล์เรอะ ก็ไม่โผล่มาให้เห็น สุดท้าย คือบาทาครองพิภพจบสากล เดินค่ะเดิน ตามทางวิบากที่เราเดินมา ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บที่ไร้อ้อมกอดใครบางคน (เอ๊ะ เริ่มเน่า) จนแล้วจนเล่าก็ถึงจนได้ แยกย้ายกันขึ้นนอน Goodnite Joop Joop
May 08 Koh Lanta: Same Same but Differentby Khun Valen
5-7 May 2007
สนุกและรู้สึกดีจังทริปนี้ ไปมา3วันรู้สึกว่า เหมือนได้ไปพักผ่อนจริงๆ ดีแล้วล่ะที่ไมได้เลื่อนวัน เพราะตอนที่ไปนี้ไม่เจอฝนตกเลยบนเกาะ มีตกเฉพาะขากลับซึ่งไฟล์กลับเรา delayed จาก6โมงเป็น2ทุ่ม ก็เลยไปแวะเดินในตัวเมืองกระบี่ ฝนก็หยุดตกพอดีอีก ขอบคุณมากนะจ๊ะฟ้าจ๋า เลยได้เดินตลาด กินของอร่อยๆก่อนกลับบ้าน หยวนน่ะไม่ว่ากัน
คนของรีสอรทก็น่ารักและใจดี บริการดี ได้ห้องsuite มี dvd ยืมฟรี พายเรือแคนู ฝ่ากระแสคลื่น คลื่นแรงไปหน่อย ตอนหล่นนี่ แต่ละคนสละเรือยังกะ Banana Boat (ลืมไปว่านี่เล่นแคนูนะ haha) อ่อวันแรกไปถึงยามเย็น ได้ถ่ายรูป3คนสวยถูกใจ ก็แหงละ เล็งไว้แล้น มีผู้ชายหน้าตาน่ารักเล่นกล้องอยู่ริมทะเล เลยขอวานให้ถ่ายให้หน่อย แต่พอกลับเข้ามาเค้าเดินออกมากะแฟน เสียดายจัง haha(จะไปทำอะไรเค้าเนี่ย) พอมายืมดีวีดีพร้อมกัน ก็เลยยิ้มกัน หน้ายังกะคนญี่ปุ่น....พอๆๆๆ ได้รูปสวยดีค่ะ สรุป
ไม่เหนือ่ยมาก เพราะไมได้ไปดำน้ำด้วยหล่ะมั๊ง เพราะเกาะรอบๆ เช่น เกาะเชือก เกาะรอก เกาะม้า ก็ดำน้ำมาแล้ว เกาะมุก เกาะกระดาน ก็ไปพักมาแล้ว คราวนี้เลยกินๆนอนๆ เล่นน้ำริมทะเลจิงๆ คิดถึงสมัยเด็กๆจัง ไม่ได้เล่นกระโดดคลื่นริมทะเลมานานมากแล้ว ที่นี่คลื่นแรงกำลังสวย เล่นตอนแดดไม่แรง เริ่ด!
ไปเที่ยวตอนนี้คนน้อยดีอ่ะ ช๊อบชอบๆๆๆ ส่วนตัวสุดๆ ทำไรก็ได้ (อ๊ะ อย่าคิดลึก) กลับมาเลยแฮปปี้ ก่อนกลับก็ได้เดินตัวเมือง กินขนมจีนแกงไตปลา กะห่อหมกสุดอร่อย สุขจริงๆ มีความสุขๆ ต้องกลับมาทำงานซะแล้ว ว้า...
เพื่อนๆที่จะไปอาทิตย์หน้า ขอให้ฟ้าฝนเป็นใจเหมือนกันนะจ๊ะ ^^
Love you Lanta...
April 20 Kunming-Da Li-Li Jiang- Shangri La: Shop till Dropby Khun Valen
12-17 April 2007 @ Kunming- Da Li- Li Jiang - Shangri La
สงกรานต์ปีนี้ หอบผ้าผ่อนไปตะลุยคุณหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง แชงกรีลา เหนือ่ยไปตามๆกัน ไปกลางคืน กลับกลางคืน เหนือ่ยๆสุดๆ แต่ก็สนุกดี
คืน11 Apr 07-12 Apr07
ก่อนจะขึ้นเครืองก็กระหืดกระหอบ เพราะไม่ได้เช็คGate ให้ดี วิ่งจาก Gate C1 to D6 (คนละซีกโลกเลย) แต่ก็เอาน่า ขึ้นเครือ่งปั๋บ หลับปุ๊บ ตามสไตล์ เดี๋ยวตื่นมาถ่ายรูปหน้าไม่สวย ไปถึงก็ขึ้นรถ มุ่งหน้าไปเขาซีซาน ประตูมังกร เค้าว่าไปลูบตรงหินกลมๆแล้วจะโชคดี ลูบไปหลายรอบมาก ข้างๆมีทะเลสาบเตียนฉือ ที่ใหญ่สุดในคุณหมิง รอบตัวมีแต่คนไทย ทัวร์ไทยมากี่ทัวร์ไม่รู้ ได้ยินภาษาไทยเจี๊ยวจ๋าว แล้วก็ไปดูเค้าทำผ้าไหม
แล้วมุ่งหน้าไปขึ้นเครื่องไปเมือง จงเตี้ยน ปรากฎว่าเครือ่งบิน Delayed นานมากเป็นชั่วโมง เลยหลับรอที่สนามบินซะงั้น ไปถึงเข้าที่พัก
13 Apr 07
ไป วัดลามะซงจ้างหลิง ฝนตกเล็กน้อย อากาศหนาว คนไม่สบายกันเป็นแถว เพราะที่นี่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 กว่าเมตร ต้องมีออกซิเจนกระป๋องส่วนตัว สำหรับคนที่ปรับตัวไม่ได้ หายใจไม่ออก แต่ดีที่บ้านเราแข็งแรงไม่มีใครเป็นอะไร จากนั้นไปแวะซื้อหินธิเบต ที่เค้าโม้ว่าเป็นของรัฐบาลจีน ทัวร์กรุ๊ปนี้ชอบช้อปปิ้งมากกกกก ต่อกันสะบั้นหั่นแหลก แล้วได้อีกต่างหาก เลยแวะกันที เข้าห้องน้ำเป็นชั่วโมงไม่ได้ไปไหน จากนั้นไปทะเลสาบน่าพ่าไห่ เป็นทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลกเพราะไม่มีน้ำ แต่มีหญ้าขึ้นแทน! จากนั้นไปเดินถนนคนเดิน ชอปปิ้งซื้อผ้าพันคอกันเยอะ ฝนตกแอบเดินลำบากเล็กน้อย กลับไปกินข้าวที่โรงแรม มีโชว์เล็กๆให้ดู แต่ทุกคนสนใจกินมากกว่า haha
14 Apr 07
เดินทางโดย Bus 5 ชั่วโมง ไป หุบเขาเสือกระโดด ระหว่างทาง แวะเข้าห้องน้ำ ก็ชอปปิ้งอีกไปเป็นชั่วโมง เหมากันไปหมดแผง (เห้อ) ทัวร์เค้าพาเราไปทางที่เดินราบ3กม.ก็โอเค แต่กลัวอาม่าเดินไม่ไหวเลยให้นั่งรถ คนละ 10RMB แต่กระแทกมากเลย และได้ข่าวว่าไปถึงก่อนคนที่เดินแป๊ะเดียว ก็เค้าใช้คนลากเหมือนกันนินา...แต่ก็เอาน่า นั่งไปแล้ว... เสร็จไปถึงก็ถ่ายรูป เห็นเสือตัวกะปิ๊ด ขากลับจะนั่งกลับปรากฎว่าเค้าคิดราคาเป็นสองเท่า โดยที่พวกเราไม่รู้ความจริงข้อนี้ นึกว่าโดนหลอก ก็เลยมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมโดนหลอกง่ายๆ เชอะๆ เดินเองก็ได้ ยังดีที่อาม่าแข็งแรง ก็เดิน เหนือ่ยนักพักก่อน ไปเรือ่ยๆ 3 กม.จนถึงรถ เย่ ออกมาก็ Shopping แผงลอยด้านหน้าก่อนขึ้นรถกันอีก เริ่ด
ขึ้นรถ แวะถ่ายรูปกะ โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง มีของขาย ก็ช๊อปกันอีกแล้วครับท่าน แต่เราไม่ได้ของ ซื้อสตรอเบอรี่กะส้มติดมือมาแทน ไปถึงโรงแรมที่พักใหม่ ได้ห้องใหญ่มากๆ (Li Xiang Yuan Hotel)
15Apr 07
ออก8โมงเป๊ะ ไปต่อแถวขึ้น ภูเขาหิมะมังกรหยก โดยกระเช้า ขึ้นไปถึงเดินอีก3กม.เพิ่งไปยัง ทุ่งราบหวินซานผิง จะมีชาวเขาเค้ามาลากให้ใส่ชุดถ่ายรูปคนละ5หยวนก็ถ่ายไปชุดนึง แต่ดั๊นไม่ได้ต่อ(ลืม)(5หยวนก็เอา) แต่ทุ่งราบสีเขียว ตอนที่ไปนี้กลายเป็นสีน้ำตาลซะนี่ ลงมาถ่ายรูปกะแม่น้ำทรายขาว แล้วก็ไปสวนอะไรซะที่ในอุทยานนั้นน่ะแหละ แล้วบึ่งมุ่งหน้าไป ลี่เจียง
ช๊อบปปิ้งในเมืองเก่าลี่เจียงจนเย็นก็กลับที่พัก
16 Apr 07
ตื่นเข้า นั่งรถ 5 ชั่วโมง ไปถึงแวะกินข้าว และ Shopping!!! ตอนบ่ายๆ ล่องเรือใน ทะเลสาบเอ๋อไห่ มีภูเขาล้อมรอบ นั่งกัน2ห้อง VIP ร้องคาราโอเกะ ดูวิว คุยกัน แซวกันมันหยด ดูโชว์ชิมชา 3 สี (ไม่อร่อย) ไปแวะดูร้านหินอ่อน กะแวะถ่ายรูปกะ เจดีย์สามองค์ แวะเข้าเมือง ต้าลี่ เดินเมืองเก่าช้อปปิ้ง
17 Apr 07
ไปแวะดูโชว์ที่โรงถ่ายหนัง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ได้ดูไปสองสามชุด ก็ต้องรีบนั่งรถบึ่งไป คุณหมิง แวะ วัดหยวนทง ที่มีพระพุทธชินราชจำลองจากไทย และวัดสวนตำหนักทองอู๋ซานกุ้ย แวะกินข้าวเย็นชมโชว์ยุนนาน กินบะหมี่ข้ามสะพานกะหมูแฮมยูนนาน แล้วก็แวะชิมชา ซื้อกันแค่2คน ทุกคนใจแข็ง เวลาไม่พอแล้วเลยแวะ Walmart ชอปปิ้งขนมกันก่อนไปสนามบิน กลับถึงเมืองไทยตี1กว่าๆ พกสิวกลับมาด้วย 2 เม็ด แง๊....
**** พบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ********
February 14 Shanghai&Hangzhou: Limited Edition of Love (Chapter 3)****กลับไปอ่าน Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Introduction & Chapter 1-2) ก่อนนะคะ******
Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Chapter 3)
วันที่3ของทริปแล้ว..
นอนไปนิดเดียวเองแต่สู้ตาย 10.30 ไปเดินตลาดสด และแวะเยี่ยมชม มหาลัย เจียวทง ณ ตอนนี้ คุณวาเลนเริ่มขาแพลงขึ้นมา เดินเริ่มเป๋ แต่สู้ต่อไป จะหาซื้อรองเท้าใหม่ให้มันเดินสบายหน่อยดีกว่า ก็หาไปเรือ่ยๆ แล้วก็ตุเรงไปกินฟู้ดคอร์ทที่ Mei Luo Cheng (เหม่ย หลัว เฉิง) อาหารหลากหลายตามใจเลือก ได้ฝึกการแย่งชิงเก้าอี้กะคนจีน อย่างเมามัน ขนาดเอาขาเกี่ยวไว้ยังเจอกระชากไปเฉย
จากนั้นก็ไปแวะ Shanghai Urban Planing Musuem ส่วนอาโก พี่นุก เจ เคยไปแล้วก็เลยแยกกันไป Contemporary Musuem แทน จบปั๊บมาเจอกัน เดินใต้อาคาร ขายของเหมือนมาบุญครองเมืองไทย หารองเท้า แต่ไม่ได้ ก็ลองขึ้นรถเมล์ (2RMB) ไปสวน Yi Yuan แต่ใกล้ปิดแล้ว เลยเดินชอปปิ้ง ย่านเหมือนสำเพ็งเมืองไทย ก็ยังหารองเท้าไม่ได้อีก แต่พอได้ของ แล้วก็แวะซื้อของฝาก เดินต่อ ขึ้นแท๊กซี่ไปลงย่าน Xin Tian Di เหมอืน J-Avenue เมืองไทย ผ่านถนนชอปปิ้งประดับไฟกิ๊บเก๋ตามต้นไม้ตลอดทาง แล้วซึ่งไปกินไก่ Chicken Hot Pot Chong Qing) อาหารเสฉวน คนเยอะมากกก แต่ร้านเล็ก ตอ่คิวนานมาก เลยกินเสี่ยวหลงเปาทอดไปพลางๆ อิ่มแล้วเดินกะเผลกได้รองเท้าหนึ่งคู่
นั่ง Taxi มุ่งหน้าไป The Bund (Waitan)แทกซี่คัน Jay ดันไปทะเลาะกะคนเดินถนน เลยต้องรีบจ่ายเงินแล้วชิ่งลงแล้วเดินต่อเอา (อะไรจะโชคดีขนาดนี้เนี่ย) มาเจอกันที่ริมน้ำ ถ่ายรูปกะหอไข่มุก ติดไฟรูปหัวใจ
วันที่4
ติดต่อหาช่างมาซ่อมห้องน้ำกว่าจะเสร็จ (เมื่อคืนเลยอาบน้ำได้อย่างเดียว ห้ามปล่อยของเสียหนักๆ) ก็ลงไปกินข้าวเช้ากะเที่ยงใต้ตึก 11โมง กินอาหารอีสานบ้านเค้า (Dong Bei) อร่อยดีนะ มีขาหมู เสริฟพร้อมหลอด แปลกดี อาหารหลายอย่างแจกถุงมือพลาสติก สั่งมาเยอะเกินเลยต้องห่อกลับไปเก็บไว้ก่อนที่บ้าน แล้วก็ออกไปชอปปิ้งที่ Shi Pu' Lu' เหมือนมาบุญครองเมืองไทย แต่ไม่ยักจะได้ของ ส่วนคนอื่นหอบถุงดำยักษ์มากัน อาร์ตประสบความสำเร็จ ซื้อกางเกงในลอตใหม่ 20ตัวกลับบ้าน ก็สบายใจละ หลังจากนั้นไปเดินตลาดใหม่ใต้ Science Musuem ที่ฝั่งใหม่ เหมือนกะว่าตลาด Xiang Yang เค้าย้ายมาที่นี่ ได้กระเป๋ามาเพียบ นั่งรถผ่านตึก Jinmao ตึกที่เคยสูงที่สุดในโลก ก่อนในไต้หวันจะแซง แต่ตึกข้างๆกันกำลังสร้าง ก็เพือ่จะเอาชนะตึกในไต้หวันตอนนี้ให้ได้ .... หลังจากนั้นบึ่งไปกินกุ้ง Appertizer (Shouning Rd.) ตอนกินต้องใส่ผ้ากันเปื้อนกะถุงมือพลาสติกอีกแล้ว...คนจีนกินมูมมามจริงๆ นัดเจอ Cathy อีกทีทีนี่ คนเซี่ยงไฮ้ยังไม่เคยมาเหมือนกัน เออเริ่ด ร้านเล็กมากๆๆๆๆ แถมมันสุดๆ เดินแล้วกลัววัดพื้น เค้าหอบของฝากมาให้หนักมากเลย หลังจากนั้นหอบตัวเองไปกินอาหารกวางตุ้งร้าน Xin Wang (ซินว่าง) ของหวานก็อร่อย ร่ำลา Cathy ที่หน้าร้านแล้วก็กลับบ้าน
วันที่5 แล้วววจ้า
ตื่นเช้ามาก็เดินไปซื้อหมูหวานแถว Xu Jia Hui Station แล้วไปเดินสวน Yi Yuan กะม๊า หญิง มาย ส่วนคนอื่นแยกกันจัดสัมภาระ ตอนเที่ยงแวะกินเสี่ยวหลงเปาเจ้าดังที่ด้านหน้าอี้หยวน คนต่อแถวยาวมากกกกกกกกกกกกกก Jerry กะเพือ่น ไปจองที่ให้ หลังจากนั้นไม่มีอะไรแล้วไปเดินเล่น IKEA ก่อนกลับบ้าน คุณเจหอบกระเป๋าไปฝากไว้ให้ก่อนที่แอร์พอร์ต กลับถึงบ้านเฮา ตี3ครึ่งแน่ะ...
ปล. สรุปถึงซื้อรองเท้าใหม่ ก็เดินรองเท้าแตะกะถุงเท้าในวันที่ 4-5 คนจีนมองกันใหญ่ เทรนใหม่อิอิ
สนุกดีเหมอืนกันนะ ขอขอบคุณทุกคนโดยเฉพาะเจ้าบ้านและไกด์กิติมศักดิ์ทั้งหลาย ที่คอยเทคแคร์พวกเราอย่างดี ทริปหน้าเจอกันใหม่จ้า....
