GFGF's profileGreatFoodGoodFriendsPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 29 Memoir of Japan : Save the Last TripSayonara Japan Day 1-2 กรุงเทพฯ - นาริตะ - โยโกฮาม่า - Sea Paradise - พิพิธภัณฑ์ราเมง - คามาคุระ - โตเกียว
มาแล้ว ยังดีกว่ามาช้า มาช้า ยังดีกว่าไม่มา...อดหลับอดนอนมาหลายคืน ไหนจะสอบ ไหนจะทำงานหนักเยี่ยงทาส ออกทัวร์อีก Oh My God!!! แนนซี่ดำรงตำแหน่ง มิสคูโบต้า มาตลอด 3 เดือน หลังสงกรานต์นี้ จะได้พักกะเค้าซักที (จะได้พักจริงมั้ยวะเนี่ย) วันที่ 12 เมษายน ได้เวลาเดินทาง ใครวะ นัดลูกค้า 2 ทุ่มครึ่ง เครื่องบินออกตั้งเที่ยงคืนครึ่ง โคตรจะเร็ว Nancy หัวหน้าทัวร์สาวสวย มาถึงสนามบินประมาณทุ่มนึง วันนี้ Office Unity ขนกันมาหมด เนื่องจากกรุ๊ปออกมากมาย ส่งลูกค้าเข้า Gate เสร็จแล้ว พี่เล็กเรียกคุยด้วยนิสสสนึง แต่สามารถทำแนนซี่ เอาตีนพาดหัว ไปก่ายหน้าผากได้อีกรอบ (ยิ่งกว่าวาเลนเล่นโยคะ) เฮ้อ...ก่อนเข้าเกท หลังเดี้ยงเฉย หาซื้อยาคลายกล้ามเนื้อ แล้วก็ Dinner กะพี่เล็กซะหน่อย อีกหน่อย ก็ไม่ได้กินข้าวด้วยกันบ่อยๆ แล้วเข้าเกท ซื้อ Total Turnaround แล้วก็อ่านหนังสือ เพราะไอ้โปรแกรมที่จะไป ก็ดันไม่เคยไปซะด้วยซิ อ้อ ลืมบอกไป โปรแกรมนี้ ไม่มีเด็กเลย เพราะไม่มีสวนสนุก เป็นทัวร์คนแก่นะเคอะ วันๆ ไม่ทำอะไร เดี๋ยวขี้ เดี๋ยวเยี่ยว พอไปถึง กรี๊ดดดด กระเป๋า 4 ล้อใบใหม่ของชั้น ล้อหลุดซะงั้นอ่ะ อ่ะอ่ะ ทำเคลม แล้วก็ออกไปข้างนอก
ขึ้นรถไป โยโกฮาม่า เมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก อลังการมากกกก เที่ยว Ramen Museum เป็นที่แรก งั้นๆอ่ะ ไม่มีไร ก็จำลองเป็นร้านค้าในญี่ปุ่นสมัยก่อน แล้วก็รวมร้านราเมงเด็ดๆ จากทั่วประเทศมา หลับหูหลับตากินไป ไม่อร่อยเท่าไหร่ จากนั้นไป Yokohama Sea Paradise ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งนะเนี่ยที่แนนซี่ จะรู้สึกซาบซึ้งกับสัตว์โลกใต้ทะเลอันน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นแมวน้ำควาย นกเพนกวิน ปลาโลมา ฉลาม บลา บลา บลา อ้อ มีปลาสีๆ ตัวควายๆ เหมือนใน Finding Nemo เลยอ่ะ น่าร๊ากกกมากมาย ที่พารากอนมันมีอะไรแบบนี้ป่าววะ เริ่ดจัง เสร็จแล้ว ก็ไปดูโชว์สัตว์น้ำ โอ้ยยย ลมโคตรจะแรง ดีนะที่ชั้นศูนย์ถ่วงดี ถ้าเป็นอีเบส สงสัยโดนพัดตกทะเลไปแล้ว จากนั้น เข้าโหมดทำบุญ เที่ยววัดพระใหญ่คามาคุระ ศักดิ์สิทธิ์มากก ลูกค้าเคยมาขอลูก ได้กันไปหลายรายแล้ว ทายซิ Nancy ขออะไร อิอิ (ขอชั้นคืนเถิด ขอหัวใจชั้นกลับคืนมา)
จบทัวร์วันนี้ นั่งรถเข้าโตเกียว เออ ค่อยคุ้นเคยหน่อยทัวร์ไฮโซอย่างเรา ก็ต้องไปกินปูยักษ์ อร่อยมากกกก แพงมากกกก สมฐานะอย่างเรา แล้วก็เข้าโรงแรม Tokyo Dome ด้วยความเหนื่อยอ่อน...เสียงแว่วมาจากไหนวะ อ้อ บ้านสามหนุ่ม สามมุม จะออกไปเที่ยวชินจูกุ เลยต้องเดินไปส่งที่สถานีรถไฟ พอไปถึง จะโดนดึงตัวไปด้วยเฉย ตังเติง กระเป๋า ไม่มีซักอย่าง เลยชิ่งกลับโรงแรมมาแชทกะอีออยดีกว่า จบไป 1 วัน
Memoir of Japan : Save the Last TripSayonara Japan Day 3-4 โตเกียว - วัดอาซะกุซ่า - ฮาโกเน่ - ภูเข้าไฟฟูจิ - ฮามานะโกะ - โอซาก้า
Ohayoogozaimatsu !!! วันนี้จะไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่วัดอาซะกุซะ แคนนอน จากนั้นปล่อย shopping 2 ชั่วโมง โอ้โห ลูกค้าชั้น ขนกันมา นึกว่าไปสำเพ็ง ประตูน้ำนะนั่น เดี๋ยวจะเอาเก้าอี้ในรถที่ไหนนั่งคะ คุณพี่...ตามโปรแกรมจะให้กิน เทมปุระ ร้าน TV Champion ที่แอบมากินคราวที่แล้ว แล้วชอบ แต่พี่ตุ่น (ไกด์ท้องถิ่น) บอกมันเต็ม พาไปกินร้านไหนไม่รู้ เห่ยมากกก ขัดใจ Nancy เป็นอันมาก เสียหน้าๆๆๆ จากนั้น ไปอุทยานแห่งชาติฮาโกเน่ ล่องเรือโจรสลัดในทะเลสาบอาชิ อากาศดีเริ่ด เพราะหัวหน้าทัวร์สวย อะไรๆก็เลยดีไปหมด จากนั้นขึ้น หุบเขานรกโอวาคุดานิ กะจะแจกไข่ดำ ลูกค้าคนละลูก เพราะกินแล้วจะอายุยืนไป 7 ปี 555 ดวงไม่เสียตัง ไข่ดำหมด อ่ะๆๆ เดี๋ยวเลี้ยงอย่างอื่นละกัน
นั่งรถไปอีกไกลโขทีเดียว กว่าจะถึงโรงแรมอาบน้ำแร่ของเรา โรงแรมแบบญี่ปุ่นแท้เลยล่ะ หน้าโรงแรมมีต้นซากุระ บาน ยาวเป็นกิโลเลย กรี๊ดดดด ทำไมชั้นต้องมาคนเดียวด้วยล่ะ ทำไม๊ ทำไม อ้าวว โรงแรมดันเต็มอีก ชั้นกะไกด์ท้องถิ่น ต้องไปนอนโรงแรมจิ้งหรีดข้างๆ ซะงั้นอ่ะ กรี๊ดดด ชั้นอยากนอนเสื่อตาตามิ ที่นอนฟุตง ขอวอน หลอกให้ลูกค้าใส่ชุด ยูคาตะ ลงมากินข้าว เริ่ดค่ะ เริ่ด กินเสร็จ นัดกันว่า เดี๋ยว 3 ทุ่มครึ่ง เรามาแก้ผ้า อาบน้ำพร้อมกันนะคะ...