GFGF's profileGreatFoodGoodFriendsPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 17

    One Moment in time in San Francisco Part 2

                       ตื่นมาตอนเช้าวันที่ 2 เราพบว่า 2 หนุ่ม นัทกำลัง 2 ไม่หลับม่นอนเมื่อคืนนี้ สรรหาที่เที่ยวให้เรา แจ่มมากกกก เริ่มต้นวันนี้ออกเดินทางประมาณ 9 โมง ไป Museum of Fine Art วันนี้เริ่มฉลาดขึ้นมานิดนึง แบบว่านั่งรถเมล์เป็นแล้น เหมือนเดิม บ้านเมือง ยังสวยน่าประทับใจ จุดหมายแรก คือ Palace of Fine Art Museum ไม่บรรยายความงามละกัน ดูรูปเอา เพราะว่ามัน สวยเริ่ด เกินจะบรรยาย อ่อ วันนี้ เป็นวันเดิน/วิ่ง มาราธอน แฟนซี ของเมืองด้วย โปรแกรมเราเลยบรรจุการเดินเข้าไป โดยการกะว่า จะเดินไปที่ Victorian House ตรง Alamo Square ฝรั่งมันบอก เดินประมาณ 20 นาที เราเดินไปเกือบชั่วโมง เดินไกลชิบเป๋ง ยังไม่ถึงซักที อ่ะ ลองขึ้นรถเมล์ โหหหหห นั่งรถเมล์ ก็ 15 นาที แล้นค่ะ ท่านผู้ชม เฮ้อ เหนื่อย รถรถตรง Pacific Haight ถนนสายฮิป อินดี้ของเมือง กรี๊ดดดดด น่ารักจิงๆ ว่ะ แวะ กินกาแฟ แล้วเดินต่อ จะสวยคุ้มมัยฟะเนี่ย เดินทางไกลเหลือเกิน กรี๊ดดดดด เฮ้อ และแล้วก็มาถึง บางคนว่า สวยไม่คุ้มกะที่เหนื่อย แต่คุณมิแรนด้า บ่ยั่น ถ้าไม่มาตรงนี้ จะมาถึงซานฟรานเหรอยะ กลิ้งเกลือกนอนถ่ายรูป เพื่อความสวยงามของภาพ แต่หญ้าเหม็นชอปเป๋ง มีขี้หมาป่าววะ บ่าย 2 แล้ว หิวชิปเป๋งงงงง ไปค่ะไป วันนี้ เราแพลนไปกินข้าวที่ China Town หนึ่งในชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก กว่าจะถ่อไปถึง คงกินไรก้อร่อยอ่ะ เพราะหิววมากกกกก หลับหูหลับตา เลือกร้านติ่มซำมา 1 ร้าน หะหะ ปรากฎว่า มันคงโคตรจะไม่อร่อย เพราะเราบ่นกันสุดๆ จากนั้น ก็แยกย้ายไป shopping ที่ Union Square ตัวใครตัวมัน 1 ทุ่ม เจอกันที่ โรFisherman Wharf เพื่อกินข้าว (ต้องถ่อไปกินไกลอีก 15 นาที) เพื่อ ร้าน Seafood ชื่อดัง ที่มี Steak อร่อย อะไรฟะเนี่ย กินไป ขำไป เนื่องจากโต๊ะเรามีตลก ขำจนร้องให้ ขำจนฝรั่งงง อะไรของมันฟะ กินเสร็จ ก็แยกย้ายไป shopping ที่ Walgreen แล้วแยกย้ายกันกลับโรงแรม (ที่ต้องบอกว่าแยกย้าย คือ จะแยกย้ายไปโอโซน ผับไทยในซานฟราน รึว่าจะย้ายไปกินไวน์ในห้องที่ซื้อตุนมาเพียบกินได้อีก 3 วัน) จบไปอีก 1 วัน
     
     
    June 13

    One Moment in time in San Francisco Part 1

         สวยมากกกกกกก สวยมากๆๆๆๆ !!! ประทับใจ กับโปรแกรม   One Moment in Time @ San Francisco  อัพเดทตามมาช้าหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาใช่มั้ยล่ะ ทริปเราเริ่มออกเดินทางในวันเสาร์ที่ 19 พ.ค. ซึ่งเป็นการเดินทางล่วงหน้าก่อนกำหนดการจริงถึง 2 วัน โดยมีพลพรรครักเอยจำนวนทั้งหมด 22 คน ด้วยกัน นัดกันตั้งแต่ไก่โห่ 9 โมงเช้า เพราะคิดว่า ไฟล์ทเมกาจะตรวจเยอะแยะมากมาย แต่ปล่าวเล๊ยยยย... 10 โมงทุกคนเช็คอิน เสร็จล่ะ รวดเร็ว สมเป็นเด็ก MIM จริงๆ เสร็จเร็ว ก็เข้าเกทเร็ว เพื่อไปสำรวจราคาของ Duty Free แล้วก็ซ้อม Shopping กันได้เล๊ยยย โห 2 ชั่วโมง เดินกันจนเมื่อย แล้วไปโน่นจะเดินกันไหวมั้ยเนี่ยยย หาไรหม่ำหน่อยดีก่า หิวๆๆๆ จากนั้นก็ขึ้นเครื่อง สายการบินอีวา บินไป ไทเป เพื่อไปรอเปลี่ยนเครื่อง เออ เริ่ด เครื่องใหม่ ไฮโซ จอทีวีส่วนตัว ส่วนใหญ่ พวกเราก็ดูหนังเรื่อง Music and Lyrics  กัน พอลงมา ก็ทำให้ฮิตเพลง Way back into love ไปโดยไปปริยาย (จริงๆ เค้าดังมา 3-4 เดือนก่อนหน้านี้แล้น แต่พวกเรามัวแต่เรียน เลยเพิ่งมาฮิตเอาเอง ตอนนี้หละ)
     
