GFGF's profileGreatFoodGoodFriendsPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 21

    แม่กลองเฟสติวัล ตอน นี่แหละคือความเสียใจ...

             นี่แหละคือความเสียใจ ความเสียใจ มันเป็นอย่างนี้ จำซะใหม่ เจ็บจนร้องไห้โดยไม่อาย ต้องช้ำทุรนทุรายขนาดนี้...  
    สนุกม๊ากกก สำหรับ ทริปอำลาแม่กลอง ไม่รู้ว่า ทริปนี้ จะเป็นทริปสุดท้ายสำหรับบ้านหลังนี้รึป่าว แต่เอาวะ นัดกัน ไปกินกุ้ง กินปู กินเหล้าขำๆ บ่ายวันเสาร์ พวกเราจากทั่วสารทิศ ก็บึ่งรถออกจากกรุงเทพฯ โดยมีจุดหมายอยู่ที่ บ้านคุณนาย โดยมี พ่อครัวหัวป่า บอล (พ่อของลูก) ไป shopping ให้ก่อน จริงๆ มันคงกะไม่ให้แนนซื้อมากกว่า เดี๋ยวของจะเลี้ยงคนได้ทั้งตำบล ไปถึง ทุกคนก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ บางคนก็ทำกับข้าว บีบมะนาว ลวกก๋วยเตี๋ยว ดูเหมือนจะมี Nancy คนเดียว เดินไป เดินมา ชี้นิ้วสั่ง บ่ายแก่ๆ กุ้ง สาวสวยประจำทริป ก็ ก็หอบกับข้าวมาถุงเบ้อเริ่ม จากนั้น สามสาวซาซ่า ประกอบด้วย แนนซี่ อรนี่ ป๊อบปี้ ในขณะที่คนอื่นๆ โซ้ยก๋วยเตี๋ยวกันยกใหญ่
               แดดร่มลมตก ก็ออกไปล่องเรือไปตลาดน้ำ และดูหิ่งห้อย โอ้ย น่ารักม๊ากกก หะหะ ที่ว่า น่ารัก นี่คือ น้องบอล Season Change ที่เราไปเจอที่ตลาดน้ำนะ ...หะหะ ไม่ใช่ บ้านเรือน ตลาด home stay ทุกอย่างดูน่ารักไปหมด เรือจอดที่ร้านกาแฟโบราณแห่งนึง แล้วพวกเราก็ แยกย้ายกันไปเที่ยว โดยมีข้อตกลงว่า ห้ามกินอะไร (หนักๆ) เด็ดขาด เพราะอาหารทะเล มื้อใหญ่รอเราอยู่ เดิน 3 ก้าว ถ่ายรูปที ไม่ไปถึงไหน จะหยุดนานหน่อยก็ตรงที่ ร้าน โปสการ์ดเนี่ยแหละ นั่งถ่ายรูปเค้าซะคุ้มเชียว ฟ้าเริ่มมืด ไปเถอะ ไปดูหิ่งห้อยกัน คนขับเรือ พาไปโน่นนี่ ดูจนเบื่อ ดูจนร้องกลับบ้านเหอะ ท้องมันหิว (เหล้า) จ๊อกๆ โว้วววว
              กรี๊ดดดด อาหารทะเลที่ไหน ก็ไม่เริ่ด เท่าบ้านเรา กุ้ง หอย ปู ปลา กั้ง แมงดา (อันนี้ไม่เกี่ยว) มีเพียบ ทุกคน enjoy eating  กันหมด ไม่มีใครถ่ายรูปอาหารไว้เล๊ยยยย ต่อไป ก็ถึงเวลาแห่งความสนุก เพราะเริ่มเปิดฟลอแด๊นซ์ วงไพ่ และ วงเหล้า ในเวลาเดียวกัน กินกันไม่รู้ท่าไหน ทำไมเหล้าที่เอาไปมันไม่พอ เหล้าก็แล้ว เบียร์ก้อแล้ว ว๊อดก้า บ้าบอ เมาแล้นน จำอะไรไม่ค่อยได้ จำได้แต่ ไปร้องเพลงหน้าบ้าน ไม่รู้หรอกว่าว่าร้องเพลงไรมั่ง   ร้องเป็นร้อยเพลง แต่ทุกเพลงมีท่อน hook เหมือนกัน 5555  นี่แหละคือความเสียใจ ความเสียใจ มันเป็นอย่างนี้ จำซะใหม่ เจ็บจนร้องไห้โดยไม่อาย ต้องช้ำทุรนทุรายขนาดนี้...  หันมาอีกที Nancy น้ำตานองหน้า เหมือนอินกะเพลงซะงั้น หะหะ น้องๆ พี่ๆ ตกใจเป็นการใหญ่ ว่า Nancy เกิดจะเฮิร์ทอะไรขึ้นมาอีกแล้น ก็จะมีแต่เพื่อนๆ รู้ใจ นี่หละ ที่บอกว่า ไม่มีไรหรอก แนนซี่เมาแล้วร้องไห้ ถ้ามันไม่ร้อง แสดงว่ายังไม่มาววว 555 เมาแล้ว ก็เอากล้องบอล ที่ถอยมาเป็นแสน เพื่อการนี้โดยเฉพาะ มาถ่ายรูปเล่นกัน เพื่อเอาไปทำ อัลบั้มเฉพาะกิจ โอ้ยยย กล้องบอลนี่ รูปสวย สมราคากล้องจริง จริ๊งงง (คนถ่ายก็เก่งนะจ๊ะ อย่าเพิ่งงอน) แล้วก็หลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้อีกที ตื่นมา เห็นคุณบอล นอนอยู่หน้าบ้าน อิอิ ซ้อวาเลนไม่มา..นี่แหละคือความเสียใจ เลยกินเหล้าซะเมาเรยยย มาแม่กลองคราวนี้ ไม่มีการเปิดใจเลย เพราะไม่มีอะไรจะเปิด เซ็งมากๆ เหยื่อรายใหม่ๆ ก็ไม่มี ตื่นมา แม่ยัดเยียด ก๋วยเตี๋ยวให้กินอีก นั่งเม้าท์กันไปเรือย ไม่มีไรทำ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน .... จบ
     
    ปล. เขียนสั้น เพราะจำไรไม่ค่อยได้ ไปดูรูปเอาละกันนะ
            
     
     
    April 29

    Memoir of Japan : Save the Last Trip

    Sayonara Japan Day 3-4            โตเกียว - วัดอาซะกุซ่า - ฮาโกเน่ - ภูเข้าไฟฟูจิ - ฮามานะโกะ - โอซาก้า
            Ohayoogozaimatsu !!! วันนี้จะไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่วัดอาซะกุซะ แคนนอน จากนั้นปล่อย shopping 2 ชั่วโมง โอ้โห ลูกค้าชั้น ขนกันมา นึกว่าไปสำเพ็ง ประตูน้ำนะนั่น เดี๋ยวจะเอาเก้าอี้ในรถที่ไหนนั่งคะ คุณพี่...ตามโปรแกรมจะให้กิน เทมปุระ ร้าน TV Champion ที่แอบมากินคราวที่แล้ว แล้วชอบ แต่พี่ตุ่น (ไกด์ท้องถิ่น) บอกมันเต็ม พาไปกินร้านไหนไม่รู้ เห่ยมากกก ขัดใจ Nancy เป็นอันมาก เสียหน้าๆๆๆ จากนั้น ไปอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ ล่องเรือโจรสลัดในทะเลสาบอาชิ อากาศดีเริ่ด เพราะหัวหน้าทัวร์สวย อะไรๆก็เลยดีไปหมด จากนั้นขึ้น หุบเขานรกโอวาคุดานิ กะจะแจกไข่ดำ ลูกค้าคนละลูก เพราะกินแล้วจะอายุยืนไป 7 ปี 555 ดวงไม่เสียตัง ไข่ดำหมด อ่ะๆๆ เดี๋ยวเลี้ยงอย่างอื่นละกัน 
           นั่งรถไปอีกไกลโขทีเดียว กว่าจะถึงโรงแรมอาบน้ำแร่ของเรา โรงแรมแบบญี่ปุ่นแท้เลยล่ะ หน้าโรงแรมมีต้นซากุระ บาน ยาวเป็นกิโลเลย กรี๊ดดดด ทำไมชั้นต้องมาคนเดียวด้วยล่ะ ทำไม๊ ทำไม อ้าวว โรงแรมดันเต็มอีก ชั้นกะไกด์ท้องถิ่น ต้องไปนอนโรงแรมจิ้งหรีดข้างๆ ซะงั้นอ่ะ กรี๊ดดด ชั้นอยากนอนเสื่อตาตามิ ที่นอนฟุตง ขอวอน หลอกให้ลูกค้าใส่ชุด ยูคาตะ ลงมากินข้าว เริ่ดค่ะ เริ่ด กินเสร็จ นัดกันว่า เดี๋ยว 3 ทุ่มครึ่ง เรามาแก้ผ้า อาบน้ำพร้อมกันนะคะ...ถึงเวลา ลูกค้าลงมา ไม่เจอ แนนซี่ซะงั้น เพราะมัวแต่หลอกลูกค้าอีกกลุ่ม ไปกินราเมงชีส สุดอร่อย ตามคำร่ำลือ ปาเข้าไป 4 ทุ่มกว่าโน่น กว่าจะได้แช่น้ำแร่ แช่ที่นี่ ต้องแก้ผ้าหมดนะคะ แช่แล้ว สบายม๊ากก มาก หน้าใส ชอบๆๆ แช่เสร็จ ดัน คัน อยากจะกินไอติมเย็นๆ เอาวะ ออกไปทั้งยูคาตะเนี่ยแหละ โนบรา ออกไปเลย ถ้ารอเปลี่ยนชุดคงไม่ได้กิน
            เดินออกมา เจอลูกค้า หนุ่มโทเสดสาด ลูกแม่โดมเหมือนกัน นั่งอ่านหนังสือ อยู่หน้า onsen เอาวะ ชวนออกไปกินไอติมด้วยกัน ยืมตังค์ด้วยนะ ไม่มีตังค์ มีแต่ตัว เออ เริ่ด เป็นมุข หลอกลูกค้ามาเดินชมซากุระยามดึกที่เนียนมาก ขานี้ก็ห่างบุหรี่ไม่ได้เลย ชั้นว่าแล้ว ลูกค้าที่ถูกชะตา มันต้องมีนิสัยอะไรแบบนี้ กินเสร็จก็นอน เฮ้อ เหนื่อย
            วันต่อไป ไป ขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ชั้น 5 อากาศดีมากๆๆ บนฟูจิหิมะเพิ่งตก ขาวโพลน ฟ้าเปิดอีกตะหาก บรรยากาศดีจัง มารอบนี้ อรเอ้ยย โซรัคซานชิดซ้าย แทะข้าวโพดกะชาเขียวร้อนๆ อบอุ่นยิ่งกว่า คู่รัก คู่รส Coffee Mate ภาคบ่าย นั่งรถสะสมไมล์ ตะลุยทางไกล ไปโอซาก้า ผ่านทะเลสาบปลาไหล ไม่มีอะไร โอ้ยยย นั่งรถจนปวดหลัง เงี้ยแหละ ทัวร์คนแก่ เลยกลายเป็นโรคคนแก่ไปด้วย อ่อ เออ นั่งซินคันเซนด้วยนะ งั้นๆอ่ะ นั่งบ่อยละ (อิอิ) พาลูกค้าไปกินข้าวที่ ซินไชบาชิ กระตุ้นต่อม shopping ให้มันแสบๆคันๆก่อนเข้าสู่โรงแรม Hyatt regency โรงแรม 5 ดาว หรู เลิศ อลังการ ไม่เว้นแม้กระทั่ง front และ เด็กยกกระเป๋า หล่อ เท่ห็ สมาร์ท หน้าตาอินเตอร์ มีการศึกษา ที่สำคัญ พูดอังกฤษได้ ฟังรู้เรื่องทุกคน  อาเฮีย อาซ้อ ดันทำกุญแจ ล็อคกระเป๋าไปเก็บไว้ไหนไม่รู้ ต้องลำบากชั้น และ พนักงานสุดหล่อ หาแชลงมางัด พอนึกออกมั้ยคะ ทัวร์ สว. (สูงวัย) รึทัวร์กล้วยไม้ (ไกล้ม้วย)     
            เสร็จธุระแล้ว ออกไปเดินเล่นแถวโรงแรมซะหน่อย โอยยย เงียบชิบเป๋ง ผีจะหลอกมั้ยเนี่ย ข้ามถนนไป กรี๊ดดดด เป็นสวนสาธารณะ อยู่ริมอ่าวโอซาก้า เปิดไฟสีๆๆ กรี๊ดดดด มิน่าล่ะ ยุ่นมันถึงขับรถมาจอดเป็นคู่ๆ  ไปค่ะๆๆๆๆ รีบกลับโรงแรม มาเดินเล่นกินบรรยากาศได้ แต่อย่าให้บรรยากาศมันกินเรา เข้าใจมั้ย !!!!    
     

    Memoir of Japan : Save the last trip

    Sayonara Japan Day 5-6           เที่ยววัดเกียวโต - ช้อปปิ้งซินไชบาชิ - สนามบินมะนิลา-กลับกรุงเทพฯ    
           วันนี้ นุ่งขาว ห่มขาวเที่ยวมันแต่วัด เผื่อจะสงบจิตสงบใจ เริ่มจาก วัดทองคิงคาคุจิ ที่เราเคยเห็นกันในการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง โอ๊ยยย ของจริงสวยมากมาย มันจะทองอารายยได้ขนาดนั้น เห็นแล้วอยากมากับเพื่อนอ่ะ ไม่อยากมากับลูกค้า ถ้ามาเอง คงถ่ายรูปตรงนี้หมดไปครึ่งวัน อากาศหลังฝนปรอยๆ นี่แบบว่า มันดูมีชีวิตชีวาม๊าก มาก จากนั้นไป ศาลเจ้าเฮย์อัน ไม่มีอะไรมาก เป็นศาลเจ้าขนาดใหญ่มากกกสีสดใส ไม่มีอะไรมาก แต่ข้างในนี่ซิ ซากุระบานสะพรั่ง เสร็จแล้วพาลูกค้าไปกินชาบู มีเรื่องฮาจะเล่าให้ฟัง
    ซ้อ : แนนๆ ดูเสื้อหนาวสีชมพูให้ซ้อหน่อยซิ ซ้อลืมไว้
    แนน : สีอะไรคะซ้อ เอ แนนดูในร้านแล้ว ไม่มีนะคะ
    ซ้อ : สีชมพู
    แนน : เอ ใช่ตัวที่ซ้อใส่อยู่รึป่าวคะ
          โอ้ย แอบขำในใจ แต่แบบว่า อีกหน่อยเราก็เป็นแบบนี้ป่าววะ ภาคบ่ายไป วันฟูจิมิอินาริ ที่เค้าถ่ายทำเรื่อง Memoir of Geisha ที่มีโทริ (ประตูแดงๆ แบบญี่ปุ่น) ยาวถึง 4 กิโล ชั้นล่ะ เห็นแล้วอยากจะวิ่งไปขอพรพระเหมือนนางเอกกะเค้ามั่งกะเค้ามั่ง แล้วจบท้านที่ วัดน้ำใส คิโยมิซึ สวยม๊ากกกก วัดอยู่บนหน้าผา ต้นไม้หลังฝน กำลังออกดกก ชุ่มชื้น กรี๊ดดดด นั่งซดราเมงกะชาเขียว กะลูกค้า Chill ยิ่งกว่านั่ง Starbucks ในกินซ่าอีกนะ เออ เริ่ด ระหว่างทางเดินกลับที่จอดรถ เจอวิบากกรรม กับร้านช้อปปิ้งที่ยาวสุดลูกหูลูกตา อ่ะ กระจายรายได้ไปตามระเบียบ ในที่สุด ก็ถึงเวลาที่รอคอย แนนซี่ เร่งบีบคอคนขับให้ซิ่งเข้าโอซาก้าโดยด่วน เดี๋ยวไม่มีเวลา shopping ตาม list ที่ยาวเป็นหางว่าว ระหว่างทาง ผ่าน Love Hotel น่ารักดีอ่ะ แต่งเป็น theme ต่างๆ แล้วแต่ห้อง กรี๊ดดด ทีหลังไม่นอนละ Hyatt Hilton เอาแบบเนี้ย เริ่ด
          ถึงโอซาก้าแล้ว มีเวลา 2 ชม. เตรียมตัว ระวัง ไป ลูกค้าชั้นซิ่ง 4x100 เมตร แบบลืมวัย ไปช้อปปิ้ง  ส่วนใหญ่อยู่ร้านเครื่องสำอางค์ shopping ยังกะแจกฟรี ทำยอดถล่มทลาย ของหัวหน้าทัวร์ก็ใช่ย่อยนะยะ ขนมา ไม่ได้แพ้ลูกค้าเล๊ยยย กลับโรงแรม แทนที่จะนอน ดันไปเดิน shopping ต่อ แถวมินิมาร์ทก็เอา แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...
          แนนซี่โดนผีหลอกที่โรงแรม ขยับตัวไม่ได้ โอ้ย ชั้นเหนื่อยนะ ขอนอนสบายๆ หน่อยก็ไม่ได้ ตาสว่าง ไม่กล้าหลับ พลิกตัวก็ไม่ได้ เดี๋ยวเจอใคร เลยสวดมนต์ ดีนะเนี่ย ที่รู้จักพี่อู๋แล้ว ไม่งั้นคงสวดไม่เป็น นึกถึงหลวงพ่อ หลวงปู่สุดริด พอทำท่าจะหลับ มีใครมาดึงที่เท้าอีกละ โอ้ยยย อะไรกันวะ ไม่นอนแล้วก็ได้ up ได๋ ดีก่าจนถึงเช้า เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ  สะลึมสะลือ เช็คอินให้ลูกค้า เข้าไปซื้อบุหรี่ให้จิรเดช แบบไม่เกรงกลัว ตม. ไทย เออ หาจิ๋มกระป๋องไม่เจอ เอาไว้รอบหน้า มาฮันนีมูน มีเวลาเยอะหน่อย จะหาให้ละกัน กรี๊ดดดด (เมื่อไหร่จะมีวันนั้น)  ขึ้นเครื่อง แวะสนามบินมะนิลา นิดส์นึง โอ้ยตาย สนามบิน รึท่ารถ บขส. เนี่ย ร้านขายของที่ระลึก หน้าตายังกะร้านขายอะไหล่ สนามบินนี่มันเป็นหน้าตาของประเทศเหมือนกันเนอะ เห็นสนามบิน แล้วชั้นละ ไม่อยากไปฟิลิปปินส์ เลยแม้แต่น้อย เอาละ ขึ้นเครื่องนอนต่อ กรี๊ดดดด เครื่องตกหลุมอากาศ ยิ่งกว่าเล่น โรลเลอร์ โคสเตอร์ เออ สนุกดีเว้ย ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ กลับบ้าน หลับเป็นตายยย Sayanara Good Bye ทริปสุดท้ายของ Unity 2000 Tour ก็จบลงอย่างสวยงาม 
         
    April 04

    Shanghai Dangerous

    อิอิ ไม่ได้เข้ามาอ่านซะนาน ชีวิต พวกท่านหลานเธอ ก้ยังเป็นแบบเดิมๆ คุณนายสหภาพยุโรป (อียู) ก็ยังคงมีความสุขกะตัวเองได้เรื่อยไป ทั้งทำขนม ร้องเกะ
    พิสูจน์ได้ว่า ชีวิตที่ไร้สามี ก้สามารถยืนหยัดได้แบบไร้ทุกข์ (แต่มีมั่งเหอะ อยากรู้ว่า คนอย่างแก มีความรัก ติ๊ดชึ่งๆ แล้ว มันจะเป็นยังไง) ส่วนอีแนน ก้มีเรื่องราว
    ความรักล้อมรอบ ไม่ว่าจะเป็นของตัวเอง หรือของเพื่อนฝูง แต่ดูเหมือนจะเป็นความรักที่มีแต่ความทุกข์นะ อิอิ จะว่าไป กูก้ห่างหายไปนานแล้วเหมือนกันนะเนียะ
    ไอ้รักๆ ใคร่ๆ เนียะ ช่างมัน อย่างน้อยก้เคยมีผ่านมาบ้างล่ะว้า อิอิ
     
    เข้าสู่เรื่องราว business trip in Shanghai and Dalain (ต้าเหลียน) ของเรากันบ้างดีก่า เหอๆ เดินมาราธอน กันสุดโหด คาดว่า ปีหน้า จะส่งตัวเองเข้า
    แข่งขัน ได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว แม่ง มันจะเดินกันไปจนถึงสวรรค์กันเลยรึไง
     