ถึงเวลา ลูกค้าลงมา ไม่เจอ แนนซี่ซะงั้น เพราะมัวแต่หลอกลูกค้าอีกกลุ่ม ไปกินราเมงชีส สุดอร่อย ตามคำร่ำลือ ปาเข้าไป 4 ทุ่มกว่าโน่น กว่าจะได้แช่น้ำแร่ แช่ที่นี่ ต้องแก้ผ้าหมดนะคะ แช่แล้ว สบายม๊ากก มาก หน้าใส ชอบๆๆ แช่เสร็จ ดัน คัน อยากจะกินไอติมเย็นๆ เอาวะ ออกไปทั้งยูคาตะเนี่ยแหละ โนบรา ออกไปเลย ถ้ารอเปลี่ยนชุดคงไม่ได้กิน
เดินออกมา เจอลูกค้า หนุ่มโทเสดสาด ลูกแม่โดมเหมือนกัน นั่งอ่านหนังสือ อยู่หน้า onsen เอาวะ ชวนออกไปกินไอติมด้วยกัน ยืมตังค์ด้วยนะ ไม่มีตังค์ มีแต่ตัว เออ เริ่ด เป็นมุข หลอกลูกค้ามาเดินชมซากุระยามดึกที่เนียนมาก ขานี้ก็ห่างบุหรี่ไม่ได้เลย ชั้นว่าแล้ว ลูกค้าที่ถูกชะตา มันต้องมีนิสัยอะไรแบบนี้ กินเสร็จก็นอน เฮ้อ เหนื่อย
วันต่อไป ไป ขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ชั้น 5 อากาศดีมากๆๆ บนฟูจิหิมะเพิ่งตก ขาวโพลน ฟ้าเปิดอีกตะหาก บรรยากาศดีจัง มารอบนี้ อรเอ้ยย โซรัคซานชิดซ้าย แทะข้าวโพดกะชาเขียวร้อนๆ อบอุ่นยิ่งกว่า คู่รัก คู่รส Coffee Mate ภาคบ่าย นั่งรถสะสมไมล์ ตะลุยทางไกล ไปโอซาก้า ผ่านทะเลสาบปลาไหล ไม่มีอะไร โอ้ยยย นั่งรถจนปวดหลัง เงี้ยแหละ ทัวร์คนแก่ เลยกลายเป็นโรคคนแก่ไปด้วย อ่อ เออ นั่งซินคันเซนด้วยนะ งั้นๆอ่ะ นั่งบ่อยละ (อิอิ) พาลูกค้าไปกินข้าวที่ ซินไชบาชิ กระตุ้นต่อม shopping ให้มันแสบๆคันๆก่อนเข้าสู่โรงแรม Hyatt regency โรงแรม 5 ดาว หรู เลิศ อลังการ ไม่เว้นแม้กระทั่ง front และ เด็กยกกระเป๋า หล่อ เท่ห็ สมาร์ท หน้าตาอินเตอร์ มีการศึกษา ที่สำคัญ พูดอังกฤษได้ ฟังรู้เรื่องทุกคน อาเฮีย อาซ้อ ดันทำกุญแจ ล็อคกระเป๋าไปเก็บไว้ไหนไม่รู้ ต้องลำบากชั้น และ พนักงานสุดหล่อ หาแชลงมางัด พอนึกออกมั้ยคะ ทัวร์ สว. (สูงวัย) รึทัวร์กล้วยไม้ (ไกล้ม้วย)
เสร็จธุระแล้ว ออกไปเดินเล่นแถวโรงแรมซะหน่อย โอยยย เงียบชิบเป๋ง ผีจะหลอกมั้ยเนี่ย ข้ามถนนไป กรี๊ดดดด เป็นสวนสาธารณะ อยู่ริมอ่าวโอซาก้า เปิดไฟสีๆๆ กรี๊ดดดด มิน่าล่ะ ยุ่นมันถึงขับรถมาจอดเป็นคู่ๆ ไปค่ะๆๆๆๆ รีบกลับโรงแรม มาเดินเล่นกินบรรยากาศได้ แต่อย่าให้บรรยากาศมันกินเรา เข้าใจมั้ย !!!!