*********END**********
HAPPY VALENTINE'S DAY to all readers!!!! February 13 Shanghai& Hangzhou: Limited Edition of Love (Chapter2)****กลับไปอ่าน Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Introduction & Chapter 1) ก่อนนะคะ******
Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Chapter 2)
Sat 3 Feb
ตื่นเช้านัดกันออก 8โมง ไปถนน หวู่ซัน (Wu Shan) กันต่อ ได้ของฝากมาเพียบ(หนักกระเป๋าขึ้นไปใหญ่) แล้วก็ไปนั่งกินอาหารท้องถิ่นกัน มันมีตรอกเล็กๆขายอาหารเหมือน Food Court แต่มีแต่อาหารท้องถิ่นราคาประหยัด ก็เลือกชิมกันไป ปาท่องโก๋กะน้ำเต้าหู้เมืองจีนก็อร่อยดีจัง เสร็จปั๊บ อ้ายหยา โอ้เอ้ๆไปๆมาๆ เกือบ 11.30 น. ได้เวลาจองข้าวเที่ยงที่ร้าน Wai Po Jia (Grandma's Restaurant) ซะแล้ว ก็เลยต้องจำใจตะลุยกินต่อไป (เป็น eating tour จิงๆเห็นมั๊ย) แต่ไปถึง ก็ไม่ผิดหวัง อาหารทุกอย่างสั่งไซส์เล็กแต่ก็เต็มโต๊ะ และยังอร่อยทุกอย่าง (แสดงว่าอร่อยจริงๆเพราะขนาดอิ่มยังอร่อย)
หลังจากนั้นวางแผนกันว่าจะเดินผ่านถนนชอปปิ้งไปทะเลสาบ Xi Hu (West Lake) ปรากฎว่าแวะร้านกันเพลิน (Sale ตลอดทาง) จน คุณวาเลนกับมาม๊า หลงกะคณะ! แย่แหล่ว เห้อ ถ้าถึงเซี่ยงไฮ้ก่อนคงได้ซิมการ์ดมือถือมาซะอัน ชีวิตคงง่ายกว่านี้เยอะ แล้วถ้าหลงทางปกติก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่ต้องไปขึ้นรถไปกลับเซ๊ยงไฮ้ตอน 16.30 ตอนนั้นก็จะ บ่ายสามแล้ววว ยังไม่ได้เดินทอดน่องชม Lake อย่างที่ตั้งใจเลยย กว่าจะเดินไปถึง Lake ก็ต้องเดินไปแบบมั่วๆ ถามทางคนแถวนั้น เค้าก็ตอบแบบมั่วๆ พอไปถึงหวังว่าจะเจอฝูงเพือ่นเรา แต่มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น คนมันเยอะมากกกกกกกจิงๆ ทำไงดีล่ะ ต้องพยายามหาโทรศัพท์ๆ ดันมีแต่แบบการ์ดอีก ไม่มีหยอดเหรียญเลย ใจร้าย
Khun Valen&Mom: รอไปประมาณสิบนาที สงสัยจะคุยกะแฟน หัวเราะคิกๆไม่วางซะทีวุ๊ย มาม๊าเคาะเหรียญเคาะแล้วเคาะอีก กดดัน(เค้าคงคิดในใจ ตู้อื่นก็ว่างทำไมไม่ไปฟะ)
เอ๊ะ เด็กผู้ชายคนนั้นนั่งกดมือถืออยู่ข้างๆแฟน น่าจะช่วยได้ เราเดินเข้าไปคุย
A couple of Stranger: คุณน้องหลบหน้าซ้าย หลบหน้าขวา ยังกะเราจะไปปล้นมือถือ ไม่คิดแม้จะลองฟังภาษาจีนเห่ยๆของเราแม้แต่น้อย ฮ่วย ไม่ได้ปล้นแกซะหน่อย อย่าทำท่ากลัวชั้นขนาดนั้นได้มะเนี่ย เลยมุ่งหน้า กลับไปเคาะเหรียญข้างๆคนที่ยืนโทรที่ตู้ก็ได้ฟะ
Stranger: วางสายละ
Khun Valen&Mom: อังกฤษ...??? ไมรู้เรื่อง งั้นจีนเบสิค...พร้อมภาษากาย การ์ดที่จดเบอร์โทร เอ่อ ใช้ได้พอรู้ละ กดไปหลายครั้งกว่าจะติด (เห้อ)
Khun Valen on phone: เห้ อยู่ไหน ชั้นหลงทาง ทำไงดี
J: งั้นเดิมริมเลคมาเรือ่ยๆนะ เดี๋ยวเจอกัน...
เออก็เดินไปเรือ่ยๆจริงๆ ด้วยสปีดคุณควายยังไล่ไม่ทัน เดินเลาะไปริมทะเลสาบสวยมากๆๆๆๆๆ ทางเดินน่ารัก อากาศกำลังเหมอืนจะดี หนาวไปหน่อย แต่มีแดดอ่อนๆ เสียอย่างเดียว น่าจะได้เดินทอดน่องแทนเดินไล่พี่กระบือขนาดนั้น เดินไปเริ่มไกลก็ยังไม่เจอซะที เริ่มเอะใจ ต้องขอใครโทรใหม่ละ พี่ยามสาวคนนั้นละกัน! เริ่มฝึกบทสนทนาอีกรอบ
Khun Valen: เอ่อ พี่คะ คือว่าหาเพื่อนไม่เจอ ขอใช้โทรศัพท์หน่อยได้มั๊ย
พี่ยามสาวจีน: แล้วเธอไม่มีโทรศัพท์รึไง (เสียงคาดคั้น และหน้าตาโวยวาย)
Khun Valen: (คิดในใจ--ถ้ามีจะขอยืมหรือฟะ) ก็พยายามทำตัวนักท่องเที่ยวหลงทางสุดฤทธิ์ จนเค้ากดเบอร์ที่เราส่งให้ เย่!!!
นัดเจอกันที่ Starbuck รอกันอีกพักใหญ่ ก็รีบบึ่งแท๊กซี่ไปสถานีรถไฟ แบบเวลาพอดีๆ ก็ค่อยยังชั่ว ขากลับ เจอพ่อลูกคนสวิส ขึ้นรถไฟขบวนเดียวกันอีกเหมือนกัน เออ โลกมันกลมจรีงๆ ขนกระเป๋าเก็บที่พัก แล้วบึ่งไปยังร้านอาหารเซี่ยงไฮ้ที่ร้าน Buo Luo เป็นร้านที่ Local มากๆ นัดเพือ่นคนเซี่ยงไฮ้มาเจอที่นี่ พวกเค้าแปลกใจว่าคนไทยรู้จักกันได้ไงเนี่ย ยกความดีให้ไกด์เราจริงๆ พออิ่ม ก็กลับบ้านไปเตรียมตัวตะลุยท่องราตรี โอเอ้กันกว่าจะได้ออกก็เที่ยงคืน เริ่มไปตะลุยบาร์ Deep กันก่อน ค่าเข้า 100 RMB มีเดินแฟชั่นโชว์ แล้วก็ไปแวะ Window แต่วันนั้นคนที่ไปมาตรฐานไม่ผ่านเกณฑ์ พวกเราเลยตัดสินใจกลับไป Deep กันต่อ...ระหว่างย้ายบาร์ มีอาม่าหลายคนมาตามขอเงินจากพวกเรา พวกเราก็ได้แต่ตอบไปว่า...ไม่มีเงิน...ไม่มีแฟน...(อันหลังไม่ค่อยเกี่ยว แต่สนุกดี อิอิ) กลับบ้านตี 5กว่า...
****************(โปรดติดตามตอนต่อไป)*********************** February 08 Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Introduction&Chapter1)Khun Valen: Limited Edition of Love
(Pls choose the photo album on your right hand with the same title)
แหม่ หอไข่มุกเค้ายังประดับไฟเป็นรูปหัวใจให้อินกับเทศกาล Valentine ซะน่ารัก ชื่อทริปนี้เลยแบบว่า ขอนิ๊ดนึงให้เข้าบรรยากาศเดือนกุมภาพันธุ์
ไปเซี่ยงไฮ้...
สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ
1. ไปชิลๆ ถือโอกาสได้รวมทีมเพื่อนเก่า รวมแก๊งไปเที่ยวต่างแดนกัน Sounds Great!!!