    วันแรก 28/03/2007
     
    ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ ตอน 1.45 ก่อนออกเดินทาง อีเบส แดก Burger King ในแอร์พอร์ต ไปแน่นขนัด ระหว่างนั่งกิน ก้มีสองนายแบบหนุ่มรูปงาม มา
    ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงหน้า เปรียบประหนึ่งกินไป นั่งดู male strip ไป ฮ่าๆๆ เริ่ด ขึ้นเครื่อง นอน ถูกปลุกมากิน ไม่หร่อยเลย กิน แล้วนอน อ่า ถึงละ บินเร็วเชียะ 3 ชม. ครึ่ง
    ผ่านด่านๆๆๆ ขึ้นแทกซี่ ถึง รร. อืม รร. โอเค สวยใช้ได้ ไม่ขี้เหร่ นอนต่ออีกหน่อย เที่ยงค่อยเริ่มทำงาน เอาละ 12.00 ออกเดินทางหากิน แดกไหนดีวะกู
    เดินตามถนน วนกันไป โอ้โห กูเดินบนถนน นึกว่า นั่งฟังออเคสตราวงใหญ่ ที่บรรเลง ด้วย เสียงแตรรถ โดยมีคนเดินถนน กับรถคันอื่นๆ เป็น  conductor
    ใครมาขวางทางกู กูบีบบบ ไฟแดงแล้ว ไม่ไป กูบีบ (ห้ามช้าเกิน 0.23 วินาที) มันบีบกันไปเป็นทอดๆๆ บีบกันจนถึง นรกและสวรรค์ เสียงประสานกันไพเราะเสนาะหูจิงๆ
    (อีควายยยย) อ่ะ รอดตายมาได้ กับจราจรอันหฤหรรส์ (อุบาทว์ที่สุด เท่าที่กูเคยเจอ) เจอร้านอาหาร อยู่ย่านนึง เลือกๆๆๆ อ่ะ ได้มาร้านนึง โอ้ยยยยยยยย เมืองอะไรเนียะ
    ช่วยพูดอังกิตกันบ้างเหอะ ชีวิตอ่ะ แม่ง สื่อสารไม่ได้เลย ก้เลย เลือกสั่งด้วยภาษาใบ้ แบบง่ายที่สุด หมู ไก่ ข้าว นั่งลุ้น กูจะได้อะไรแดก แล้วมันก้มา ข้าวเยอะๆ ไว้ถมที่ กับ
    เศษกระดูกไก่ ที่กูให้หมากินแถวบ้าน
    (มันเอาเนื้อไปให้ฮ่องเต้แดกกันหมดรึไง) และเนื้อหมูสามชั้น ที่มีมันไป 90% ยัง ยังไม่พอ ทั้งไก่และหมู ไม่ทราบว่ามันผัด หรือ
    ว่าเป็นต้มน้ำมัน อีห่า อะไรมันจะมันบ้าบอขนาดนั้น แดกที คลอเรสเตอรอลกูขึ้นทะลุ ตายคาที่ไปเลย
    สรุป แดกน้ำซุปฟรีที่มันให้มา กะข้าว เป็นต้มจืดไป สาดดดดด
    รอดตายมาหนึ่งมื้อ อ่ะ เดินทางด้วย subway ไปยังงานแฟร์ ไปถึงสเตชัน ใน map บอกว่า exhibiotn hall ห่างจาก station 600m. เอ่อออ เดินไปสิ สาดดดดด
    มัน หกร้อยเมตร หรือหกร้อยกิโล วะ แล้วก้อย่างที่รู้ เดินไป ก้ฟัง เสียงแตรบรรเลง ไป ยัง การผจญภัยบนท้องถนน ยัง ยังไม่หมด ข้ามถนนที เหมือนกูเดินบนเส้นด้าย
    เส้นเดียว แล้วมีอีแร้งหัวเกรียน บินโฉบไปมา
    ไฟคนเดิน มันเขียวให้กูเดิน อ่ะ กูก้เดินสิ เดินไป อ่าวอีห่า อีรถเลี้ยวขวามันมาจากไหนวะ มาถึง มาบีบแตรใส่ เจ๊ททททททท
    กระโดดหลบแทบไม่ทัน มันมาไงวะเนียะ เดินไปซักพัก ข้ามอีกแยกกก สาดดดดดดดดดดด กูก้เดินตอนมันให้กูเดิน อีรถนั่น มันเสือกฝ่าไฟแดงมา มิใช่ฝ่าคันเดียว มันฝ่ามาเป็นฝูง
    เอ่ออออ นี่กูอยู่ชาติที่เจริญแล้ว หรือเมืองเถื่อนวะเนียะ โอ้ววว ชีวิตกูจะอยู่รอดมั้ยยยย ถึงจนได้ งานแฟร์ ป้ายชี้บอกให้ไป register ทางซ้าย กูก้เดินสิ เดินไป ไหนวะ
    registration desk ถามใครก้ตอบไม่ได้ เจริญ อังกิตอ่ะ ช่วยบรรจุลงไปในหลักสูตรบ้างเถอะ สรุป เห็นไอ้พวกคนจีนมันชี้ๆ กัน อ่อ ไปทางนั้น (มันคุยกันเอง กูแอบเห็น)
    อ่าว สาดด เดินกลับทางเก่า แล้วป้ายน่ะ จะชี้มาเบื๊อกอะไรทางนี้ ฮ่วย! ก้เจอจนได้ ก้รีจิสต์ไป เดินเข้างาน โอ้ย ก่าจะได้เข้า เหนื่อยชิบ แล้วก้เดินๆๆๆ เดินกันรองเท้าทะลุ
    เดินมันเข้าไป เดินกันหมดเวลา สาดดดดดดดดดดดดด อ่ะ ขากลับ เริ่มฉลาด อ๊ะ เค้ามีรถรับส่ง between subway  station and fair แต่เหี้ย นั่นมันคนหรือหนอน
    โอ้ย ออกมาตอนงานเลิก นี่มันยุ่งไปโม้ดดดดดด แทกซี่ล่ะ โอ้โหหห ช่วยต่อกันให้ยาวกว่ากำแพงเมืองจีนมากก่านี้หน่อยเถอะ เดินก้ได้วะ เดินอีกแล้วคับท่าน เดินบนท้องถนน
    ท้องถนนที่มุ่งหน้าไปสู่นรก! สาดดดดดดดด เลวร้ายก่าเก่า อีกมึง คิดสภาพงานแฟร์เลิก มันแย่งกันขับรถกันจ้าละหวั่น มันปี๊นนนนกระหน่ำ มันไม่สนคนเดินถนน
    รถเล็กรถน้อยรถใหญ่ มันแย่งกันขึ้นหน้า มันควันฟุ้ง มันควันพิษ มันโรคจิต มันปี๊นกันเป็นทางช้างเผือก จากหนึ่งไปสอง จากสองไปสี่ มัน.......โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย
    SHANGHAI
    ....สุดท้ายก้เดินมาถึงสถานี ยัง มันยังไม่จบแค่นี้ วีรกรรมการเร่งรีบของไอ้พวกคน shanghai ตอนกดตั๋วรถไฟฟ้า แม่งเอ้ย ไอ้เรากดเสร็จ ก้กำลังหยิบเงินทอน
    สาดดดด ไอ้คนต่อด้านหลัง มันเอื้อมมือข้ามหัวกู ไปหยอดเหรียญ เริ่ดจิง มันจะรีบไปตายที่ไหนวะนั่น ทำตัวเป็นสัตว์ตัวผู้เห็นรูตัวเมียไปได้ สาดดดดดดดดด
    เอาเหอะ มองหน้ามันทีนึง แล้วสะบัดบ๊อบ ด่าไอ้ควายยยยในใจ สุดท้ายก้ได้กลับ รร ก้เดินอีกอ่ะ จากสถานี เข้า รร เข้าไป แล้วออกมาหาไรกิน นั่งแทกซี่ละ เฮ้อ ไปเห็นแสงสียามค่ำคืน แต่ยังไม่เข้า CBD นะ ไปอีกย่านนึง ก้โออ่ะ กินร้านยุ่นปี่ มีรูปให้ชี้ กินๆๆ แล้วก้เดินเล่น แต่พี่ๆ เค้าไม่เข้าห้างใหญ่ ไม่เอาของแบรนด์เนมอ่ะ ไอเบส ก้เลยอดไปด้วยเลย
    ก้เลยกลับ รร ละ นอนดีก่าาาา วันแรก กูเมื่อยมากกก และทรหดสุดๆๆๆ ประทับใจมากมาย กับการผจญภัยบนท้องถนน เริ่ดจิง...เซี่ยงไฮ้
     
    วันที่สอง 29/03/2007
     
    ตื่นเช้ามา กินอาหาร รร. งั้นๆ อ่ะ แล้วก้เดินทางไปงานแฟร์ต่อ (งานบ้าอะไร ใหญ่ชิบหาย) ก้เดินอีกแล้ว เริ่มชินชากับท้องถนน เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตามตา
    ถึงสถานี ต่อรถไปงานแฟร์ อิอิ มันมี shuttle bus รู้มาจากเมื่อวาน กะว่า วันนี้สบายละ นั่งรถ ไม่ต้องเดิน เอ่อ ไอ้ได้นั่งรถอ่ะ สบายจิง แต่อีตอนขึ้นรถนี่สิ
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เซี่ยงไฮ้จ๊ะ รู้จักมั้ยจ๊ะ คำว่า "เข้าคิว" อ่ะ มรรยาทของสังคมชั้นสูง หรือสังคมคนที่เจริญแล้วอ่ะ มันเป็นยังไง หรือยังชินกับ
    สันดานดิบที่ไม่โตไปตามสภาพเมือง โอ้ยยยยยย มึง โรคจิตมากมากกกกกกกกก ไม่เคยเจอการเบียดเสียดเพื่อขึ้นรถเมล์ ได้บ้าบอขนาดนี้มาก่อนนนนนนนนนนน
    มันเบียดไม่สนใจ เด็ก ผู้หญิง มันบ้า มันป่าเถื่อน มัน.......โอ้ย อย่าให้ด่าเลย มันเบียดจนต้องบันทึกวีดีโอเอาไว้ แล้วพวกกูก้นั่งมองพวกมันเบียด แล้วก้หัวเราะ
    กับการแก่งแย่งกันของชนชั้นอย่างพวกมัน (พวกกูไม่ได้สูงส่งอะไรนักหนาหรอก เพียงแต่ สันดานอย่างนั้น ชนชั้นอย่างเรา ไม่ทำกัน) ก้เลย นั่งดูไป หัวเราะไป ขำดี
    แต่สุดท้าย ก้ต้องแย่งกะแม่งอ่ะ จนได้ขึ้น เฮ้อ ลดตัวจิงๆ เลย ก้ถึง ก้เดินงาน เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เดินๆ เถิดรา นิสิตมหาจุฬาลงกรณ์ เดินมันเข้าไป
    เดินอีกแล้ว เดินๆๆๆ เย็น ขอออกก่อนงานเลิกละกันนะ คราวนี้ จะได้ไม่ต้องเผชิญกะฝูงมหาชน ออกมา ไปหารถ โอ้วว amazing เซี่ยงไฮ้ รู้จักคำว่า เข้าคิวแล้ว
    (คือ มันมี staff คุมน่ะฮ่ะ ฮ่าๆๆๆ) ก้เลยสบายไป วันนี้ กลับ รร. มาเร็ว เลยเข้าเมืองต่อ ไป nanjing road shopping street ก้ดี มีสีสันดี เริ่ดอยู่ ชอปปิ้ง ถูกดี ฮ่าๆๆ
    แต่ซื้อของยากชิบหาย ก้มันพูดอังกิตไม่ได้อ่ะ กูก้ไม่รู้จีน หาไรกิน ก้โอ้ยยยยย เอาอีกแล้ว เสี่ยงดวงอีกแล้ว ชี้เป็ด ได้เป็ดดับจิต แม่งเย็นยังกะตุ๋นไว้ชาติที่แล้ว
    dumpling ก้โอ้ยยยยยยย อร่อยชิบหายเลย น้ำซุบ กระดูกไก่ อีกแล้ว (อิจฉา ฮ่องเต้ จิง แดกเนื้ออยู่คนเดียว) กินเส็ด เดินต่อ อีห่า นึกว่าอยู่สีลม มีคนเดินเข้ามา
    ผู้หญิงมั้ย นวดมั้ย บาร์เกย์มั้ย สาดดดดดดดดดดดดดดดด ถ้ากูไปคนเดียว หึหึ ไม่ปติเสดหรอก ก๊ากๆๆๆๆๆ สรุปไม่ได้ไป เส็ด กลับ รร เดินๆๆๆๆๆๆ
    นอนแล้วเว้ย บายยย เหนื่อยชิบ กระดูกขาแทบแตก....
     