Memoir of Japan : Save the last tripSayonara Japan Day 5-6 เที่ยววัดเกียวโต - ช้อปปิ้งซินไชบาชิ - สนามบินมะนิลา-กลับกรุงเทพฯ
วันนี้ นุ่งขาว ห่มขาวเที่ยวมันแต่วัด เผื่อจะสงบจิตสงบใจ เริ่มจาก วัดทองคิงคาคุจิ ที่เราเคยเห็นกันในการ์ตูนเรื่องอิคคิวซัง โอ๊ยยย ของจริงสวยมากมาย มันจะทองอารายยได้ขนาดนั้น เห็นแล้วอยากมากับเพื่อนอ่ะ ไม่อยากมากับลูกค้า ถ้ามาเอง คงถ่ายรูปตรงนี้หมดไปครึ่งวัน อากาศหลังฝนปรอยๆ นี่แบบว่า มันดูมีชีวิตชีวาม๊าก มาก จากนั้นไป ศาลเจ้าเฮย์อัน ไม่มีอะไรมาก เป็นศาลเจ้าขนาดใหญ่มากกกสีสดใส ไม่มีอะไรมาก แต่ข้างในนี่ซิ ซากุระบานสะพรั่ง เสร็จแล้วพาลูกค้าไปกินชาบู มีเรื่องฮาจะเล่าให้ฟัง
ซ้อ : แนนๆ ดูเสื้อหนาวสีชมพูให้ซ้อหน่อยซิ ซ้อลืมไว้
แนน : สีอะไรคะซ้อ เอ แนนดูในร้านแล้ว ไม่มีนะคะ
ซ้อ : สีชมพู
แนน : เอ ใช่ตัวที่ซ้อใส่อยู่รึป่าวคะ
โอ้ย แอบขำในใจ แต่แบบว่า อีกหน่อยเราก็เป็นแบบนี้ป่าววะ ภาคบ่ายไป วันฟูจิมิอินาริ ที่เค้าถ่ายทำเรื่อง Memoir of Geisha ที่มีโทริ (ประตูแดงๆ แบบญี่ปุ่น) ยาวถึง 4 กิโล ชั้นล่ะ เห็นแล้วอยากจะวิ่งไปขอพรพระเหมือนนางเอกกะเค้ามั่งกะเค้ามั่ง แล้วจบท้านที่ วัดน้ำใส คิโยมิซึ สวยม๊ากกกก วัดอยู่บนหน้าผา ต้นไม้หลังฝน กำลังออกดกก ชุ่มชื้น กรี๊ดดดด นั่งซดราเมงกะชาเขียว กะลูกค้า Chill ยิ่งกว่านั่ง Starbucks ในกินซ่าอีกนะ เออ เริ่ด ระหว่างทางเดินกลับที่จอดรถ เจอวิบากกรรม กับร้านช้อปปิ้งที่ยาวสุดลูกหูลูกตา อ่ะ กระจายรายได้ไปตามระเบียบ ในที่สุด ก็ถึงเวลาที่รอคอย แนนซี่ เร่งบีบคอคนขับให้ซิ่งเข้าโอซาก้าโดยด่วน เดี๋ยวไม่มีเวลา shopping ตาม list ที่ยาวเป็นหางว่าว ระหว่างทาง ผ่าน Love Hotel น่ารักดีอ่ะ แต่งเป็น theme ต่างๆ แล้วแต่ห้อง กรี๊ดดด ทีหลังไม่นอนละ Hyatt Hilton เอาแบบเนี้ย เริ่ด
ถึงโอซาก้าแล้ว มีเวลา 2 ชม. เตรียมตัว ระวัง ไป ลูกค้าชั้นซิ่ง 4x100 เมตร แบบลืมวัย ไปช้อปปิ้ง ส่วนใหญ่อยู่ร้านเครื่องสำอางค์ shopping ยังกะแจกฟรี ทำยอดถล่มทลาย ของหัวหน้าทัวร์ก็ใช่ย่อยนะยะ ขนมา ไม่ได้แพ้ลูกค้าเล๊ยยย กลับโรงแรม แทนที่จะนอน ดันไปเดิน shopping ต่อ แถวมินิมาร์ทก็เอา แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...