สิ่งที่ได้รับ
1. ทัวร์กิน! นี่มัน eating tour ดีๆนี่เอง ขอย้ำ แม้กระทั่งคนเซี่ยงไฮ้ local ที่ไปjoin ทริปกันอีก2คน ยังไม่เคยไปกินที่ที่ พวกเราไปกันเลย ยกความดีให้เจ้าบ้าน คุณเจ ไปเสาะหามาแต่ละร้าน หามาได้ไงเนี่ย! ถูกใจคุณวาเลนเป็นอย่างมาก (สังเกตว่ารูปถ่ายจะมีแต่อาหารซะเป็นส่วนใหญ่)
2. Amazing Race! Get Lost! มีครบทุกรสชาติ ได้ขุดภาษาจีน3เล่มที่เคยเรียนมาหลายปีก่อน มาใช้งาน เห้อ
สิ่งที่เรียนรู้
1. คนไทยนี่ช่างสุภาพและมีมารยาทกว่าคนจีนเยอะมากๆๆๆๆๆ ที่จีน เรียกแท๊กซี่ตัดหน้ากัน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
2. รถไฟจีนจะมีคนมายืนแถวต้อนรับ แต่ไม่ได้ช่วยอะไร แถมหน้าตาบอกบุญไม่ค่อยรับโดยส่วนใหญ่
3. เซี่ยงไฮ้ มีคนหน้าตาดีน้อยมากๆ ทั้งชาย และ หญิง ไปอยู่โน่น เราคงรู้สึกดีมาก
Friday 2nd February 2007
เย็นวันพฤหัส ทำงานเสร็จก็รีบบึ่งกลับไปแพ็คของที่บ้านเลยเพราะไฟล์ออกตีสองครึ่ง แต่ยังไม่ได้จัดของ ไปคราวนี้บิน MU ตอนบินก็ดีหมด เสียอย่างเดียวเรื่องออกตั๋วผิดชื่อ และยืนรอ Check in นานมากกกกก หนึ่งชั่วโมงแถวไม่ขยับ! คนหน้าหัวแถวดันมีปัญหาอะไรไม่รู้ เลยชะงักกันหมด ทำเอาแอบหงุดหงิด ปัญหาจุ๊กจิ๊กๆเต็มไปหมด แต่สุดท้ายก็ไปถึงสนามบิน Pudong Airport @ Shanghai อย่างตรงเวลาเป๊ะ แต่เราก็รอคณะสมทบ บินการบินไทยตามมา แต่เครื่อง Delayed! กรี๊ดเลยทีนี้ นั่งรถตู้ที่เช่ามารับแบบลุ้นระทึก เหลือเวลาอีก5นาที รถไฟไปหางโจวที่จองตั๋วไว้ จะออก เพิ่งได้ลงจากรถตู้ (ตอนแรกแพลนว่า จะไปเก็บกระเป๋าเดินทางที่บ้านเจก่อน แล้วแบกเสื้อผ้าไปชิลๆ1ชุด) แต่สรุปก็คือ หอบมันไปทั้งกระเป๋ายักษ์ ตุเรงๆๆ แทบขาดใจ ขึ้นรถไฟไปซะแป๊ะ ก็ออกทันที เห้อ ทันหวุดหวิด
นั่งรถด่วนของเค้า 1.30 ชั่วโมง ถึงหางโจว ก็มีคนสวิสท่าทางมากะลูกชาย เข้ามาถามว่า เป็นคนไทยหรอครับ คุณวาเลนตอบไป ใช่ค่ะ อ๊ะรู้ด้วยว่านี่คือภาษาไทย เดินไปคุยไปลากกระเป๋าไป ไปๆมาๆ เค้าก็เลยช่วยลาก+ยกกระเป๋าลงบันไดเลยซะงั้น lol ดีแฮะ แล้วก็ขึ้นรถตู้ ต่อไปยังโรงแรมที่เพิ่งจองไว้ ทำเลดีเหมือนกัน ใกล้ถนนวัฒนธรรม ขายของกินจีนๆ ท้องถิ่นเยอะมากๆ สตอเบอรี่ฉาบน้ำตาล เนื้อแพะย่าง(คนย่างไปแด๊นไป) ขนมแป้งแข็งๆเกลียวๆ เต้าหู้เหม็น ปู(อะไรซะอย่างสีสวย) เยอะมาก! กินไปตามรายทาง เสร็จก็กลับมาเดินถนนวัฒนธรรม ถ่ายรูป เดินกลับที่พัก เตรียมตัวไปดูโชว์ ซ่งเฉิง (ราชวงศ์ซ่ง) ไปถึงมันก็จะเป็นเมืองจำลองจีนสมัยก่อน มีคนแต่งตัวเหมือนสมัยนั้นขายของ เดินๆ ก็ถ่ายรูปๆรอดูโชว์ ระหว่างรอก็เริ่มเย็นหนาวมากๆ แวะซื้อมันเผากินก็แล้น ก็ยังหิว เลยตัดสินใจกลับไปนั่งกินบะหมี่จับกัง ที่ร้านใกล้ๆในนั้น คนกินเยอะมาก ร้านอื่นไม่มีคนเลย น่าสงสาร บะหมี่เค้าทำโชว์หน้าร้าน คนเลยเข้าเยอะมั๊ง จิงๆแล้วบะหมี่เมืองจีนนี่ก็ไม่เห็นจะอร่อยเลย เส้นใหญ่ๆมีแต่แป้ง แล้วก็ใส่เนื้อแล่มาสองสามชิ้น สู้เมืองไทยไม่ได้เลย (เลยขอเรียกบะหมี่จับกัง)
กินอิ่มก็เดินไปดูโชว์ ปรากฎว่า ตั๋วที่ซื้อมา 80 หยวน ไม่รวมโชว์!!! ทำไงดีๆ การแสดงก็เริ่มแล้ว เค้าบอกว่าให้รีบไปซื้อตั๋วใหม่ แต่ออฟฟิศก็ดันปิดไปแล้วซะอีก! แต่โชคยังดี มีหัวหน้าทัวร์จีนออกมาบอกว่า อืมม เค้ามีที่นั่งสำรองเผื่อไว้ สำหรับกรุ๊ปเค้า ขายต่อให้พวกเราก็ได้...(เห็นใจคนไทยตาดำๆ) เจเดินเข้าไปเซอรเวย์ อุ๊ยได้ที่ดีด้วย เลยโอเช ปรากฎว่าเป็นที่นั่ง VIP มากๆ ตรงกลางเป๊ะ และเป็นแถวเดียวที่มีโต๊ะวางแก้วพาดผ่านด้านหน้า ตอนโชว์ชุดรำชา...หางโจว มีชา5ถ้วย จากนางรำบนเวที ก็มาเสริฟตรงที่นั่งพวกเราด้วย WOW รู้สึกดีจัง จบโชว์หนาวมากๆ กลับที่พัก ไปแวะรับพี่ๆที่เหลือ ออกไปหาอะไรกินกัน ก็ไปเดินริม West Lake แวะกินชานมไข่มุก กะ Ma La Tang ร้านนี้อร่อยดี เหมือนสุกี้ให้เลือกสรร เครื่องตามฉบับจีน เสร็จแล้วก็กลับที่พัก
January 16 อินเดีย ตอน กาลครั้งหนึ่งความรัก (Once upon a time in Taj Mahal) - Chapter 1 สนุกมากๆ เจ๋งมากๆ กับทริป กาลครั้งหนึ่งความรัก ณ ทัชมาฮาล เป็นทริปที่ไปเที่ยวแล้ว สบายใจสุดๆ เป็นทริปแรกในรอบหลายปีที่แล้วไม่มีการห่วงหน้า พะวงหลัง ไม่เหงา ไม่เศร้า ไม่คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ผิดกะเกาหลีทริปเกาหลีสุดๆ เพราะว่าทริปนี้ เป็นลูกทัวร์ ไปเที่ยว เป็นคุณนาย ชั้นสวย เชอะ เชอะ อ่ะๆๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มกันเลยดีก่า
ศุกร์ 12 มกราคม 50 : กรุงเทพฯ - เดลลี - เที่ยวผับแขก
อ่ะนะ ไปเที่ยวทั้งที มีเหรอ งานนี้ แนนซี่จะน้อยหน้าใคร งานนี้ ไปอินเดีย 3 วัน กดเสื้อผ้าไปไม่ต่ำกว่า 10 ชุด ผ้าพันคอนี่กะเปลี่ยนมันวันละ 8 ผืน (ไม่รวมที่จะซื้อใหม่) เช้ามา แต่งตัวสวยเริ่ด เดินลากกระเป๋าเข้า office ด้วยความสง่างาม ราวกะนางพญา (นึกภาพตาม) ทุกสายตา จ้องมองมาที่หน้าประตู แล้วเพื่อนร่วมงานก้อทักว่า "เออ เริ่ด วันนี้ แนนซี่แต่งตัวประชดผัว"
น้องสาวสุดเลิฟ..น้องอร... ไม่มาทำงานวันนี้ ก้อไม่ยอมน้อยหน้า มาด้วย look สาวฮ่องกง มีเลทคาดเอวแบบ Shakira ใส่บูท เออ เริ่ด เช็คอินเสร็จแล้ว เดินสวยเข้าไปช้อปปิ้ง ข้างใน...ยังค่ะ ยังค่ะ ยังไม่ถึงอินเดีย หมดไปแล้ว หมื่นกว่าบาท กับค่าเครื่องสำอางค์ (ได้ข่าวว่าหมอห้ามใช้) ก่อนไป ขอเพิ่มดีกรีความสวย ด้วยการ ไปแต่งหน้าที่ counter MAC โอ้ย สวยเริ่ด กรีดตาดำ มีฝรั่งมาทักผิดด้วย ว่ากูเป็นสาว MAC เริ่ด
5 โมงกว่าๆ ได้เวลาขึ้นเครื่องบิน โอ้ย คนที่นั่งเยื้องๆ น่ารักจัง เท่ห์ หะหะ...อ่อ งานนี้ เรามีทีมงานแกรมมี่ เดินทางไปด้วย 3 คน นำทีม โดย ฝันเด่น ยกกองตามเราไปถ่ายรายการ มันแปลกดีนะ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงมาก เจอกันครั้งแรก เราก้อละลาย พฤติกรรม กันบนเครื่องทันที โดยการเล่น อีแก่กินเบียร์...แค่ขึ้นเครื่องก้อนึกออกแล้วใช่มั้ยคะ ว่าในทริปมันจะเป็นยังไง เล่นกันยันเครื่องจอด ผ่าน ตม. แขกเข้าไป มืดแล้ว เข้าโรงแรมเลย นอนโลด...