         ถึงสนามบินไทเปแล้น เรามีเวลา 3 ชั่วโมงเพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง ทายซิ เราทำอะไร....หะหะ จะอะไรซะอีกล่ะ ประเดิมด้วยการเดิน (Window) Shopping แล้วก็กินราเมง เสี่ยวหลงเปา ชานมไข่มุก  ตามแบบไต้หวัน แล้วก็บินต่อ ยาวนานถึง 11 ชั่วโมง เครื่องก็เก่า ทีวีส่วนตัวก็ไม่มี พวกเราจึงสร้างความวุ่นวายบนเครื่องเล็กน้อย โดยการเดินไปเดินมา จนกัปตันต้องเปิดสัญญาณรัดเข็มขัดไว้ตลอดเวลา (มันจะได้นั่งอยู่กับที่) หลับแล้วตื่น ตื่นแล้วหลับ กินแล้วนอน นอนแล้วกิน ในที่สุด เราก็ถึง San Srancisco International Airport เท้าเหยียบสนามบินปุ๊บ ถ่ายรูปปั๊บ จนเจ้าหน้าที่ต้องมาไล่ ให้มาผ่าน ตม. แล้วเวลาแห่งความสนุกก็เริ่มขึ้น เราจะต้องเอากระเป๋าใบใหญ่ ไปไว้ที่ Hilton ส่วนพวกเรา จะไปนอนกันแถวๆ Bay ก่อนนะค๊ะ โรงแรมเราคืนนี้คือ Heritage Marina Hotel ที่ล๊อบบี้ดูดี๊ ดี ข้างในเห่ยมากกก โชคดี ห้องยังใช้ได้ หยวนๆๆ
     
         ไม่มีการปล่อยเวลามานั่งนอ หรือ เจ็ทแหลก แต่อย่างใด ตะลุยเที่ยวยมันเลย ออกจากโรงแรมแบบสมองกลวง ไปไหนดีวะ เดินเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดหมายไปทางหลังโรงแรม ซักติ๊ดนึง (แต่เหนื่อยมาก เนื่องจากมันเดินขึ้นเขา เอ!!! รึเพราะเราแก่) ก็ถึง Lombard Street หรือ ถนนลำบาก ซึ่งเป็นถนนที่คดเคี้ยวที่สุดในโลก ก็สวยดีอ่ะนะ แต่เหนื่อยชิบเป๋ง จากนั้น เราเห็นทะเลอยู่ลิบๆๆ อ่ะๆๆ ไปที่อ่าวนั่นแหละ เดินกันไป โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว มันไกลขนาดไหน โฮะๆๆๆ ในที่สุด ก็ถ่อมาจนถึงที่ๆ เค้าเรียกว่า Fisherman Wharf ได้ เก่ง จริงๆ  หิวๆๆ แยกย้ายกันหาของกิน บ้างก็ steak บ้างก็กิน seafood แต่เราขอประเดิม อาหารอเมริกัน เป็นมื้อแรกที่ร้าน Denny ในโรงแรม Holiday Inn Fisherman Wharf (ไฮโซบ้านนอกจริงๆ) แล้วก็สั่งอาหารอย่างบ้าระห่ำ แบบกล่องข้าวน้อยฆ่าทั้งโคตร ประหนึ่งากำลังสั่งที่สามย่าน ผลก็คือ เต็มโต๊ะ ตามรูปทางขวามือท่านผู้ชมค่ะ
     
          กินเสร็จแล้ว ร้านก็ปิดหมดแล้น ทำไรดี หะหะ Walgreen ร้านขายของชำที่เปิดถึงเที่ยงคืน เสร็จเรา เข้าไปกวาดขนม และ บรรดา Hanging Cosmetics มาแต่งหน้าเล่นพรุ่งนี้ดีก่า จากนั้น ก็กะกันว่าจะนั่ง taxi กลับโรงแรม แต่ไฉนเลย ไม่มี taxi มาซักคัน รถเมล์เรอะ ก็ไม่โผล่มาให้เห็น สุดท้าย คือบาทาครองพิภพจบสากล   เดินค่ะเดิน ตามทางวิบากที่เราเดินมา ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บที่ไร้อ้อมกอดใครบางคน (เอ๊ะ เริ่มเน่า) จนแล้วจนเล่าก็ถึงจนได้ แยกย้ายกันขึ้นนอน Goodnite Joop Joop