แนนซี่โดนผีหลอกที่โรงแรม ขยับตัวไม่ได้ โอ้ย ชั้นเหนื่อยนะ ขอนอนสบายๆ หน่อยก็ไม่ได้ ตาสว่าง ไม่กล้าหลับ พลิกตัวก็ไม่ได้ เดี๋ยวเจอใคร เลยสวดมนต์ ดีนะเนี่ย ที่รู้จักพี่อู๋แล้ว ไม่งั้นคงสวดไม่เป็น นึกถึงหลวงพ่อ หลวงปู่สุดริด พอทำท่าจะหลับ มีใครมาดึงที่เท้าอีกละ โอ้ยยย อะไรกันวะ ไม่นอนแล้วก็ได้ up ได๋ ดีก่าจนถึงเช้า เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ สะลึมสะลือ เช็คอินให้ลูกค้า เข้าไปซื้อบุหรี่ให้จิรเดช แบบไม่เกรงกลัว ตม. ไทย เออ หาจิ๋มกระป๋องไม่เจอ เอาไว้รอบหน้า มาฮันนีมูน มีเวลาเยอะหน่อย จะหาให้ละกัน กรี๊ดดดด (เมื่อไหร่จะมีวันนั้น) ขึ้นเครื่อง แวะสนามบินมะนิลา นิดส์นึง โอ้ยตาย สนามบิน รึท่ารถ บขส. เนี่ย ร้านขายของที่ระลึก หน้าตายังกะร้านขายอะไหล่ สนามบินนี่มันเป็นหน้าตาของประเทศเหมือนกันเนอะ เห็นสนามบิน แล้วชั้นละ ไม่อยากไปฟิลิปปินส์ เลยแม้แต่น้อย เอาละ ขึ้นเครื่องนอนต่อ กรี๊ดดดด เครื่องตกหลุมอากาศ ยิ่งกว่าเล่น โรลเลอร์ โคสเตอร์ เออ สนุกดีเว้ย ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ กลับบ้าน หลับเป็นตายยย Sayanara Good Bye ทริปสุดท้ายของ Unity 2000 Tour ก็จบลงอย่างสวยงาม
April 20 Kunming-Da Li-Li Jiang- Shangri La: Shop till Dropby Khun Valen
12-17 April 2007 @ Kunming- Da Li- Li Jiang - Shangri La
สงกรานต์ปีนี้ หอบผ้าผ่อนไปตะลุยคุณหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง แชงกรีลา เหนือ่ยไปตามๆกัน ไปกลางคืน กลับกลางคืน เหนือ่ยๆสุดๆ แต่ก็สนุกดี
คืน11 Apr 07-12 Apr07
ก่อนจะขึ้นเครืองก็กระหืดกระหอบ เพราะไม่ได้เช็คGate ให้ดี วิ่งจาก Gate C1 to D6 (คนละซีกโลกเลย) แต่ก็เอาน่า ขึ้นเครือ่งปั๋บ หลับปุ๊บ ตามสไตล์ เดี๋ยวตื่นมาถ่ายรูปหน้าไม่สวย ไปถึงก็ขึ้นรถ มุ่งหน้าไปเขาซีซาน ประตูมังกร เค้าว่าไปลูบตรงหินกลมๆแล้วจะโชคดี ลูบไปหลายรอบมาก ข้างๆมีทะเลสาบเตียนฉือ ที่ใหญ่สุดในคุณหมิง รอบตัวมีแต่คนไทย ทัวร์ไทยมากี่ทัวร์ไม่รู้ ได้ยินภาษาไทยเจี๊ยวจ๋าว แล้วก็ไปดูเค้าทำผ้าไหม
แล้วมุ่งหน้าไปขึ้นเครื่องไปเมือง จงเตี้ยน ปรากฎว่าเครือ่งบิน Delayed นานมากเป็นชั่วโมง เลยหลับรอที่สนามบินซะงั้น ไปถึงเข้าที่พัก
13 Apr 07
ไป วัดลามะซงจ้างหลิง ฝนตกเล็กน้อย อากาศหนาว คนไม่สบายกันเป็นแถว เพราะที่นี่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 กว่าเมตร ต้องมีออกซิเจนกระป๋องส่วนตัว สำหรับคนที่ปรับตัวไม่ได้ หายใจไม่ออก แต่ดีที่บ้านเราแข็งแรงไม่มีใครเป็นอะไร จากนั้นไปแวะซื้อหินธิเบต ที่เค้าโม้ว่าเป็นของรัฐบาลจีน ทัวร์กรุ๊ปนี้ชอบช้อปปิ้งมากกกกก ต่อกันสะบั้นหั่นแหลก แล้วได้อีกต่างหาก เลยแวะกันที เข้าห้องน้ำเป็นชั่วโมงไม่ได้ไปไหน จากนั้นไปทะเลสาบน่าพ่าไห่ เป็นทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลกเพราะไม่มีน้ำ แต่มีหญ้าขึ้นแทน! จากนั้นไปเดินถนนคนเดิน ชอปปิ้งซื้อผ้าพันคอกันเยอะ ฝนตกแอบเดินลำบากเล็กน้อย กลับไปกินข้าวที่โรงแรม มีโชว์เล็กๆให้ดู แต่ทุกคนสนใจกินมากกว่า haha