ผิดละ ผิดละ ถ้าเข้าโรงแรมไปนอน คงไม่ใช่เรา ไปถึง เราจะต้อง
*** โปรดติดตามตอนต่อไป ด้านล่างเลยนะคะ *** อินเดีย ตอน กาลครั้งหนึ่งความรัก (Once upon a time in Taj Mahal) - Chapter 2 เสาร์ 13 มกราคม 50 : เดลลี - อัครา - Fatipura Kiri - อัคบาร์ทูม (ไรเดอร์)
Good Morning!!! ตื่นเช้ามั่กๆค่ะ
มาถึงแล้วเดินทางไปยัง Fatipura Kiri เมืองโบราณของพระเจ้าอัคบาร์มหาราช ในสมัยโมกุล พอดีเมืองมันเป็นสีน้ำตาลแดง แนนซี่เลยต้องถอดเสื้อสีอิฐเก็บซะ ควักสีดำออกมาถ่ายรูป ให้ตัดกะ background โอววว ใหญ่มากๆ กษัตริย์องค์เนี้ย เค้ามีเมียทุกศาสนา ก้อเลยมีสถาปัตยกรรม รูปแบบแตกต่างกันไป แน่น๊อน แนนซี่ กะ อรนี่ ก้อไปตามถ่ายรูป ราวกับเป็นสนมในท้องพระโรง น่าเสียดาย ไปคราวนี้ ไม่มีกล้องเดินตาม กดรูป 2 ตัว 3 ตัว เหมือนตอนไปอยุธยา เก๊กท่าถ่ายรูปแล้ว ไม่มีใครมาถ่ายให้เลยอ่ะ มองปราดไปเห็น ฝันเด่น เดินผ่านมาพอดี ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้มั้ยคะ...เล็กเดินเข้ามาทันที ประมาณว่า คนของประชาชน เก๊กหล่อ ถ่ายด้วย ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ เอาแบบว่า พี่ช่วยกดรูปคู่ ให้แนนกะอรหน่อยได้มั้ยคะ แป่ว
ภาคบ่ายไป Tomb Raider ตามล่าหาสมบัติพระเจ้าอัคบาร์กันต่อ ที่สุสานของเค้า ยิ่งใหญ่ สวยงาม สมฐานะมากๆ ทางเดินเข้า มี พรอมินาด กว้าง แน่นอน หนุ่มสาวยูนิตี้ เดินกันอย่างมันใจ อย่างกะเดินบนรันเวย์ 2 ข้างทาง มีลิง มีกวาง วิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้าเป็นร้อยๆ ตัว Exotic ม๊ากก ดูๆ ชมๆ ตามประสาลูกทัวร์ ระหว่างทางเดินกลับ มีนักเรียน high school เดินมากันเพียบ ใส่ชุดนักเรียน ดูอินเตอร์ หน้าตาดูมีตังค์ เออ เริ่ด ค่อยดูมีชีวิตชีวาหน่อย ที่ผ่านมานี่แบบว่า ไม่สวย ไม่หล่อ ไม่ชอบ....เฮ้ยๆๆ ทำไมวันนี้ นักเรียนมันเยอะจังวะ เสียงพี่บี ผจก. ตอบมาทันควัน เพราะวันนี้ เป็นวันเด็ก ... เกี่ยวด้วยเหรอวะ วันเด็กของไทย มันตรงกะอินเดียที่ไหนกันเล่า จากนั้น เดินทางไปต่อ ที่วัดไรไม่รู้ เป็นหินอ่อน ปรากฎมันปิด เข้าไม่ได้ ไกด์เลยปล่อยให้ช้อปปิ้งแทน หันไป จะให้ช้อปไรฟะ มีแต่ตลาดสด ก้อเลย เดินไปเดินมา ถ่ายรูป ซื้อสายไหมกิน ไม่เกรงกลัวท้องเสีย เนื่องจากความซ๊กม๊กของแขก แล้วกลับโรงแรม ไปกิน อาหารแขก มื้อที่ 2 .... เริ่มไม่ work ละ กินอารมณ์เดียวกัน ทุกมื้อๆๆ เซ็ง
สุดยอดไฮไลต์ ประจำวันนี้ นั่นก้อคือ ป๊อกเด้ง เจ้ามือ ประกาศกร้าว รับเงินทุกสกุล ไม่ว่าจะเป็นรูปี เงินบาท ยูเอส ยูโร พบกันที่ห้อง 536 สนุกมากๆๆๆ แทง 20 บาท ลุ้นกันยังกะตาละแสน ง่วงมาก แต่เพื่อศักดิ์ศรี จะเลิกก้อไม่ได้ นั่งเล่น เลื้ยเล่น นอนเล่น เสียหมดตัวแล้ว อีเล็ก ยังจิกหัวขึ้นมา เสียต่อ น้องอร หมดงบ ควักเงิน Korean Won ขึ้นมาเล่น วอนตีนเจ้ามือ และ เพื่อนร่วมวงยิ่งนัก และแล้ว แนนซี่ ก้อตายคาสนามรบ เป็นที่โจษจันกันยิ่งนัก 555 ไปเที่ยว ตี3-4 ไม่หลับ ที่งี้ หลับเฉย...ตอนแรก เพื่อนๆพี่ๆ กะไม่ปลุก ให้นอนต่อไปเลยจนเช้า แล้วจับถอดเสื้อ เมสเซนเจอร์ เตียงข้างๆ ที่ตายคาสนามรบเหมือนกัน สร้างข่าว ดีนะ น้องอรยังมีจรรยาบรรณ ปกป้องแนนซี่จากเรื่องฉาวมาได้...เสียค่ะ เสีย แนนซี่กะเล็ก โดนไปคนละ 500 น้องอร 300 สบายใจ...ที่เสียไปน่ะ ผ้าพันคอ 5 ผืนเลยนะยะ
*** ติดตามชมตอนต่อไปด้านล่างเลยนะจ๊ะ Darling ***
อินเดีย ตอน กาลครั้งหนึ่งความรัก (Once upon a time in Taj Mahal)- Chapter 3 อาทิตย์ 14 มกราคม 50 : อัครา ฟอร์ท - ทัชมาฮาล
โอยยยย ยาวว่ะ เดี๋ยวยูมันต้องด่าแน่เลย อ่ะ สั้นๆ กระชับๆ วันนี้ สาวนิวยอร์กเกอร์อย่างเรา สะลึมสะลือ สะโหลสะเหล มากินข้าวเช้า แล้วไปเที่ยวต่อที่ ป้อมปราการเมืองอัครา จริงๆมันเป็นวังอ่ะนะ ใหญ่มากๆๆๆๆๆ มากที่สุดในโลก แข็งแรง บึกบึน แม้แต่อังกฤษก้อตีไม่แตก ยังกะเดินอยู่ในวินเซอร์ เดินถ่ายรูปเหนื่อยมากๆ ที่นี่ เค้าเอาพระเจ้าชาร์ล จาฮาน คนสร้างทัชมาฮาล มาขังไว้ มุขเด็ด อยู่ที่นี่เล๊ยยย คือ ลูกสาวอีพระเจ้าเนี่ย เค้าอยากเอาหารมาให้พ่อเค้าที่ถูกขังกิน แต่ไม่รู้จะทำไง เลยเอาตัวอ่ะ ทาน้ำตาล แล้วเข้าไปหาพ่อ ให้พ่อเลีย...เลียกันไปมา จนได้เรื่อง ได้เสียกิน อิอิ ลิ้นนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ นึกถึงอีเบสเฉย เพราะมันบอกมันใช้ลิ้นเก่ง...เที่ยวเสร็จ ต้องกินข้าวในโรงแรมอีกละ เซ็งๆๆ เจ้านายเลยควักนิสัยคุณหนูมาใช้ซะงั้น ที่เชอราตันที่จองไว้ ไม่กิน ทิ้งไป ช่างมัน เปลี่ยนไปกิน Holiday Inn ดีก่า เปลี่ยนบรรยากาศ หะหะ ชอบ ทำไรตามใจ คุณนายๆๆ
กินข้าวอยู่ดีๆ ฝันเด่นตะโกนข้ามโต๊ะมาถาม "เฮ้ยๆๆๆ เอานานมั้ย" อีนี่ ยังไม่เคยได้เอาจะไปรู้ได้ไงว่านานมั้ยอ่ะ ว่าแต่แก เอานานโรยน้ำตาลมาลองบ้างมั้ยล่ะ แต่วิธีกิน ต้องเลียเอานะคะพี่ หะหะ บ่ายนี้แล้วซิ ที่เราจะได้ไป
เย็นอีกละ กินข้าวอีกละ เซ็งๆๆ อาหารโรงแรม 5 ดาว ระดับเชอราตัน สงสัย นับวันมันยิ่งเกลียดเรา เพราะเราเสียงดัง อาหารแย่ลงทุกวัน กลับขึ้นห้อง ซดวิสกี้ รสต้มยำดีก่า 555 นอนเอาแรงแป๊บนึง เปิดบ่อนดีก่า เล็กมันหมายมั่นปั้นมือ ขี่เอรากอนมา กะจะมาทวงเงินที่เสียไปเต็มที่ เล่นกันไปถึงตี 2 กว่า ไม่ได้นอนอีกแล้น พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วย เงี่ยน...อยากเอานาน...เอ้ย ไม่ใช่ ง่วงย่ะง่วง
จันทร์ 15 มกราคม 2549 : อัครา - เดลลี - ซิตี้ทัวร์ - ช้อปปิ้ง - กลับกรุงเทพฯ
ตื่นเช้ามากกกกก เพราะต้องเดินทางไกล กินมื้อเช้าไข่ดาว หมูแฮม โคตรมีความสุข เตรียมชุดนอน นอนในรถโลด ว่างเมื่อไหร่เป็นหลับ วิวเวิวข้างทางไม่ดูมันแล้น กลับเดลลี ไม่ค่อยมีอะไรอ่ะ ดูตึก ดูเมือง ที่ยวปาร์ค ข้ามๆๆ บ่ายไป
อาหารเย็น หรูเริ่ด นานอร่อยโคตรรรร ไม่ไหวแล้น เอานานอีก หะหะ มีโชว์ให้ดูด้วย นำโดยกระเทยแขก ดูเสร็จก้อบึ่งไปสนามบินทันที เครื่องดีเลย์นิดหน่อย กลับถึงเมืองไทย ตี 4 เข้ามาเคลียร์งานที่ office เลย...ดู๋ดี๋มะ เอาน่า ขยันหน่อย หะหะ
บ๊าย บายยยย จนกว่าเราจะพบกันใหม่ ปีหน้าเจอกันที่ อิสตันบูล ตุรกี...อิชาล่า
January 05 เกาหลี ตอน สะดุดรัก วันพักร้อน (Perhaps Love) ตอน 2 *** อันนี้เป็นภาคต่อ ของทริปเกาหลี ตอน สะดุดรัก วันพักร้อน ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนแรกให้ลงไปอ่านด้านล่างก่อนนะคะ ***
วันที่ 31 ธันวาคม 49 --- เที่ยวรอบกรุงโซล - พระราชวัง - วัด - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ - Countdown 2007