    วันที่สาม 30/03/2007
     
    เหมือนเดิม กินข้าว รร. ไปงานแฟร์ วันนี้ไม่ต้องเบียดขึ้นรถ มี staff  คุมแถว เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อิอิ วันนี้เลิกเร็ว
    กลับ รร. เข้าเมือง(แวะกินน้ำเต้าหู้ อาหร่อยว่ะ อิอิ) วันนี้ไป People's square ก้โออ่ะ แต่ไม่มีของถูกใจ จะเดินห้างแบรนด์หน่อย พี่เค้าก้ไม่เดิน เซ็ง กลับ รร.
    นอน พรุ่งนี้ เดินทางไปต้าเหลียนละ ต้องตื่นเช้ามากกกกกกกกกก อ่อ ต้องบอกซะหน่อย ว่า อีเบสไปที่ไหน ไฉนเลย จะไม่มีใครมอง ฮ่าๆๆๆ ทั้งชายทั้งหญิง
    โอเคอ่ะ เมืองนี้ ไม่ทำกูเสียเซลฟ์ บายๆๆ
    เจอกันที่ต้าเหลียน
     
    วันที่สี่ 31/03/2007
     
    ตื่นเช้า กินข้าว ไปหนามบิน เดินทางไปต้าเหลียน ถึงต้าเหลียน ฮ่าๆๆ โดนหลอกค่าแทกซี่ไป รร. ฮ่าๆๆๆ ช่างมัน เข้า รร. ไปงานแฟร์ เดินๆๆๆๆ ต้าเหลียนก้ยังปี๊นนนน
    บีบแตรเหมือนเดิม อังกิตพูดได้น้อยก่าเซี่ยงไฮ้ อีก อ่อๆๆๆ ก่อนไปงานแฟร์ เห็นตลาด โอ้ย แบบนี้สิ เมืองจีน เริ่ดๆๆๆๆ (หนาวมากนะ) ซาลาเปา อาหร่อย ของขาย
    ตามข้างทาง เยอะ เริ่ด ชอบๆๆ ได้บรรยากาศ ตัดผมข้างถนน วงไพ่ข้างถนน เริ่ด ว้าย เริ่ดดดด บรรยากาศเก่าๆ ของชาวจีน เดินไปกินไป เริ่ดๆๆๆ เริ่ดก่าเซี่ยงไฮ้อีก
    แล้วไปงานแฟร์ เดินๆๆๆๆๆ เห็นร้านหยก แวะกันยาวนานก่าเดินแฟร์อีก ฮ่าๆๆๆ ซื้อกระหน่ำ พวกพี่ๆ กูนั่นแหละ เดินๆๆ เอ๋า เดินจบแล้ว วันแรก พรุ่งนี้เดินไรล่ะเนียะ
    ก๊ากๆๆๆๆ กลับ รร นอน ไม่ได้ไปไหน ที่ต้าเหลียน เพราะอยู่ไกลเมือง เดินทางลำบาก ไม่มีใครพูดอังกิต ฮ่าๆๆๆ ตอนแดกข้าว ก้สั่งชี้ๆ มั่วๆ ขำดี หนุกดี ลุ้นดี ว่า
    กูจะได้ไรแดก อ่าๆๆ ขำๆ เว้ย
     
    วันที่ห้า 01/04/2007

    ตื่นเช้า กินข้าว รร. เริ่ดก่าที่เซี่ยงไฮ้อีก ไปงานแฟร์ เหลืออีกฮออล์ อ่าวฮอล์นี้ไม่เกี่ยว ว่างว่ะ ทำไรดี เดินตลาดดีก่า จากนั้น ไปห้างแถว รร ดีนะ มีห้าง โอ้ยห้างนี้แหละ
    ชอปกันเข้าไป เพราะมีเวลาเหลือ ซื้อแล้ว ซื้ออีก เจอร้านที่ซื้อประจำที่ออสด้วย ร้านอาหารของจีนที่ขายในออส ก้มี ก้เลยกิน เออ สะใจ ชอปมันส์ดี
    กลับ รร. สรุปงานทั้งหมด นอน
     
    วันที่หก 02/04/2007

    กลับแล้ว ไปหนามบิน ต้าเหลียน -- เซี่ยงไฮ้ -- กทม ไม่มีไรเกิดขึ้นมากมาย อิอิ สรุป ไม่ประทับใจเซี่ยงไฮ้เท่าที่ควรหรอกนะ ภาษา อาหาร มรรยาท คน จราจร เฮ้อๆๆๆ
    คือกูไปแบบนี้ มันได้อารมณ์แบบนี้อ่ะ ใครไปแบบอื่น คงได้อีกอารมณ์นึง เพราะฉะนั้น มันต่างอารมณ์กันนะจ๊ะ ต้าเหลียนก้ไม่มีไรมากมาย
     
    จบเว้ย ทริปนี้ งานไม่ทำ นั่งอัพบลอก แล้วเจอกันใหม่ ทริปหน้า บับบาย
     
    (ถ้าอ่านแล้วงง ว่าใครเขียนวะ ก้ ไอ้เบสเอง นะค้าบบบบ จุ๊บจุ๊บ)
     
     

     
    January 15

    ปากช่อง ตอน เจ็ดสาวน้อยกับชายสี่หมี่เกี๊ยว (PakChong: 7 Beauty & The 4 Beast)

    ปากช่อง กับนักร้องวง EZRA!!---------By Khun Valen
     
    เสาร์ 13-อาทิตย์ 14 มกราคม 2550
     
    * มี photo album: PakChong ข้างขวาด้วยนะจ๊ะ คลิกดูภาพประกอบ *
     
    ไปรวมพลกันมาที่บ้านโอ๊ตชาย คราวนี้สนุกจัง ที่ว่าสนุกเพราะนานๆทีจะเปลี่ยนสถานที่ ไปเล่นๆ กินๆ นอนๆ
    นัดกัน9โมงที่ดังกิ้นสยาม ส่วงบอกให้เอาถุงนอนมาด้วย กลัวไม่พอ เราเลยเอาหมอนผ้าห่มมา เจอส่วงที่ดังกิ้น เหมือนจะไปเดินป่ามาก!! รองเท้า เป้ลุยป่า ถุงนอน เอ่อ...มันลุยขนาดนั้นเลยเรอะ (ในขณะเดียวกัน พวกที่เคยไปแล้ว ไม่หอบอะไรไปเลยซะอย่าง) ส่วนป้องก็มาในสภาพเพิ่งออกมาจากสุวรรณภูมิสุดๆ(จริงๆกลับบ้านไปแล้ว แต่กระเป๋าสัมภาระต่างๆมันให้ไปหน่อย อิอิ) พร้อมแล้วก็ออกเดินทางโดยขบวน Chevrolet (ยังกะแรลลี่) นำขบวนโดย Lumina ตามด้วย Zafira และ Cefiro (อันนี้แอบกลมกลืนไปละกันนะณัฐ haha) ไปแวะรับอาจารย์กอล์ฟที่ มธ.รังสิตก่อน โอ้เอ้ๆ รับโทรศัพท์พี่ปอ รับโทรศัทพ์ โบว์ ให้พี่ปอคุยกะโบว์ ไปซื้อของเซเว่น เข้าห้องน้ำที่ตึกเสดสาด เออ...กว่าจะได้ออกเดินทาง ก็โอ้เอ้กันไปตามรายทาง
     
    มุ่งหน้าไปอุโมงค์ต้นไม้ ด้วยจินตนาการอุโมงค์โค้งๆสวยงาม เหมือนกันแบคกราวน์ตามคอมพิวเตอร์ที่เคยเห็น ขับรถผ่านทางโค้งคดเคี้ยว มีต้นไม้ใหญ่ยื่นๆมาเยอะๆ เอ้อ ใกล้แล้วๆๆ บอกตัวเองกัน ขับไปเรือ่ยๆๆๆ มันก็ไม่ได้เป็นซุ้มซะที จนหมดโซนต้นไม้ใหญ่ๆ ก็รู้ละ อ่อ มีแค่นั้นแหละ lol วาดภาพมากันก่อนดีไปหน่อย ก็ผ่านไปแบบงงๆ จนแวะไร่องุ่น แวงเดอเรย์ ตอนนี้ต้นองุ่นแห้งหมดใบ ต้องรอปลูกใหม่แล้ว ก็เลยแวะแค่ชิมน้ำองุ่น กับพาย  หาผ่านทุ่งทานตะวันที่ยังหลงเหลือ ในที่สุดก็เจอ..เหลือไม่เยอะแล้ว ไปถึงบ่ายๆก็เริ่มจะเหี่ยว แต่พอพวกเราหยุดลงไปถ่ายปั๊บ มีรถมาอีก2-3 คัน ตามมาถ่ายกันเป็นแถวๆ ต่อจากนั้นก็บึ่งไปน้ำตก 7 สาวน้อย ผ่านเนินพิศวง ทุกคันก็พิศวงว่ามันพิศวงยังไง ป้องเลยขอขับวกกลับไปพิสูจน์ (ลืมสอบถามผล เป็นไงบ้างเนี่ย) แล้วเราก็บึ่งไป น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ให้คะแนนคำขวัญที่เด็กๆส่งเข้าประกวดเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้กันเฮฮา เดินชมนกชมไม้ ถึงน้ำตกแล้ว ไม่มีที่ให้หย่อนก้นแช่ขาเลยยยย คนเยอะมาก ที่นั่งน้อย เป็นบึงๆให้คนว่ายน้ำเล่นมากกว่า พวกเราเลยไปสูดกลิ่นน้ำตก ออกมาแล้ว เหนื่อยจัง กลับบ้านเฮา (โอ๊ตชาย) ดีกว่า
     
    หลงทางเป็นพิธี...ถึงบ้านโอ๊ตเอาข้าวของลง แล้วก็โทรตาม มรรษพร นัดมาเจอกันซะดีๆ ไม่ได้เจอกัน3-4ปีได้แล้ว นานมากกก นั่งเล่นนอนเล่น ออกไปกินน้ำตกส้มตำที่ร้าน ลาบมหาสารคาม..รอมรรษมาเจอ คิดกันตั้งนาน อำมรรษว่าไรดีว้า...(แค้นฝังหุ่น ตั้งแต่โดนมรรษอำเรือ่งแต่งงาน haha) คนนั่งอยู่แถวนั้นไม่ค่อยจะมีใครให้ความร่วมมือ ก็เลยตกไปเป็นเรื่อง โบว์หมั้นกะฮิโรชิละกัน อิอิ (จนบัดนี้มัดคงยังไม่รู้ตัว) สรุปพอมัดมาถึง ทุกคนลืมเรื่องที่อำกันหมด เพราะมัวแต่อึ้งกะมัดโฉมใหม่ (มาทีไร มีเรื่องช็อคเพื่อนฝูงทุกทีนะเนี่ย)
     
    หลอกมัดพาเข้าบ้านโอ๊ตชายได้สำเร็จ ก็แงะ ข้าวแหนม หมูสะเต๊ะ กะไส้กรอกหมักเบียร์สูตรอร่อย ออกมาปิ้งกิน (จริงๆอิ่มมากกกกก แต่เพื่อคุณมรรษพรพวกเราสู้ตาย) ก็ทำไปกินไปคุยไป ไม่มีเบรค...อากาศก็ดี๊ดี ชิลๆ เย็นๆ สมกับอากาศบนเขาที่โล่ง เริ่มดึก(อืด) ก็เข้าบ้านไปเล่นเกมกันตานึง คั่นด้วยดูดวง ลุ้นกันสุดฤทธิ์ จนกลายเป็นไม่เล่นไพ่แล้ว ดูแต่ดวงเลยแล้วกัน ดึกแล้วก็แยกย้ายกันเข้านอนจ้า...
     