14 Apr 07
เดินทางโดย Bus 5 ชั่วโมง ไป หุบเขาเสือกระโดด ระหว่างทาง แวะเข้าห้องน้ำ ก็ชอปปิ้งอีกไปเป็นชั่วโมง เหมากันไปหมดแผง (เห้อ) ทัวร์เค้าพาเราไปทางที่เดินราบ3กม.ก็โอเค แต่กลัวอาม่าเดินไม่ไหวเลยให้นั่งรถ คนละ 10RMB แต่กระแทกมากเลย และได้ข่าวว่าไปถึงก่อนคนที่เดินแป๊ะเดียว ก็เค้าใช้คนลากเหมือนกันนินา...แต่ก็เอาน่า นั่งไปแล้ว... เสร็จไปถึงก็ถ่ายรูป เห็นเสือตัวกะปิ๊ด ขากลับจะนั่งกลับปรากฎว่าเค้าคิดราคาเป็นสองเท่า โดยที่พวกเราไม่รู้ความจริงข้อนี้ นึกว่าโดนหลอก ก็เลยมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมโดนหลอกง่ายๆ เชอะๆ เดินเองก็ได้ ยังดีที่อาม่าแข็งแรง ก็เดิน เหนือ่ยนักพักก่อน ไปเรือ่ยๆ 3 กม.จนถึงรถ เย่ ออกมาก็ Shopping แผงลอยด้านหน้าก่อนขึ้นรถกันอีก เริ่ด
ขึ้นรถ แวะถ่ายรูปกะ โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง มีของขาย ก็ช๊อปกันอีกแล้วครับท่าน แต่เราไม่ได้ของ ซื้อสตรอเบอรี่กะส้มติดมือมาแทน ไปถึงโรงแรมที่พักใหม่ ได้ห้องใหญ่มากๆ (Li Xiang Yuan Hotel)
15Apr 07
ออก8โมงเป๊ะ ไปต่อแถวขึ้น ภูเขาหิมะมังกรหยก โดยกระเช้า ขึ้นไปถึงเดินอีก3กม.เพิ่งไปยัง ทุ่งราบหวินซานผิง จะมีชาวเขาเค้ามาลากให้ใส่ชุดถ่ายรูปคนละ5หยวนก็ถ่ายไปชุดนึง แต่ดั๊นไม่ได้ต่อ(ลืม)(5หยวนก็เอา) แต่ทุ่งราบสีเขียว ตอนที่ไปนี้กลายเป็นสีน้ำตาลซะนี่ ลงมาถ่ายรูปกะแม่น้ำทรายขาว แล้วก็ไปสวนอะไรซะที่ในอุทยานนั้นน่ะแหละ แล้วบึ่งมุ่งหน้าไป ลี่เจียง
ช๊อบปปิ้งในเมืองเก่าลี่เจียงจนเย็นก็กลับที่พัก
16 Apr 07
ตื่นเข้า นั่งรถ 5 ชั่วโมง ไปถึงแวะกินข้าว และ Shopping!!! ตอนบ่ายๆ ล่องเรือใน ทะเลสาบเอ๋อไห่ มีภูเขาล้อมรอบ นั่งกัน2ห้อง VIP ร้องคาราโอเกะ ดูวิว คุยกัน แซวกันมันหยด ดูโชว์ชิมชา 3 สี (ไม่อร่อย) ไปแวะดูร้านหินอ่อน กะแวะถ่ายรูปกะ เจดีย์สามองค์ แวะเข้าเมือง ต้าลี่ เดินเมืองเก่าช้อปปิ้ง
17 Apr 07
ไปแวะดูโชว์ที่โรงถ่ายหนัง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ได้ดูไปสองสามชุด ก็ต้องรีบนั่งรถบึ่งไป คุณหมิง แวะ วัดหยวนทง ที่มีพระพุทธชินราชจำลองจากไทย และวัดสวนตำหนักทองอู๋ซานกุ้ย แวะกินข้าวเย็นชมโชว์ยุนนาน กินบะหมี่ข้ามสะพานกะหมูแฮมยูนนาน แล้วก็แวะชิมชา ซื้อกันแค่2คน ทุกคนใจแข็ง เวลาไม่พอแล้วเลยแวะ Walmart ชอปปิ้งขนมกันก่อนไปสนามบิน กลับถึงเมืองไทยตี1กว่าๆ พกสิวกลับมาด้วย 2 เม็ด แง๊....
**** พบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ********
April 04 Shanghai Dangerousอิอิ ไม่ได้เข้ามาอ่านซะนาน ชีวิต พวกท่านหลานเธอ ก้ยังเป็นแบบเดิมๆ คุณนายสหภาพยุโรป (อียู) ก็ยังคงมีความสุขกะตัวเองได้เรื่อยไป ทั้งทำขนม ร้องเกะ
พิสูจน์ได้ว่า ชีวิตที่ไร้สามี ก้สามารถยืนหยัดได้แบบไร้ทุกข์ (แต่มีมั่งเหอะ อยากรู้ว่า คนอย่างแก มีความรัก ติ๊ดชึ่งๆ แล้ว มันจะเป็นยังไง) ส่วนอีแนน ก้มีเรื่องราว ความรักล้อมรอบ ไม่ว่าจะเป็นของตัวเอง หรือของเพื่อนฝูง แต่ดูเหมือนจะเป็นความรักที่มีแต่ความทุกข์นะ อิอิ จะว่าไป กูก้ห่างหายไปนานแล้วเหมือนกันนะเนียะ ไอ้รักๆ ใคร่ๆ เนียะ ช่างมัน อย่างน้อยก้เคยมีผ่านมาบ้างล่ะว้า อิอิ เข้าสู่เรื่องราว business trip in Shanghai and Dalain (ต้าเหลียน) ของเรากันบ้างดีก่า เหอๆ เดินมาราธอน กันสุดโหด คาดว่า ปีหน้า จะส่งตัวเองเข้า
แข่งขัน ได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว แม่ง มันจะเดินกันไปจนถึงสวรรค์กันเลยรึไง วันแรก 28/03/2007
ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ ตอน 1.45 ก่อนออกเดินทาง อีเบส แดก Burger King ในแอร์พอร์ต ไปแน่นขนัด ระหว่างนั่งกิน ก้มีสองนายแบบหนุ่มรูปงาม มา
ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าตรงหน้า เปรียบประหนึ่งกินไป นั่งดู male strip ไป ฮ่าๆๆ เริ่ด ขึ้นเครื่อง นอน ถูกปลุกมากิน ไม่หร่อยเลย กิน แล้วนอน อ่า ถึงละ บินเร็วเชียะ 3 ชม. ครึ่ง ผ่านด่านๆๆๆ ขึ้นแทกซี่ ถึง รร. อืม รร. โอเค สวยใช้ได้ ไม่ขี้เหร่ นอนต่ออีกหน่อย เที่ยงค่อยเริ่มทำงาน เอาละ 12.00 ออกเดินทางหากิน แดกไหนดีวะกู เดินตามถนน วนกันไป โอ้โห กูเดินบนถนน นึกว่า นั่งฟังออเคสตราวงใหญ่ ที่บรรเลง ด้วย เสียงแตรรถ โดยมีคนเดินถนน กับรถคันอื่นๆ เป็น conductor ใครมาขวางทางกู กูบีบบบ ไฟแดงแล้ว ไม่ไป กูบีบ (ห้ามช้าเกิน 0.23 วินาที) มันบีบกันไปเป็นทอดๆๆ บีบกันจนถึง นรกและสวรรค์ เสียงประสานกันไพเราะเสนาะหูจิงๆ (อีควายยยย) อ่ะ รอดตายมาได้ กับจราจรอันหฤหรรส์ (อุบาทว์ที่สุด เท่าที่กูเคยเจอ) เจอร้านอาหาร อยู่ย่านนึง เลือกๆๆๆ อ่ะ ได้มาร้านนึง โอ้ยยยยยยยย เมืองอะไรเนียะ ช่วยพูดอังกิตกันบ้างเหอะ ชีวิตอ่ะ แม่ง สื่อสารไม่ได้เลย ก้เลย เลือกสั่งด้วยภาษาใบ้ แบบง่ายที่สุด หมู ไก่ ข้าว นั่งลุ้น กูจะได้อะไรแดก แล้วมันก้มา ข้าวเยอะๆ ไว้ถมที่ กับ เศษกระดูกไก่ ที่กูให้หมากินแถวบ้าน (มันเอาเนื้อไปให้ฮ่องเต้แดกกันหมดรึไง) และเนื้อหมูสามชั้น ที่มีมันไป 90% ยัง ยังไม่พอ ทั้งไก่และหมู ไม่ทราบว่ามันผัด