วันที่ 3 แล้ว วันสิ้นปี พอดี ลูกค้าอารมณ์ดี หลังจากหลงมา 2 วัน เที่ยวอยู่ในเมือง งั้นแต่งตัวสไตล์นิวยอร์คเกอร์ ดีกว่า ไปเที่ยว หมู่บ้านวัฒนธรรมเกาหลี / พระราชวังเคียงบ๊อก / พิพิธภัณฑ์พื้นเมือง / วัดโซเกซา โอ๊ยยย อะไรกัน วันๆ เที่ยวแต่วัด แต่วัง วัฒนธรรม ลูกค้าบอก คุณแนนคะ แบบนี้พี่ไม่ปลื้ม พี่ชอบช้อปปิ้ง เออ เริ่ดค่ะ หนูก้อไม่ชอบเหมือนกัน งั้นไปค่ะ รีบไปกัน บ่าย ไปสวนสนุกท่ามกลางหุบเขากันดีกว่า สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ ดิสนีย์แลนด์เกาหลี โอ้ย คนล้านเจ็ด สิบเอ็ดแสน สงสัย ต่อคิวก้อจะหมดเวลาละ เอาล่ะ ถ่ายรูป เอาสวยๆละกัน อ่อ ลืมบอกไป ทนแรงดันทุรังไม่ไหว น้องอรของเรา ไปถอยกล้องกระดาษ มาถ่ายรูปส่วนตัว ไม่ง้อปีเตอร์ละ ได้เล่น 2 อย่าง รถไฟเหาะตีลังกา นั่งหน้าสุด เอาหน้าโต้ลมหนาว -10 องศา กะ เฮอริเคนสุดโหด สนุกดี จากนั้น ก้อไปกิน "หมูย่างเกาหลี" อร่อยจัง กลับกรุงโซล ตามเวลาที่กำหนด ลูกค้า เตรียมออกไป เค้าน์ดาว 2 หัวหน้าทัวร์สาวก็เหมือนกัน เตรียมศึกษาเส้นทาง ตะลุยโซลกันเอง คืนนี้ ไม่นอนหละ สู้ตายค่า ปล่อยลูกค้าลงที่โรงแรมซักพัก ลูกค้ากระจายหายหมด บ้างก้อนอน บ้างก้อออกไปเที่ยว แต่แน่นอน ไม่มีใครไปเจอเรา 2 คนแน่ เพราะเราตั้งใจจะไป Sinchon & ฮงเดย์ RCA เกาหลี ย่านศูนย์รวม แหล่งวัยรุ่นสุดฮิปของเกาหลี กำลังตั้งท่า ปีเตอร์ถามว่า ยูจะออกไปเที่ยวกันมั้ย ถ้าไปเอาของขึ้นไปเก็บข้างบนซิ เดี๋ยวไอรอข้างล่าง กรี๊ดดดด ในที่สุด มันก้อยอมไปด้วย แถมยังอาสาจะเป็นตากล้องให้อีกตะหาก เริ่ดๆ เชิดๆ ค่ะ (ไม่ทำให้ผิดหวังจิงๆ สมกะที่เป็นเดะถาปัด...เอ๊ะ เกี่ยวอะไรเนี่ย) ท่องราตรีครั้งนี้ เราได้ใช้ยานพาหนะทุกแบบ ตั้งแต่ รถไฟใต้ดิน รถเมล์ แท๊กซี่ เราไปเดินย่านมหาวิทยาลัยของหนุ่มสาวเกาหลี กรี๊ดดด มันมาอีกแล้ว มันมากันเป็นคู่ๆๆ แนนซี่เลยถามปีเตอร์ไปว่า ถ้าชั้นโสดเนี่ย ไม่มีสิทธิ์มาเดินเพ่นพ่านตามถนนใช่มะ ของช้อปปิ้งน่าซื้อจัง (แต่ร้านไม่ค่อยเปิด) ผับก้อน่าเข้า น้องอรบอกว่า อยากเข้าผับฮิปฮอปคนดำเยอะๆ ไม่ไหวนะคะคุณน้อง !!! มีร้านนึง ชื่อ A Twosome Place ไม่ไหวแล้วนะ รับไม่ด้ายยย อิจฉีริษยี เดินไปได้ซักพักใหญ่ๆ มีฝรั่งกลุ่มใหญ่ หน้าตาดู๋ดี๋ ยืนอยู่ เราเดินผ่าน ก้อ Happy New Year หมายมั่นปั้นมือ มาตั้งแต่กรุงเทพฯ น้องอรจะกิน พกทันจู ให้ได้ มันคือ เบียร์แก้วใหญ่ ผสมเหล้า 1 ชอต แล้วกินรวดเดียวหมดแก้ว ปีเตอร์ สั่งเบียร์เบาๆนะ แนนกินเบียร์ไม่เก่ง คุยไป กินไป ทำไมเบียร์ชั้นพร่องเร็วกว่าเพื่อน แนนซี่ กินเบียร์ไม่เก่ง ซะงั้น... ติดนิสัยจาก กทม. ไปซื้อบุหรี่ มา 2 ซอง กะเอามาฝากเพื่อน นังปีเตอร์ เอา Dunhill ไปสูบซะนี่ หะหะหะ อร่อยดี ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก ปกติ ซื้อบุหรี่ ให้หนุ่มๆ ดูดเป็นประจำอยู่แล้น เอาละ ถึงจังหวะ ตบชอต พกทันจู เอาเบียร์วาง เอาตะเกียบวาง เอาวิสกี้วาง จากนั้น จับถ่างขา (ตะเกียบ) ให้เหล้า ตกลงไปในเบียร์ แนนซี่ซดก่อน หมดแก้ว สวยงาม ปีเตอร์ทำหน้า งง ก่อนเช็คบิล 2 สาว เจอคำถามมูลค่า 1 ล้านบาท "ไอไปนอนห้องยูได้มะ" เออ เริ่ด ทีเงี้ย กล้าถาม ไอ้เรา ก้อมองหน้ากัน 2-3 ที เอาวะ ตี 1 แล้ว สงสารมัน อ่ะ โอเชๆๆๆ เรา 2 มัน 1 ไม่มีอะไรมั้ง ระหว่างเดินไปเรียก Taxi น้องอร ต้องซื้อของให้เพื่อน เป็นถุงยาง เหนียวพิเศษ ยี่ห้อ Benetton เราเลยบอกปีเตอร์ว่า รอหน้าร้านนะ เดี๋ยวเข้า Family Mart เดี๋ยวมา เพราะถ้ามันรู้ว่า เราจะเดินไปซื้อ Condom มันจะหนีกลับไปนอนบ้านป่าวฟะ ...แต่สุดท้าย มันก้อเดินตามเข้ามา อดค่ะอด ไม่ได้ซื้อ วงแตก....ดึกมากแล้น กลับห้องนอน ปล่อย ปีเตอร์ อาบน้ำไปคนเดียว 2 สาว เอาการ์ด HNY ไปสอดไว้ใต้ประตูห้องลูกค้าSurprise !!! กลับมา นอนๆๆ XXX พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าทำงานต่อ.... สวัสดีปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 49 -- ไปไหนไม่รู้ (มาววว) - ชอปปิ้งเมียงดง - กลับเมืองไทยละ หะหะ วันนี้ ลืม Morning Call ลูกค้า ปล่อยให้นอนกันตามสบาย อิอิ ไม่ผิด ไกด์สวย ทำอะไรก้อไม่ผิด เอาน่า กลับแล้ว ชิล ชิล หน่อยนะ ระหว่างนั้น ลงมาจัดการเรื่องกระเป๋า เพราะคณะของน้องอร จะแยกกลับไปก่อน ระหว่างจัดอยู่ ปีเตอร์มาถึง Hello!!!! Happy New Year หะหะ เนียนมากค่ะ สุดหล่อ จะไปเที่ยวไหนอ่ะ ตอนเช้า อ๋อๆๆๆ ไปโรงเรียนทำกิมจิ ว๊าว Martha Steward มาเอง สนุกดี ลูกค้าชอบใจ ถ่ายรูปกับชุดประจำชาติเกาหลีด้วย จากนั้น ก้อพาไป Shopping ที่ Duty Free พอกินข้าวกลางวัน น้องอร ก้อแยกกลับไปก่อน ไปสนามบิน กะ พี่ไกด์ท้องถิ่น ส่วน แนนซี่ ปีเตอร์ พี่นวล (ไกด์ท้องถิ่น) 3 คน พาลูกค้าอีกกลุ่ม ที่กลับทีหลัง ไปช้อปปิ้งที่ ตลาดเมียงดง สยามสแควร์เกาหลี (เริ่ดมะ ลูกค้าแค่ 12 คน มีไกด์ตั้ง 3 คน) ไอ้เราก้ออยาก shopping นะ มายังไม่ได้ช้อปเลย แต่มี 2 หนุ่มเดินตามตลอด เป็น บอร์ดี้การ์ด เฮ้อ ไม่ช้อปก้อได้ฟะ ไม่ชอบให้ใครเดินตาม เงี้ยแหละ มีลูกกวนตัว มีผัวกวนใจ อะไรกันนี่ เลยจบสุดท้าย ที่ Starbucks ปรี๊ดด...หมดเวลาช้อปปิ้ง ของอีก 1 อย่าง ยังไม่ได้เลย จะกลับแล้น เตอร์ฮะ ช่วยหน่อยนะฮะ I need Benetton ตอนแรกมันงง จะซื้ออะไร (ตอแหลจิง ทำยังกะ ไม่เคยใช้) คอนดอม อ่ะ คอนดอม รู้จักมั้ย มันยิ้ม แล้วพาเดินไปที่ shelf แบบไม่ต้องหา เออ เริ่ด ไม่เอาอ่ะ หน้าบาง ไม่วื้อ่ะ เตอร์ซื้อให้เราหน่อยนะ เนี่ย เราให้ Dunhill หมดห่อเลย หะหะ จากนั้นก้อยื่นตัง แล้วออกไปรอนอกร้าน....กรี๊ดดดดด ชายหนุ่มเดินออกมา พร้อมอะไรกล่องๆ ในมือ ถุงเถิงก้อไม่ใส่ (เกาหลี ถ้าขอถุงเพิ่ม เสียตังค์) โอ้ย กรี๊ดดด อายๆๆ มั้ยนั่น ปะปะ ไปสนามบินได้ละ กลับบ้านซักที ดีใจจังวุ้ย จะได้นอนเยอะๆ ซักที ร่ำลากันที่สนามบิน ลูกค้าแอบถ่ายรูปกับปีเตอร์ จะเอาไปหลอกเพื่อน ว่าเจอดาราเกาหลี อิอิ ถ้าล้างรูปออกมา เพื่อนน้องพิมพ์ คงไม่เชื่อ บ๊าย บาย เกาหลี มาครั้งนี้ สนุก เสร้า เหงา ซึม ตื่นเต้น ผิดกะ 4 ครั้งที่แล้วๆมา ได้เพื่อนใหม่ ลูกค้าที่ดี ได้เที่ยวมันส์ๆ ชอบๆๆๆ กลับมา นั่งรอรูป ที่ตากล้องเราบอกว่า เป็น BD gifts ไม่ต้องซื้อใบละ 200 จะส่งเมลมาให้แทน หะหะ น่าร๊ากกกกก ไปละ ขึ้นเครื่อง TG 657 กลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ.....มีทริปเกาหลีอีก มาอีกนะ เอาอีก เอาอีก สนุกๆๆ ชอบ....จบ January 03 เกาะช้าง ตอน อุ่นไอรัก ที่พักใจ (Koh Chang: Shall we break?)Happy New Year 2007 จ้า............