    14 มกรา
    มัดออกไปตั้งแต่6โมงเช้า...ทุกคนยังไม่ตื่น ลุงโอ๊ตชายเอาสลัดมาให้ เจอพวกเราแทนโอ๊ต เลยงง (แถมเอาสลัดมาถุงเดียวเอง คือว่ามี12คนอ่ะค่ะ) อาหารเช้า ก็ง่ายๆ ก็อาหารจากเมื่อคืน เพิ่มไก่ทอด กินควบมื้อเช้ามื้อเที่ยง ออกไปถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก แล้วก็เริ่มง่วง คนก็ง่วง หมาก็ง่วง นอนสลบไสลกันทั้งบ้านเหมอืนโดนวางยา ได้ฤกษ์แล้วออกไป outlet village กันดีกว่า ไปถึง 14.45 นัดกัน 15.30 รอบแรก สรุปได้ออก 17.00! ขากลับแวะฟาร์มโชคชัย ซื้อของฝาก กินสเต็กกัน แล้วก็กลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพจ้า....
     
     ป.ล.1 จริงๆแล้ว ต้องเป็น 7+1 สาวน้อย เพราะมี อากิ วง EZRA ไปด้วย แต่เป็นแขกรับเชิญ เลยไม่ได้นับไปในหนึ่ง 7 สาวน้อยนะจ๊ะ
    ปล. ขำตั้มโทรมาตอนเช้า คุยกะแอนแต่นึกว่าคุยกะโอ๊ต ญ อิอิ พลาดไปสองทีละ เอาไว้มาใหม่ละกันนะตั้มนะ See ya!! 
    December 08

    ปล่อยปู ปล่อยกู ปล่อยหมู ไปเถอะ...เชอะ! (Free Crab, Free Mind, Free Me-ปล่อยปู ปล่อยใจ ปล่อยชั้นไป-original name lol)

    กลับมานานแล้วจ้า!!!! สำหรับ ทริป "ปล่อยปู ปล่อยกู ปล่อยหมู ไปเถอะ" (แบบว่า บังเอิ๊ญ กลอนมันพาไป) ณ วัดหลวงพ่อโสธร (มิทราบว่าชื่อจิงๆ เรียกอาราย แต่ข้าจะเรียก ชื่อนี้ อิอิ) จ. ฉะเชิงเทรา นะจ๊ะ....ปะ ไปดูกัน ว่าทริปนี้ หนุ่มหล่อสาวสวยระดับนางแบบนายแบบอินเตอร์ เค้าไปทำอะไรกันไว้บ้าง ไปโลด เพ่ (ชิดในด้วย)

    เริ่มต้นจาก ไอ้เบสเสือกคึก คุยกะพี่อู๋ พี่อยากปล่อยปู โอเค พี่จัดให้ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงที่อีแนน แนน จัดทริปเดี๋ยวนี้ เบสอยากปล่อยปู ได้ค่ะ พี่ เดียะนู๋ จัดให้ แต่ในใจมีคำถาม อีเบส มึงอารมณ์ไหนเนียะ ก้ได้ฤกษ์ เป็นวัน อาทิตย์ที่ผ่านมา

    วันที่ 3 ธค. 2546

    นัดรวมพล บ่ายสอง แต่พวกเรามากันบ่ายโมง (ยูกะแนน) (กู คือเบส มาบ่ายครึ่ง) เพื่อมาอัพเดทได๋ หนุกหนาน พอหอมปากหอมคอ พี่เม้ง มา จากนั้นมากันครบองค์ พี่อู๋ พี่โอ๋ พี่เชษฐ์ และพี่สอ รวมเบ็ดเสร็จ 8 คนจ่ะ แบ่งเป็นรถ 2 คัน Mercedes 1 คันของพี่อู๋ เริ่ดมะ แน่น๊อนนนนนน ว่าต้องประกอบด้วยหนุ่มสาวสวยที่สุดในทริป คือ เบส แนน ยู และพี่อู๋ คนขับ (พี่เชษฐ์ น่าจะมานั่งข้างๆ เบสด้วยนะเนียะ อิอิ) ส่วนอีกคันก้พี่โอ๋ ก้บุคคล ที่เหลือ อ่ะจ่ะ คิดไม่เป็น ก้อ่านซ้ำข้างบนนะ เดินทางกันไป แวบเดียว ถึงที่ซื้อปูตามข้างทาง ตอนแรก นึกว่า ปูจะหมดซะละ แต่ด้วยบุญบารมีที่สั่งสมกันมานาน กอรปทั้ง ความตั้งใจอย่างแรงกล้า ว่าข้าต้องมาปล่อยปู ก้เลยเหลือปูให้ปล่อย ได้มา 5 โล โลละ 200 เออ เริ่ด ก้มุ่งหน้าต่อ วัดหลวงพ่อโสธร

    ไปถึงวับ ไปยังแม่น้ำแวบ ปล่อยปูก่อนเล้ยยยยย โอ้โห ช่างเป็น ประสบการณ์อันเหลือเชื่ออย่างมากมาย กะการปล่อยปู มันปล่อยยากจิงๆ เว้ย มีลุ้น all the time จ้า นี่ล่ะน้า ที่เค้าว่า จะปล่อยอะไรไปซักอย่างจากชีวิต มันย่อมยากอยู่แล้ว เนอะ แนน เนอะ พี่ๆ ทุกคนต่างช่วยลุ้น อีเบส กะอียู ได้ที่เหมาะ กรี๊ดกันอยู่สองตัว เออ เริ่ด ก้นางแบบ นายแบบอย่างเรา เคยกะเค้าที่ไหนล่ะ ใครจะเหมือนอีแนน ปล่อยง่ายซะงั้น ทีปล่อยอย่างอื่นล่ะยากจัง อิอิ หนุกดี แต่ที่เริ่ดก่า คือ เนื่องจากพวกเราก้สวยหล่อกันทุกคนอ่ะนะ ก้เลยกลายเป็นเวทีการเสดงของพวกเราไป มีคนดูมากกมาย ว่าพวกมึง มาทำอะไรกัน ฮ่าๆๆๆ ปล่อยเส็ดละ อีเบส ปล่อยไปสาม จากเล็กไปใหญ่ อียู กะอีแนน ไม่รู้ ไม่ได้ใส่ใจ

    จากนั้น ก้เดินไปยัง คณะละครรำ อ๊ะๆๆ งงอ่ะเด้ พวกกรูจะทำอะไร อ๊ะ สายเลือดศิลปินอย่างเรา มีหรือจะทิ้งลาย  The show must go on จ่ะ  ดังนั้น สิ่งที่พวกเราจะทำคือ แต่น แต้น แต๊นนนน รำ ฮ่าๆๆ เริ่ด! เริ่มต้นด้วย การรำ ของพี่โอ๋ ต่อด้วยพี่อู๋ และพี่เม้ง + พี่สอ แต่พวกเรา ยัง มันยังไม่ถึงเวลา พวกเราต้องเป็น Finale เท่านั้น เชอะ เพราะชาน้านนน พอพี่ๆ รำเส็ด ก้เลยเดินไปไหว้หลวงพ่อองค์จิงก่อน เข้าไป ก้ เข้าไปไหว้ๆๆๆๆๆ พี่อู๋กระซิบบอก เห็นมั้ย หลวงพ่อยิ้มให้ เพราะเรารำให้ท่าน ท่านชอบ อิอิ คราบบบพี่ ยิ้มก้ได้คราบบบ (กรูคิดในใจ) ไหว้เส็ด ฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์พอเป็นพิธี อุโบสถปิด เออ เริ่ด เห็นมะ บอกแล้วเราอ่ะ Finale ออกจากโบสถ์ พี่ครับ อยากรำ ฮ่าๆๆๆ เริ่ดมะ กระแดะอายมานาน แต่ในใจอ่ะ เสี้ยนสุด แน่นอน การรำของพวกเราก้ Finale ฮ่าๆๆ แถมยังเป็น Finale ขั้น Advance อีกต่างหาก หมุนซ้ายหมุนขวา หน้าหลัง เอ้อ เอ้อ เอาเข้าไป มันส์น้องเค้าล่ะ ชนะเลิศจ่ะ จากนั้น รำเส็ด เราก้ไปเล่นเกมส์โยนเหรียญลงสะดือจ้า อิอิ โอ้ว ลุ้นแทบตาย พี่ๆ เค้าโยนกันแวบ ลงกันวาบ ลงเอาๆๆ เหลืออีสามตัว เบส ยู แนน อียู ลงไปก่อนเลย อีบ้าทิ้งกันได้ไง อีแนน กะอีเบส แข่งกัน อีแนนลงซะงั้น อีเบสกลายเป็นคนสุดท้าย พี่ๆ ลุ้นกันตัวแทบโก่ง ส่งกำลังใจเชียร์ ยังกะกูแข่งตะกร้อไทย ในเอเชียนเกมส์ ม่ายรุหมดไปกี่บาท แต่ไม่ใช่ตังค์เบสซักบาท อิอิ เส็ดแล้ว ต่อด้วยทำบุญโลงศพ ได้เกิดอีกรอบแล้วกู ดูดวงอียู ยู เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว แหะแหะ ดวงยูจะมีคนมาข้องเกี่ยวแล้ว พวก อิอิ แต่เราเอาไว้คุยกันบนรถนะ จากนั้น ก้ได้เวลาเคลื่อนพลกลับ

    พี่อู๋ครับ เบสหิว แหะแหะ เบสหิว แวะกินข้าว พี่อู่ประกาศิต ฮ่าๆๆๆ ไปร้านแรก ปิด ไปร้านสอง ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว พี่ครับ ร้านนี้เหรอ อืม ร้านนี้หมูกรอบเค้าอร่อย กูก้เอ๊ะในใจ กูแดกชายสี่หน้าบ้านก้ได้ ฮ่าๆๆ (อันนี้มิได้บอกใคร) แต่ก้ลงไปกิน โอ้ววว มันอาหร่อยก่าชายสี่หน้าบ้านจิงด่วย กินไป คุยไป พี่เชษฐ์คุยมากก่าเดิม อ่อ มีดูดวงกันด่วย กินเส็ด กลับบ้านโลด

    บนรถ ได้เวลาคุยเรื่องดวง อียู เริ่ดม๊ากกกกกกกค่ะ ใครอยากรู้ถามยูเองเดะ ฮ่าๆๆๆ ระหว่างทาง มีเรื่องพระจันทร์ อันนี้ถามพี่อู๋ ระหว่างทางมีเรื่องปล่อยกู ปล่อยหมู ตามชื่อทริป อันนี้ถามแนน ส่วนเบส ไม่มีอะไร เพราะช่วยตัวเองได้เสมอ ฮ่าๆๆๆ ถึงกทม ณ รพ.เกษมราษฎ์ (ที่เดิมแห่งนี้ ยังเป็นของเราอยู่เสมอ จ่ะ) นึกว่าจะแยกย้าย เสือกนั่งคุยต่อ อีกประมาณ ชม. นึง ที่คุย ก้เรื่องดวงอ่ะจ้า อิอิ คราวนี้ ดูเบสด่วย อยากรู้ถามกรู แล้วก้ดวงยู ก้ถามยู แล้วก้ยังมีเรื่องเด็ด ของแนน แหะแหะ ถามแนนเดะ ต่อด้วย พี่ๆ เค้าจะบวชธุดงค์กัน เลยได้ปลงผมพี่สอกันไป (อ่อพี่เชษฐ์ กลับไปก่อน เชอะ เชอะ) แล้วก้ได้เวลาจรลี นะจ๊ะ หนุกจัง ฮ่าๆๆๆ หลังจากทริปนี้ Olarnfanclub ก้ได้ก่อตัวขึ้น รักพี่อู่น้าคราบบบบ เจอกันทริปหน้า หน้า หน้า หน้า...เกาะแก้วพิสดาร ดาร ดาร ดาร ดาร (จะตามหา ไม่ว่าเธออยู่ไหน จะตามไปให้ได้เธอคืนมา จะตามหา ถึงแม้จะไกลสุดฟ้า จะไขว่ขว้า เธอมาแนบกาย).....ปลื้ม จบ!

     

     

    November 29

    อยุธยา ตอน ย้อนรอยรัก รอยอดีต

    สนุกมากๆๆๆ ไป ย้อนรอยรัก รอยอดีตที่กรุงเก่าอโยธยา โดยพวกเราผู้ดีเก่าชาวสยาม วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2549 หลังจากรอคอยมานานถึง 2 อาทิตย์ หลังจากโปรแกรมทัวร์ออก แล้วได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้ลูกทัวร์ล้นหลามเกินโควตารถตู้หนึ่งคัน...ไปไปมามามี 19 ท่านแจ้งความจำนง ขอร่วมย้อนรอยประวัติศาตร์กรุงเก่า อ้ะ ไปโล้ด

                    7.30 น. นัดรวมพลที่รพ.เกษมราษฎร์ เช่นเคย พร้อมหน้าพร้อมตา ด้วย พี่อู๋ พี่โอ๋ พี่สอ พี่เชษฐ์ เจมี่ อร แป้งเปรม แอม บอล บอล อ้อม เบส ฝ้าย แนนซี่ หมู ออย คุณวาเลน และ คุณวรเทพ ด้วยความที่รถตู้ไฮโซ สามารถจุได้เพียง 14 ทีนั่ง ทาง GFGF จึงสบโอกาสมีรถนำขบวน พี่อู๋และแก๊งสามช่า กะเจมี่ พาพวกเราตะลุยกรุงศรีอยุธยา

                    7.49 น. พยายามจะออกเดินทาง ทุกคนพยายามจะหารถตู้ แต่ด้วยความที่มีกลุ่มผู้สูงอายุมายืนสนทนากันเป็นล่ำเป็นสำอยู่ข้างๆ ทำให้ GFGF แอบสังเกตการณ์จนมั่นใจว่าไม่ผิดคัน เพราะดันมีรถตู้อีกคันไปอยุธยาด้วยเหมือนกัน แต่เค้าบอกว่าลูกค้าเค้าเป็นคนแก่! อ๊ะๆ งั้นก็ไม่ใช่หนุ่มสาวสดอย่างพวกเราแน่นอน เริ่มออกเดินทางก็เริ่ม แจกจ่ายอาหารเช้า5 ดาว เป็นBakery จาก โรงแรมปาร์คนายเลิศ อภินันทนาการจากเด็จพี่อู๋ (ที่ซื้อเตรียมไว้ให้เมื่อคืน หลังจากไปsurvey ทริปอยุธยามาให้แล้วสองวันล่วงหน้าค่ะ...เริ่ด!) รับประทานอาหารเช้า เคล้าเสียงเพลง แผ่นเฉพาะกิจสำหรับทริปนี้ อัลบั้ม ย้อนรอยรัก รอยอดีต (Red album) (มี Blue album ด้วยนะคะ) เริ่มจากเพลง รักแล้วรักเลย ประวัติศาตร์ ฯลฯ นั่งรถไปไม่นาน ก็ถ่ายรูปในรถกันหน่อยดีกว่า ว่าแล้วน้องอรก็เริ่มควักมีด เอ๊ย กล้อง มาเปิดประเดิมรูป พร้อมคำถามแสบๆคันๆแก่แนนซี่ และแซซซี่บอล หลังจากนั้น เราก็หลงทางเล็กน้อยเป็นพิธี  ผ่านบ้านเจมส์  หนึ่งในการตามรอยรักรอยดีต (ของออย)  จนถึงเพลง Playboy กลับใจ ก็ถึง  พระราชวังบางประอิน เร็วจัง กำลังอินกะเพลงไม่ค่อยอยากจะลงกันเลยล่ะ

                    เดินเข้าไปถึง ซื้อบัตรท่านละ 30 บาท แดดร้อนมากค่ะ แต่ไม่เป็นไร  เพราะพวกเราเตรียมตัวกันพร้อม ควักร่มลูกไม้กรุลายไทยเข้าบรรยากาศที่แบกกันมาจากกรุงเทพ เริ่มต้น พี่อู๋ ไกด์กิตติมศักดิ์แฟนพันธุ์แท้ กรุงศรีอยุธยา เริ่มพาพวกเราไปแนะนำสถานที่จากแผนที่รอบวังบางประอิน ไกด์ก้อทำหน้าที่ไกด์ นางแบบก็ทำหน้าที่นางแบบ ถ่ายรูปไป ไม่สนใจ กูสวย หลังจากซาวเสียงกันแล้วก็ตกลงกันว่าจะเดิน รถน่ะไม่ขึ้นหรอก เชอะๆ ไม่อิน(ทำหยิ่ง) ก็เริ่มเดินชมความงาม พระตำหนัก และเรือนรับรองต่างๆ ถ่ายรูปตามรายทาง ออกจากวังบางปะอิน คณะพี่ๆก็ขับพาพวกเราไปชิม ข้าวขาหมูจุฬา สามย่าน (คือประมาณว่าอยู่กรุงเทพ เรียนจุฬา ไม่เคยไปกิน แต่ไปกินถึงอยุธยา) ไปถึงก็สั่ง...เอาทุกอย่างที่มีค่ะ (Nancy ประกาศิต) แต่ปรากฏว่าไอนี่ก็หมด ไอโน่นก็หมด ดีนะขาหมูยังมี  กินกันอิ่ม ก็เข้าวัดใหญ่ชัยมงคล  ไหว้พระเสร็จ เหล่าบรรดานางแบบ ก็หามุมสวย ชักภาพชุด King  Power สยามเมืองยิ้ม กันเป็นที่ระลึก แต่แดดทำไม๊ม๊ม๊ มันร้อนจังเลยยยยยวันนี้  แต่เหล่านางแบบก็ยังหน้าสู้แดดไม่หวั่น พอเสร็จก็เดินข้ามเข้าไปกราบไหว้พระนเรศวรระหว่างทาง เอ๊ะ เจมี่ กะ พี่เชษฐ์ เดินถือขนมปังไปไหน ให้อาหารปลา ไม่แบ่งกันเลย เอามั่งๆๆ พักให้อาหารปลาด้วย ได้นั่งพักในห้องโล่งๆก็ค่อยรู้สึกดีหน่อย ทำพิธีถวายบังคมสมเด็จพระนเรศวร แล้วก้อออกมาถ่ายภาพคู่กันเป็นพิธี แชะ...  เสร็จแล้วออกมาก็มุ่งหน้าบึ่งไป วัดพนัญเชิง ที่นี่ คณะเราทำบุญกันแบบ Bundle package นะคะ เริ่มด้วย ทำบุญโลงศพ ให้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่  ปิดทองพระ ห่มผ้าพระ และแล้ว ก้อมาถึงไฮไลต์ เสี่ยงเซียมซีที่ ศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ที่เค้าว่า แม่นม๊ากกกมาก โดยเฉพาะเรื่องความรัก.....โอ๊ะ โอ เสี่ยงเซียมซีที่นี่ บอกผลกันออกอากาศ เค้าพูดอะไร ได้ยินกันหมดทั้ง Hall แนนซี่ต้องรอ 3 ปี (รออะไร?) แค่ 3 วัน ใจก้อจะขาดอยู่แล้น.....ไปละ ไปละ ไปหาที่เข้าห้องน้ำ หลบร้อน ตากแอร์กันหน่อยดีกว่า....

                             มาถึงแล้ววว พิพิธภัณฑ์ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา เสียค่าเข้า 20 บาท เข้าไปตากแอร์กันดีกว่า ตามมาเล๊ยยยย พี่อู๋พาเรามาชมโมเดล เมืองเก่า แต่ที่เราตกใจ เพราะว่า เหล่าอดีตแม่บ้านถาปัด เห็นโมเดล แล้วหวนนึกไปถึงรอยรัก รอยอดีต สมัยเรียน จากนั้นเราก้อเดินชม สมบัติล้ำค่า สมัยอยุธยายังเป็นเมืองทอง โอ้ยยย ตายแล้น มีบ้านเรือนไทยเก่าด้วย แนนซี่ กะ อรนี่ สวมวิญญาณ อีเย็น ขอเป็นทาสรักเธอทุกชาติไป น่าเสียดาย...ที่นี่ถ่ายรูปไม่ได้ พอเหงื่อเริ่มแห้ง ไปตะลุยกันต่อเลยค่ะ ขับรถวนๆไปทำสังฆทาน กันที่ วัดราชประดิษฐาน เป็นวัดที่ CRM เริ่ดมากนะคะ มีน้ำเย็นๆ เสิร์ฟ มีโต๊ะให้แลกเหรียญแล้วก็ ถ่ายรูปหมู่ในโบสถ์ มีสายสิญจน์เต็มไปหมดเลย อรนี่เธอบอกว่า งั้นโพสต์ท่า Britney Spears ละกัน เฮ้อ คิดได้ไง!!... สถานที่ต่อไป คือ วัดราชบูรณะ ที่เค้าขุดพบสมบัติมากมาย ล้านเจ็ด สิบเอ็ดแสนกันที่นี่ และด้วยความที่กองถ่ายแฟชั่น ใช้เวลาถ่ายรูปที่อื่นๆ มากไปหน่อย ประกอบกับ ถ้าปล่อยลูกทัวร์เข้าไป คาดว่าจะไม่ได้ออกมาในระยะเวลาอันกระชั้นเป็นแน่ เสด็จพี่เลยสั่งให้เป็นชะโงกทัวร์ ถ่ายรูปกะป้าย ข้างหน้าพอนะ อ่ะๆๆๆ หยวนๆๆ  เฉพาะป้ายอย่างเดียว เลยกดไปเกือบ 10 รูป รูปหมู่ รูปรถตุ๊กๆ ก้อเอา แชะ แชะ แชะ  ....จากนั้น เอ พี่อู๋พาเราวนไปไหนต่อหว่า ...อ่อ มานั่งช้างที่วังช้าง นั่นเอง ทำตัว Intrend เหมือนปก Anywhere เล่มล่าสุด โอย กว่าจะได้นั่งช้าง เถียงกันตั้งนาน ใครจะนั่งกะใคร สรุปก็เดินไปตามคิว ง่ายๆ โผนั่งช้าง เด็จพี่อู๋ + ฝ้าย / แอม+บอลลี่ / อ้อม+แซซซี่บอล / พี่เชษฐ์+เจมี่ / แป้ง+เปรม / วาเลน+ออย / น้องอร+พี่โอ๋ / พี่สอ+เบส / หมู+แนนซี่ สิริรวมทั้งหมด 9 คู่ค่า นั่งกัน 10 นาที โยกเยก โยกเยก เหนื่อยดีเหมือนกัน สงสารช้างจัง พวกเราแต่ละคนก็สเลนเดอร์ใช่ย่อย น้องอร นั่งช้างเสร็จ ลงมาบอกว่า...พี่อู๋คะ ช้างพี่โอ๋คึกมากกกก...มันพิกลพิกลนะคะคุณน้อง