หยุดพักปีใหม่ไป 5 วัน แต่ซิ่งไปเกาะช้างวันที่ 30 ธ.ค.46-1ม.ค.47 คราวนี้ถือโอกาสพาปาป๊ากับมาม๊าไปตากอากาศที่รามายาณา เกาะช้าง (หาดคลองพร้าว) สวยดีนะ หลังจากที่ไปแอบเซอร์เวย์ที่พักอื่นๆบนเกาะแล้ว ที่นี่ก็นับว่าสวยดี แต่ไม่ติดหาด ต้องนั่งรถออกไปหาดส่วนตัว แต่โดยรวมก็โอเค ก็ไปนั่งเล่น นอนเล่น (กินๆนอนๆ) ว่ายน้ำ อ่านหนังสือ ไปน้ำตกคลองพลู ไปกินข้าวร้านเจ๊อิ๋ว ก๋วยเตี๋ยวเป่าปาก เย็นวันแรก ไปถึงก็เจอเมย์ เพื่อนเก่าแบบโลกมันแคบอีกแล้ว มาพักที่เดียวกันเฉยเลย ก็เลยสนุกดี ได้เม้าท์กันใน Gala Dinner สนุกสนานเฮฮากะน้องๆด้วย นับได้ว่าเป็นปีใหม่ที่อบอุ่นใช้ได้เลยล่ะ รู้สึกโชคดีอยู่เหมือนกันที่ปีใหม่นี้อยู่ต่างจังหวัดพอดี เพราะในกรุงเทพมีระเบิดหลายจุดจนต้องเลิกงาน Count down ขาดทุนไปกันเยอะ พวกที่ทำนี่ก็ใจร้ายจัง ประเทศไทยเลยดังเลย เราอยู่ที่เกาะก็รู้ข่าวกันท่วงทันเหตุการณ์เพราะอยู่หน้าทีวีอยู่พอดีตอนนั้น
ขากลับแวะเจอพี่รักษ์ที่จ.ตราด กินข้าวที่ร้าน กรุงไทยคิชเช่น อร่อยมากๆๆๆๆๆอาหารทะเลสดมากๆๆๆ ร้านเก๋ไก๋อยู่หน้าหมู่บ้าน ถ้าไม่มีคนพาไปคงหาไม่เจอเอง รู้สึกดีจัง คิดถึงประกาศนียบัตร GFGF สุดๆ อยากแจ๊กอยากแจก ทุกอย่างถูกใจผู้ร่วมเดินทางทุกคน ก่อนกลับแวะพักหาญาติที่เมืองจันท์ เลยโอ้เอ้ๆ กว่าจะออกก็ 17.30 เมย์โทรมาชั้นอยู่เมืองชลแล้วนะ แกอยู่ไหน...ยังอยู่จันท์อยู่เลย (คือออกจากเกาะช้างก่อนเมย์ประมาณหลายชั่วโมงอยู่) ถึงบ้านอย่างปลอดภัย
วันอังคารที่ 2 ก็ไปไหว้ปีใหม่ ตะลุยได้4วัด คือวัดระฆัง วัดอรุณ วัดโพธิ์ และวัดพระแก้ว เอาฤกษ์เอาชัย...
ปีใหม่นี้มี New Year Resolutions ใหม่ๆอีกแล้ว จะทำให้ได้ๆๆ
1.จะรักตัวเองให้มากกว่าเดิมอีก (% difficulty: 10%)
ข้อนี้ไม่น่ายาก บางครั้งเราอาจจะคิดถึงคนอื่นมากเกินไปหน่อย ลืมแคร์สุขภาพและความรู้สึกของตัวเอง ให้ซะสิบเปอร์เซนต์
2. จะพยายามละทานเนื้อสัตว์ (หมู ไก่ เป็ด) ให้น้อย ถึงน้อยที่สุด (% difficulty: 15%)
จะกินต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ถึงกับไม่กินเลย (ก็ถ้าเลือกไม่ได้) แต่จะไม่สร้างความลำบากให้ใคร (เลือกได้ก็ไม่กิน) หรือให้รางวัลตัวเองในโอกาสพิเศษ
(15% นี่ กลัวว่า จะให้รางวัลตัวเองบ่อยไปหน่อยนะสิ)
3. จะลดอาหารปรุงแต่ง ให้มากขึ้น (% difficulty: 20%)
อ้วนๆ ไม่ดีต่อสุขภาพด้วย (จริงๆควรมากกว่า 20% เพราะต้องตัดใจ กินขนมน้อยลง...ยากส์เหมือนกันแฮะ)
4. จะฟิตออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ5วัน (% difficulty: 80%)
ความยากส์เด้งขึ้นมาทันทีถึง 80% อุปสรรคคือความขี้เกียจ มีทติ้งเพื่อนๆ แต่อยากฟิต ทำไงดี อาทิตย์ละ2-3วันมันน้อยไปหน่อย
5. จะชอปปิ้งน้อยลง! (% difficulty: 90%)
แค่คิดก็ยากส์แล้ว...แต่ไม่เป็นไร ตั้งไว้ก่อน เผื่อทำได้ เอาไว้เตือนใจ haha
ปีที่แล้วถือว่าประสบความสำเร็จนะ เพราะหยุดแล้ว..ชีวิตปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม อันนี้เลิกเด็ดขาด แต่ก็ยังไปปารตี้ได้ ไม่ต้องห่วง
น้ำแข็ง น้ำเย็น ก็กินน้อยลง แต่ไม่ซีเรียสถึงขั้นไม่กินเลย ก็กินได้บ้างแต่นับว่าน้อย
แล้วเพื่อนๆละจ๊ะ ปีใหม่ทำไรกัน...คิดถึงๆ
Miss you all...