                             ในที่สุด ก็มาถึงอีก 1 ไฮไลต์ของเรา มาไหว้พระกันที่ วิหารมงคลบพิตร ระหว่างทางเดินเข้า เจอตลาด เจอแหล่งช้อปปิ้งนี่ซิ ทำให้หนักใจหัวหน้าทัวร์ เราเป็นยิ่งนัก เนื่องจากน้องๆ ทุกคน สวมวิญญาณลูกทัวร์ไทยสุดๆ (ถ่ายรูปๆๆ ช้อปปิ้งๆๆ ความรู้ไม่เอา) เสร็จแล้ว ก็ซื้อตั๋วเข้า พระราชวังหลวง + วัดพระศรีสรรเพชญ์ และที่นี่เอง เนื่องจาก คนขายบัตรเห็นหน้า Financial Analyst สุดสวยของเรา "คุณวาเลน" เค้าลดค่าเข้าให้เหลือ 18 คน 150 บาท เวิร์ค เวิร์ค...Oh My God...ทำไม มันสวย ดู๋ดี๋ แล้วก็ขลังได้ขนาดนี้นะ ไม่เข้าใจ ถ่ายรูปกันเพียบ แดดไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่แล้วล่ะ แต่ร่างกาย (รวมถึงจิตใจ) เริ่มเหนื่อยล้า เดินผ่าน เจดีย์ 3 องค์ วัดพระศรีสรรเพชญ์ แชะ แชะ ถ่ายรูป แล้วรีบเดินไป ในส่วนของพระราชวังเก่า พร้อมจินตนาการ สมัยยังรุ่งเรืองอยู่ อันโน้น พระที่นั่ง...... อันนี้ ของพระเจ้า.......... ตายละ สนมในวัง (รึนางทาส) ก้อจินตนาการไปได้เรื่อยเปื่อย จากนั้น เราก้อไปนั่งหมอบกราบ หน้าบัลลังค์......แล้วก้อถ่ายรูปมา โอ้ยยย ขลังสุดๆ ไปไหวแล้ว เหล่านางแบบ นายแบบ ก็ลงทุนสุดๆ ด้วยเหมือนกัน พระราชวังหลวงนี่สวยมากกกก ขลังมากกกก ประทับใจมากกกก ขอบอก เสร็จจากที่นี่ น้องออย อดีตแอร์ (ตอหลี) ของเรา ก็มีรอยรัก รอยอดีต - คุณเจมส์ มารับแม่นางถึงหน้าพระราชวัง บ๊าย บาย ออย เจอกันที่กรุงเทพฯ นะ...อ่อ ลืม มีคนบอกว่า คุณเจมส์ หน้าเหมือน บี้ The Star เชียวน้า เอาล่ะ ไปที่สุดท้ายได้แล้ว ก่อนตะวันลับฟ้า (เมื่อตอนเย็นๆ คิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว)

                                      ไฮไลต์ที่สุดท้ายของเรา นี่เล๊ยยยยยย .... วัดไชยวัฒนาราม สวยมากๆ เรามาทันยาม อาทิตย์อัสดงค์ ประกอบกับ สายลม (พัดหวน) สายน้ำ (ไม่ไหลกลับ) เราก้อกดรูปถ่ายกัน ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง ถ่ายมันเข้าไป โอยตายละ มีช่างภาพมารถ่ายรูปวัดตอนตะวันลับฟ้าเต็มเลย เราก้อไปยืนตรงกลาง ประหนึ่งว่า กล้องนับสิบๆ ตัว เค้ามารอถ่ายรูปเรา อิอิ....ที่นี่เอง เรามีรอยรัก รอยอดีต (รึรอยปัจจุบัน ไม่กล้าถาม ของอ้อม) เป็นแขกรับเชิญคนที่สอง คือ พี่บอนด์ มาถ่ายรูป+กินข้าวด้วย....สรุปว่า แขกรอยรัก รอยอดีต ที่มาเซอร์ไพรซ์เรา ทั้ง 2 คนของเรา คือ คุณเจมส์ บอนด์ นั่นเอง ฮ่าๆๆ.....จริงๆ แล้ว เราเหลืออีก 2 วัด ที่ยังไม่ได้ไปนะเนี่ย คือ วัดท่าการ้อง วัดที่สวยราวกับรีสอร์ท กะ วัดหน้าพระเมรุ แต่เวลาหมดแล้วละ พอแค่นี้ก่อนก้อได้ เหนื่อยแล้ว หิวแล้วด้วย ไปกินข้าวกันเหอะ   รีบบึ่งมาเลย ที่ร้านอาหารชื่อดัง ของอยุธยา ชื่อร้าน แพกรุงเก่า ด้วยความหิวมั้ง เลยสั่งไม่บันยะบันยัง ไม่ว่าจะเป็น กุ้งกระเทียม ปลาน้ำเงินราดพริก แกงเขียวหวาน  ต้มโคล้ง ต้มยำ ผัดไทย เอามาเลยค่ะพี่ เอามาหมดเลย ด่วนมาก !!!  อ๊ะ กินกุ้ง จิบไวน์ไปด้วย เริ่ดสุดๆอ่ะ เนอะ เนอะ แล้วก้อ Surprise !!! โดยการเป่าเค้กวันเกิด  ย้อนหลัง ให้พี่สอ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ ตกลงปล่องชิ้น กะน้องเบสเร็วๆ อิอิ เผอิญ เค้กวันเกิด เป็นเค้กไอติม มันเลยตัดไม่ขาด พี่เชษฐ์เลยช่วย อืม เก่งจังตัดออก.....แต่ความจริงแล้ว ไม่อยากจะพูด ทั้งน้องอร ทั้ง 2 บอล และฝ้ายนี่ ใช้มีดกันเก่งๆ ทั้งนั้น น่าจะให้ตัดเค้กมั่ง ฮ่าๆๆ เสร็จแล้ว ก็มีการกล่าวขอบคุณกันเป็นพิธี พร้อมประกาศทริปต่อไป เราจะไป ..........(ขออุบไว้ก่อน)

                                  สุดท้ายนี้ ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนนะคะ ที่ทำให้ทริปนี้ สำเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็น พี่อู๋ และ ทีม ที่ ดูแลเราเป็นอย่างดี อุตสาห์ ไปเซอร์เวย์ และเตรียมของโน่นนี่ให้ ตั้งหลายอย่าง, วาเลน เบส และ แนนซี่..ซึ่งก่อร่างสร้างทริปนี้จนเกิดขึ้น ตาม inspiration ที่ฝันว่า จะมีรูปถ่ายแบบ Historical กะเค้าบ้าง, หมู บอลลี่ แซซซี่บอล พี่โอ๋ .... ที่คอยเดินตามถ่ายรูปให้พวกเรา อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย, ลูกทัวร์ คนอื่นๆ ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น แป้ง เปรม น้องอร อ้อม ออย ฝ้าย แอม พี่เชษฐ์ คุณวรเทพ พี่สอ ฯลฯ แล้วก้อรวมถึง แขกพิเศษ คุณเจมส์ บอนด์ ด้วย .............ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณจริงๆ ไม่รู้จะขอบคุณยังไง มีความสุขมาก สนุกมาก รักทุกคน   เอาไว้ เราไปสร้างประวัติศาสตร์กันใหม่ ทริปต่อไปน้า......

    "เก็บไว้ ทุกทุกเรื่องราว รอยยิ้ม ที่เราเคยมี เก็บไว้ เก็บไว้ รวมกันเป็นภาพที่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นความทรงจำ ตลอดไป"

     

     

    November 21

    Upcoming Trips!!!

     มาแล้ว มาแล้ว Upcoming Trip !!!
     
    น่าตื่นเต้นมากมาย ที่ ทริปอยุธยา ตอน ย้อนรอยรัก รอยอดีต ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
     
    ปล่อยมาเป็นระยะๆ นะจ๊ะ ตามคำเรียกร้องของลูกทัวร์
     
    ทาง GFGF ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความสนใจ และ คำแนะนำมาสำหรับทริปใหม่ๆ ข้างล่างนี้เล๊ยยยย
     
     
    ปากช่อง ตอน ปากไม่ตรงกับใจ 4ช่องหัวใจมีไว้เพื่อเธอ
     
    แม่ฮ่องสอน ตอน อยากจะปาย ก็ไปด้วยกันนะ
     
    ท้องฟ้าจำลอง ตอน อยากเห็นท้องฟ้า เป็นอย่างวันน้านน...ฮ้า...
     
    ใครอยากไปไหน เม้นต์มาข้างล่างได้เลยนะจ๊ะ หรือ อีเมลมาที่ greatfoodgoodfriends@hotmail.com
     
    November 16

    GFGF on the wheel no.4--อยุธยา ตอนย้อนรอยรัก รอยอดีต

             ฮ๊อตมาก! ฮ๊อตมาก! ขณะนี้เราปิดรับลูกทัวร์ของทริป GFGF on the wheel no.4 แล้วนะคะ เนื่องด้วยมีคนสนใจติดต่อเข้ามาแน่นมาก จะว่าไปก็ยังไมได้โพสต์รายละเอียด เลยยกมาไว้ให้อ่านกันซะหน่อยดีกว่า....^^
     
     
    Dear All Passengers
    เรียน ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ
     
    After working and studying more than 72 hrs, finally GFGF on the wheel no.4 is already done and welcome for all members to join.
    หลังจากที่ใช้เวลาศึกษาและนั่งงมโข่ง นานกว่า 72 ชั่วโมง ในที่สุด โปรแกรมท่องเที่ยวหมายเลข 4 ก็คลอดออกมาซะที และ ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกท่านร่วมทริปนี้
     
    GFGF is proudly to present - Ayudthaya in the chapter "Return to retro with the old memory of love."
    เกรทฟู้ดส์กู๊ดเฟรนด์ ภูมิใจเสนอ อยุธยา ตอน ย้อนรอยรัก รอยอดีต
     
    Pls advice your confirmation at least 5 days before departure so that GFGF team can arrange the appropriate transportation na ja.
    โปรดแจ้งความประสงค์การเดินทางก่อนล่วงหน้าเดินทางอย่างน้อย 5 วันนะจ๊ะ ทางผู้บริหาร GFGF จัดรถให้เหมาะสมกับการเดินทาง
     
    Just wanna tell you a little bit on the milestone of GFGF on the wheel:
    นิดนึง อยากจะบอกอะไรเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับการเดินทางของ GFGF
     