Miss going-to-be healthy Valen November 27 South Africa : Finding the Big 5 Episode 3กลับมาแล้วตามคำเรียกร้อง ต้องขอโทษชาวคณะ ที่ไม่ได้รีบมาอัพเดททริปให้จบไวๆ ยังไงก็ขอบคุณติดตามผลงานนะคะ อีกแค่ 1 ตอนเท่านั้นก็จะจบแล้วค่ะNovember 2
หลังจากที่ท่องเที่ยวตามแหล่งอันมีชื่อของเมืองกู๊ดโฮปกันอย่างเต็มอิ่ม 2 วันแล้ว ก็ได้เวลาอำลาเมืองอันสวยงามไปแล้ว โชคดีมากที่วันนี้ไม่ต้องเที่ยวเคปทาวน์ เพราะอากาศไม่เป็นใจอย่างแรง ฟ้ามือ ลมแรง อากาศเย็น แถม table mountain ก็เต็มไปด้วยหมอกปกคลุมแทบมองไม่เห็นเลย
รับประทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้ว ก็รีบขึ้นรถไปต่อเครื่องบิน โบกมืออำลาเมืองเคปทาวน์ เพื่อจุดมุ่งหมายต่อไปคือเมืองโยฮันเนสเบิร์กที่เราลงวันแรกนั่นเอง หลายคนสงสัย อ้าว จบแล้วเหรอ ยัง ยังจ๊ะ ที่เรากลับมาที่โจเบิร์ก ก็เพื่อจะไปเที่ยวเมืองโกลด์รีฟซิตี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนวนุกและเหมืองโบราณ โดยที่นี่สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปี แห่งการค้นพบทองคำในแอฟริกาใต้ อาคารภายในสร้างเลียนแบบและยกของจริงที่ยังเหลืออยู่ในสมัยก่อนมาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ชมกัน โดยก่อนจะลงไปนั้น ก็ต้องป้องกันอันตรายเล็กน้อย โดยสวมหมวกวิศวกรป้องกันเศษหินหล่นใส่หัวกันก่อน พร้อมแจกไฟฉายส่องสว่าง เนื่องจากเมื่อลงไปข้างล่างแล้ว จะมืดมาก แม้จะมีไฟส่องเป็นระยะ พร้อมกันนั้นข้างล่างยังไม่มีอากาศหายใจ จึงจำเป็นต้องมีการนำอากาศลงไปข้างล่าง ซึ่งค่าใช้จ่ายสูงมาก เค้าก็เลยให้เราลงไปแค่ 223 เมตรเท่านั้น โดยเค้านำชมวิธีการขุดทองในสมัยก่อนเทียบกับสมัยใหม่ และสัมผัสกับสภาพความเป็นอยู่ของกรรมกรเหมืองทองที่แทบจะไม่เห็นแสงสว่างเลย (น่าจะตัวขาวขึ้นนะ แต่ก็งดำเหมือนเดิม 555)แต่ข้างล่างนี้เราขี้เกียจถ่ายรูป เพราะถ่ายไปก็เห็นแต่ก้อนหิน ทองเทิงไม่เห็นหรอก เห็นแต่สายแร่ทอง ที่กว่าจะมาเป็นทองคำแห่ง 1 กก.นั้นต้องขุดหินที่มีสายแร่เป็นพันๆตันเลย มันเลยเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมทองมันแพง และมีมูลค่ามาก
อ้อ! ลืมบอกว่า ที่โกลด์รีฟมีสวนสนุก แต่ไม่ได้เล่นหรอก เพราะเราเน้นมาดูเหมืองทองกันอย่างเดียว ระหว่างเดินเที่ยวก็จะเจอกับนักเรียนแอฟริกันมากมายที่มาทัศนศึกษา ทำให้นึกถึงญี่ปุ่นเลย ที่ไม่ว่าจะไท่ยวไหน ก็จะเจอแต่นักเรียนญี่ปุ่นขาโต จิ้มลิ้มกันทั่วทุกที่ แต่ที่แอฟริกาก็จะเป็นเด็กประมาณประถม น่ารักๆทั้งนั้น
หลังจากดูทอง ขุดทองกันเสร็จแล้ว เราก็กลับเข้าเมืองกันเพื่อจะพาไปช็อปปิ้งเพชรกัน แต่ไปถึงก็ปิดซะแล้ว ซึ่งก็ดี เพราะไม่ได้อยากไปดูเลย เพชรเนี่ย ซื้อก็ไม่ได้ซื้อกะเค้า แต่ที่ทัวร์พามา ก็เพราะว่าที่อแฟริกาใต้เค้ามีชื่อในเรื่องทองกับเพชร เพราะขุดได้เยอะ แต่ทองที่นี่จะสีเหลืองไม่เหมือนเหลืองทองเมืองไทยที่จะอมส้มนิดๆ พอไม่ได้ดูเพชร เราก็มาดูดอกจั๊กกะแรนด้ากันแทน ซึ่งบานเต็มทั่วเมืองโจเบิร์ก และจะบานเฉพาะเดือนตุลาคมเท่านั้น บานแค่ 6 อาทิตย์เอง โดยอีดอกจั๊กกะแหร่นนี่ มันจะมีสีม่วง มองผ่านๆเหมือนดอกตะแบก กะดอกศรีตรังบ้านเรา แต่ที่นี่เค้าปลูกกันทั่วเมืองเลย ถ้ามาเร็วกว่านี้อีกนิด คงจะม่วงหรอยกันทั่วเมือง อันนี้เลยมีร่วงหล่นไปบ้างตามท้องถนนตามฤดูกาล ซึ่งก็ดูสวยไปอีกแบบ แต่เนื่องจากแดดเริ่มตก ภาพก็เลยไม่ค่อยสวยเท่าไร ดูมืดๆ แต่ไม่เป็นไร วันรุ่งขึ้นเค้าว่าจะมีเยอะที่เมืองพรีทอเรีย
สำหรับอาหารมื้อเย็นนี้ ทางไกด์เค้าจัดพิเศษให้ นั่นก็คือการไปกินอาหารพื้นเมืองที่ร้าน Canivoor ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ดังที่สุดของที่นี่ แต่ต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองประเมาณ 1ชม. โดยบรรยากาศการตกแต่งร้านของที่นี่ก็จะเป็นสไตล์แอฟริกันแท้ๆ พวกเราเข้าไปกันกลุ่มแรก ก็เลยดูเหมือนไม่มีคน เมนูแรกทที่เสิร์ฟเป็นผักสลัด และขนมปัง ซึ่งสลัดเค้าน่าจะเอาไว้กินกับพวกเนื้อสัตว์ทั้งหลายมากกว่า เพราะรสชาติเปรี้ยวมาก มื้อนี้ทางทัวร์บริการพิเศษ โดยมีไวน์ให้เกบชาวคณะได้รีบประทานกัน เดี๋ยวจะหาว่าไม่ได้ชิมไวน์แอฟริกากันก่อนกลับ อาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี่ที่เค้ามากินกัน ก็คือพวกเนื้อสัตว์ป่าต่างๆ เช่นม้าลาย กวาง เสือ ยีราฟ จระเข้ นั่นแล่ะ ดิฉันได้ยินครั้งแรกก็ไม่ค่อยอยากกินเท่าไร คงคิดว่าจะกินแค่เนื้อหมูกะไก่ แต่คิดไปคิดมา แหม ไหนๆมาถึงถิ่นทั้งที ขอลองซักนิดแล้วกัน โดยวิธีการเสริฟ เนื้อเค้าจะย่างมาเป็นไม้ใหญ่ๆ พร้อมมีดอันโต ไว้คอยหั่นให้ ถ้ามีคนเรียก
เนื้อแรกที่กินกันก็คือ ซี่โครงหมูป่า ขอบอกว่าเค้าย่างกับน้ำผึ้งมาก อร่อยมากกกกก ต่อด้วยปีกไก่ย่าง ซึ่งมีเรื่องขำขันตรงที่ เวลาเค้าจะเสริฟ กลัวคนไทยไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ก็เลยใช้วิธีถามไกด์ว่า ภาษาไทยเรียกว่าอะไร ซึ่งเวลาชาวต่างชาติพูดไทยมันจะเหน่อๆ ปีกไก่ก็เลยกลายเป็น ปิ๊ไก่ไปซะงั้น เนื้อต่อมาคือเนื้อกวางกูดู ซึ่งรสชาติคลายเนื้อเป็ด แต่จะคาวๆนิดๆ ต่อไปคือเนื้อนกกระจอกเทศ และอย่าลืมจินตนาการตามด้วยเวลาพนักงานเสริฟพูดภาษไทย ซึ่งขอบอกว่ามันตลกมากกกก นกกระจกเต๊ด บางทีก็ขาดคำว่าเทศไป กลายเป็นนกกระจกแทนซะงั้น แล้วก็มาถึงเนื้อเด็ดสำหรับคืนนี้ นั่นก็คือ เนื้อจระเข้ครับท่าน ตอนแรกว่าจะไม่เอา แต่อาโกวก็ตัดแบ่งให้กน่อย ก็เลยลองกินดู ปรากฏว่าอร่อยเหนือความคาดหมาย เนื้อเหมือนไก่มาก แต่อร่อยกว่าเยอะ และถ้าไม่บอกว่าเป็นจระเข้ก็ไม่รู้เลย แต่ไม่กล้ากินมาก กลัวกลายเป็นจระเข้ ไม่ก็จิ้งจกมาหาทุกคืน บรื๋ออออ เนื้อสุด้ายประจำคืนนี้ได้แก่ เนื้อม้าลายค่ะ สีของเนื้อจะออกสีอมแดง เป็นเพราะยังไม่สุกดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็ขอลองกินหน่อยละกัน ที่กล้ากินเพราะเค้าบอกว่าสัตว์ที่เอามากินเค้าเลี้ยงสำหรับการนี้โดยเฉพาะ ไม่ได้ไปล่าในป่ามาแต่อย่างใด แต่เนื้อม้าลายเนี่ยค่อนข้างคาว ต้องใช้น้ำจิ้มแจ่วช่วยมากๆ ก็กินกันจนอิ่ม เพลิดเพลินกันจนมองออกไปรอบๆเห็นคนเต็มร้านเลย ซึ่งโต๊ะที่เฮฮาที่สุดคงหนีไม่พ้นโต๊ะคนไทย เพราะได้ไวน์มาแกล้ม ช่วยเพิ่มการส่งเสียงที่ดังจอแจอยู่แล้วให้ดังยิ่งขึ้น สังเกตุว่าพักหลังๆ เค้าไม่ค่อยเดินมาเสริฟที่โต๊ะเท่าไรแล้ว ทั้งๆที่พวกเราก็ยังไม่ได้ยกธงลงเลย ซึ่งทางร้านเค้าจะมีธงโลโก้ร้านตั้งไว้ที่ยอกจานสลัดกับน้ำจิ้ม หากใครไม่เอาแล้ว ให้ยกธงลง แต่ถ้ายังไม่เอาลงเค้าจะมาเสริฟให้เรื่อยๆ แต่มันคงคิดว่า อีพวกนี้พอแล้ว กินไรนักหนา เลยไปเสริฟคนอื่นกันหมด
เนื่องจากที่พักอยู่ใกล้ๆแอร์พอร์ท ต้องนั่งรถย้อนเข้าไปอีก 1 ชม. กินเสร็จก็เลยเล่นเกมส์ซ่อนตาดำกันทั้งคัน ตื่นขึ้นมาถึงโรงแรมแล้ว ก็รีบอาบน้ำอาบท่าเข้านอนกัน เพื่อเตรียมตัวไปดูดอกจั๊กกะแรนด้าและเข้าสู่เมืองซันซิตี้ ตั้งของโรงแรมสุดหรู เดอะ พาเลสกันในวันรุ่งขึ้น
|
|
|