    GFGF on the wheel No.4 - อยุธยา ตอน ย้อนรอยรัก รอยอดีต (Return to retro with the old memory of love) 
    GFGF on the wheel No.3 - อุทัยธานี ตอน ถอดเธอ ถอดใจ ไปทอดกฐิน (Making Merit..Heavenly Happiness)
    GFGF on the wheel No.2 - หัวหิน ตอน หัวใจขอมา (Let's the love lead the way, let the music heal your soul, let the sea be your best friends)
    GFGF on the wheel No.1 - แม่กลอง ตอน สายน้ำ สายลม กับสองเรา (Memoir of Maeklong)
     
    Dnt forget to visit our Website at http://greatfoodgoodfriends.spaces.live.com and again you can say anything you want there.
    อย่าลืมไปเยี่ยมเว็บไซท์ของเรานะจ๊ะที่  http://greatfoodgoodfriends.spaces.live.com และแน่นอนคุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรีที่นั่น
     

     
    Love & Lonely รักผสมเหงา 
     
    NancyService - แนนซี่เซอร์วิส
    Moby : 081 4888083 - เบอโทรตามนี้ ช่วยโทรมาหน่อย เหงาๆๆๆ
    (Director of Members Relationship)
     
    Best Regards,
    Great Food Good Friends by Khun Valen
    ----------------------------------------------------------
    Natweeranan Chinphanuvat (Khun Valen)
    Director
    Great Food Good Friends Co., Ltd.
    Tel: +66 89 894 9326
    E-mail: greatfoodgoodfriends@hotmail.com

    November 07

    Making Merit...Heavenly Happiness

    GFGF on the Wheel No. 3 (Exclusive trip)

    MAKING MERIT…HEAVENLY HAPPINESS

              มาแล้ว มาแล้ว !!! อัพเดทการเดินทางอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรก....หลังจากที่ Great Food Good Friends Co., Ltd ได้เปิดตัวขึ้น ในวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2549 ทางคณะผู้บริหารบริษัทฯ จึงขอใช้โอกาสวันลอยกระทง แอบเพื่อนๆ (จริงๆก็ไม่ได้แอบนะจ๊ะ เนื่องจากประกาศแจ้งอย่างเป็นทางการไปแล้วใน NancyService Newsletter Vol.1ยังไงก็ขอโทษทีนะจ๊ะบอล จุ๊บ จุ๊บ) ไปทำบุญกฐินที่วัดท่าซุงเพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ให้กิจการเจริญรุ่งเรือง เฮงๆ ตลอดทั้งปี

             ฤกษ์งามยามเริ่ด 7.30 น ของวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. 49 ทางคณะของเราก็นัดพบกันที่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ทีมผู้บริหารของเรา ฟิตเป็นพิเศษ เลยแวะไปช้อปปิ้ง เป็นหมูปิ้ง + ข้าวแกง + น้ำส้มคั้นกันแถว Sidewalk Café ริมทางด่วน ข้างโรงพยาบาล ระหว่างรอคณะเดินทาง ซึ่งประกอบด้วย พี่อู๋ พี่เม้ง พี่เปิ้ล พี่สอ พี่โอ๋ แนนซี่ วาเลน และเบสซี่ เมื่อสมาชิกมากันครบแล้ว เราก้อออกเดินทางกันได้เล๊ยยยย (อ่อ ลืมบอกไป คราวนี้ แนนซี่แต่งตัวในคอนเซ็ปต์ อรุณเบิกฟ้า คุณมิแรนด้า จะไปทำบุญ)

              ระหว่างทาง คณะก็แนะนำตัว+แซวกันเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ ระหว่างรุ่นเล็ก นำโดยน้องเบส และ รุ่นใหญ่ นำทีมโดยพี่อู๋ บรรยากาศ 2 ข้างทาง เป็นนาข้าวถูกน้ำท่วม กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมฟังเพลงสบายๆ สไตล์ไฮโซ อัลบั้ม หัวหิน หัวใจขอมา (เกี่ยวไรฟะ) ในที่สุด เราก็เดินทางถึงวัดเกษไชโย จังหวัดอ่างทอง (อ้าว! อ่างทองหรอกเหรอเนี่ย นึกว่าอยุธยา) แวะนมัสการพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก และ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ถ่ายรูปกันเล็กน้อย พอเป็นพิธี....โอ๊ะ โอ๊ะ พี่เปิ้ล คุณนายใหญ่ของเรา กำลังครีเอท กิจกรรมเก๋ๆ โดยการปล่อยนก ปล่อยปลาถังเบ้อเริ่ม ขาดอยู่อย่างเดียว ปล่อยปู ซึ่งจะช่วยแก้เคล็ด ให้กะ แนนซี่ และ เบสได้ ไม่เป็นไรจ๊ะ เอาไว้โอกาสหน้าได้....ก่อนออกมาจากวัด กะจะแวะซื้อกระทงกันซะหน่อย พอพ่อค้าบอก อันละ 80 บาท หันหลังกลับกันเป็นแถว ทิ้ง Question Mark อันโต ไว้บนหน้าแนนซี่ มันแพงเหรอเนี่ย? เป็นชั้นๆ ซื้อแล้วนะ เดินทางกันต่อค่ะ เป้าหมายอยู่ที่วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี

             ในที่สุด คณะก็มาถึงวัดท่าซุง ในเวลา 11 โมงกว่าๆ ทางเข้าวัดเห็นร่องรอยน้ำท่วม จนมิดหัวคน น่าสงสารจิงๆ เสด็จพี่ รีบพาเราบึ่งไปไหว้พระกันก่อนเลยค่ะ......โอ้ โห เออ เริ่ด !!! วัดอะไรกันนี่ ทำไมมันไฮโซ เหมาะกับคุณนายของเราอย่างนี้ เนื่องจากวิหาร ประกอบด้วยกระจกระยิบ ระยับ วับวาว พระประดับเพชรแท้ ชานเดอร์เลียร์จากตุรกี เครื่องไหว้พระจัดมาเป็นธูปเทียนแพอย่างดี ไอ้แบบ กลิ่นธูป น้ำตาเทียน ดอกไม้เหี่ยว ไม่มีให้เห็น กรี๊ดดดด.....พวกเราจึงถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เก๊กท่าราวกับอยู่บน Runway จากนั้นเราก็ไปห่มผ้าพระ เสี่ยงเซียมซีที่ว่ากันว่าแม่นติดอันดับต้นๆ ในประเทศไทย (คำทำนาย ไปดูได้ในน้องได๋จ่ะ) รวมถึงท่องคาถาเงินล้าน งานนี้ เจ๊วาเลน ท่องไปเป็นพันล้าน นานมากกกกกก.......ได้เวลาอันสมควร ไปกินข้าวกันดีกว่า

               OMG อันเนื่องมาจาก ร้านอาหารรสเด็ด โดดพิษน้ำท่วมเล่นงาน พังกระเจิดกระเจิง ทำให้เราต้องจรลี มากินข้าวแกงในวัด ในบรรยากาศชาวบ๊าน ชาวบ้าน ได้บรรยากาศสูงสุดคืนสู่สามัญยิ่งนัก วาเลนดื่มด่ำกับบรรยากาศจนลืมถ่ายรูปร้านมาอวดเพื่อนๆ เสด็จพี่เกรงว่า แนนซี่ จะรับไม่ด้ายยยย ไม่ต้องห่วงค่ะ แนนซี่สู้ตาย....รีบๆกิน รีบๆ เสร็จ เราจะได้ไปทอดกฐินกันซะทีตอนบ่ายโมงตรง

               ตายแล้นนน...งานกฐินอะไรกันนี่ ทำไมคนมากันเป็นพันๆ คน แล้วเค้าทอดกันยังไงล่ะเนี่ย เราก้อเดินตามเค้าไป เอาเงินทำบุญ แล้วก้อเดินเฉิดฉายไปนั่งที่นั่ง VIP ข้างหน้าสุด พร้อมสงบกาย สงบใจ และแน่นอน สงบปาก สงบคำ สวดมนต์ทำบุญ อุทิศส่วนุศล ให้เพื่อนฝูง พ่อแม่ เจ้ากรรมนายเวร (ถึงตอนนี้ พี่อู๋หันมาบอกว่า แนน!! ทำเผื่อ......ด้วยนะ ค่ะ ค่ะ ไม่ลืมค่ะ) เสร็จราวๆ บ่าย 2 ได้มั้ง เราบึ่งรถกลับกรุงเทพฯทันที (ตอนแรกกะจะแวะลอยกระทงที่อยุธยาซะหน่อย รถดันติด เวลาไม่พอ ไม่เป็นไร เอาไว้เอาใหม่ โอกาสหน้า) ระหว่างทางแวะซื้อขนมปังสังขยาชื่อดังของอุทัยธานี รวมทั้งวนรถดูอนุสาวรีย์ บรรพบุรุษของน้องเบส ปลาแรด แล้วนั่งกิน นั่งเม้าท์ นอนหลับกันมาตอนทาง ไม่ทิ้งคอนเซ็ปท์ นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแดก ถึงกรุงเทพฯ ราวๆ 17.30น ร่ำลาพี่ๆ แล้วคณะผู้บริหารอย่างเรา ก้อไปกิน ซีฟู้ดอร่อยกันที่ Madame Egg (เจ๊ไข่) ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน ด้วยความอิ่มอก อิ่มใจ อิ่มปาก อิ่มท้อง และแน่นอน อิ่มบุญ.....เพื่อนๆ อย่าลืมอนุโมทนา กันด้วยนะจ๊ะ

              ใหม่ล่าสุด.....ทางเราได้เปิด http://greatfoodgoodfriends.spaces.live.com เอาไว้เป็นอีก 1 ช่องทาง สำหรับเพื่อน ที่อยากจะไปไหน ทำอะไร ก็ใส่ comment ไว้ หรือไม่ ว่างๆ ก็เข้าไปดูรูปก้อได้นะจ๊ะ มีปัญอะไร สอบถามมาได้ที่ greatfoodfoodfriends@hotmail.com หรือ nancyservice@hotmail.com อย่าลืม!!! Unexpected experience is waiting for you….Don’t let it pass by..Joop Jubs

                 ไม่ต้องเสียใจ สำหรับใครที่พลาดโอกาส ทริปครั้งนี้ เนื่องจาก พี่ใหญ่ใจดี พี่อู๋ โอฬาร อาสาจะไปเป็นไกด์กิติมศักดิ์ ให้กับ Great Food Good Friends on the Wheel หมายเลข 4 กับ อยุธยา ตอน ย้อนรอยรัก รอยอดีต ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย.สำหรับรายละเอียด โปรดตั้งหน้าตั้งตา ติดตามตอนต่อไป เร็วๆ นี้ บ๊าย บาย จุ๊บ จุ๊บ Muah….. (เคลียร์คิวรอไว้ได้เลยนะจ๊ะ ดาร์ลิ้ง)

     หมายเหตุ         เมลล์นี้ ยาวมากกก ยาวกว่าอันที่แล้วอีก หนุ่มสาวไทยหัวใจอินเตอร์ โปรดรอสักครู่ ทีมล่ามกำลังทำงานอย่างหนัก สำหรับระบบ Bilingual จ๊ะ