หรือ ว่าเป็นต้มน้ำมัน อีห่า อะไรมันจะมันบ้าบอขนาดนั้น แดกที คลอเรสเตอรอลกูขึ้นทะลุ ตายคาที่ไปเลย สรุป แดกน้ำซุปฟรีที่มันให้มา กะข้าว เป็นต้มจืดไป สาดดดดด รอดตายมาหนึ่งมื้อ อ่ะ เดินทางด้วย subway ไปยังงานแฟร์ ไปถึงสเตชัน ใน map บอกว่า exhibiotn hall ห่างจาก station 600m. เอ่อออ เดินไปสิ สาดดดดด มัน หกร้อยเมตร หรือหกร้อยกิโล วะ แล้วก้อย่างที่รู้ เดินไป ก้ฟัง เสียงแตรบรรเลง ไป ยัง การผจญภัยบนท้องถนน ยัง ยังไม่หมด ข้ามถนนที เหมือนกูเดินบนเส้นด้าย เส้นเดียว แล้วมีอีแร้งหัวเกรียน บินโฉบไปมา ไฟคนเดิน มันเขียวให้กูเดิน อ่ะ กูก้เดินสิ เดินไป อ่าวอีห่า อีรถเลี้ยวขวามันมาจากไหนวะ มาถึง มาบีบแตรใส่ เจ๊ททททททท กระโดดหลบแทบไม่ทัน มันมาไงวะเนียะ เดินไปซักพัก ข้ามอีกแยกกก สาดดดดดดดดดดด กูก้เดินตอนมันให้กูเดิน อีรถนั่น มันเสือกฝ่าไฟแดงมา มิใช่ฝ่าคันเดียว มันฝ่ามาเป็นฝูง เอ่ออออ นี่กูอยู่ชาติที่เจริญแล้ว หรือเมืองเถื่อนวะเนียะ โอ้ววว ชีวิตกูจะอยู่รอดมั้ยยยย ถึงจนได้ งานแฟร์ ป้ายชี้บอกให้ไป register ทางซ้าย กูก้เดินสิ เดินไป ไหนวะ registration desk ถามใครก้ตอบไม่ได้ เจริญ อังกิตอ่ะ ช่วยบรรจุลงไปในหลักสูตรบ้างเถอะ สรุป เห็นไอ้พวกคนจีนมันชี้ๆ กัน อ่อ ไปทางนั้น (มันคุยกันเอง กูแอบเห็น) อ่าว สาดด เดินกลับทางเก่า แล้วป้ายน่ะ จะชี้มาเบื๊อกอะไรทางนี้ ฮ่วย! ก้เจอจนได้ ก้รีจิสต์ไป เดินเข้างาน โอ้ย ก่าจะได้เข้า เหนื่อยชิบ แล้วก้เดินๆๆๆ เดินกันรองเท้าทะลุ เดินมันเข้าไป เดินกันหมดเวลา สาดดดดดดดดดดดดด อ่ะ ขากลับ เริ่มฉลาด อ๊ะ เค้ามีรถรับส่ง between subway station and fair แต่เหี้ย นั่นมันคนหรือหนอน โอ้ย ออกมาตอนงานเลิก นี่มันยุ่งไปโม้ดดดดดด แทกซี่ล่ะ โอ้โหหห ช่วยต่อกันให้ยาวกว่ากำแพงเมืองจีนมากก่านี้หน่อยเถอะ เดินก้ได้วะ เดินอีกแล้วคับท่าน เดินบนท้องถนน ท้องถนนที่มุ่งหน้าไปสู่นรก! สาดดดดดดดด เลวร้ายก่าเก่า อีกมึง คิดสภาพงานแฟร์เลิก มันแย่งกันขับรถกันจ้าละหวั่น มันปี๊นนนนกระหน่ำ มันไม่สนคนเดินถนน รถเล็กรถน้อยรถใหญ่ มันแย่งกันขึ้นหน้า มันควันฟุ้ง มันควันพิษ มันโรคจิต มันปี๊นกันเป็นทางช้างเผือก จากหนึ่งไปสอง จากสองไปสี่ มัน.......โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย SHANGHAI....สุดท้ายก้เดินมาถึงสถานี ยัง มันยังไม่จบแค่นี้ วีรกรรมการเร่งรีบของไอ้พวกคน shanghai ตอนกดตั๋วรถไฟฟ้า แม่งเอ้ย ไอ้เรากดเสร็จ ก้กำลังหยิบเงินทอน สาดดดด ไอ้คนต่อด้านหลัง มันเอื้อมมือข้ามหัวกู ไปหยอดเหรียญ เริ่ดจิง มันจะรีบไปตายที่ไหนวะนั่น ทำตัวเป็นสัตว์ตัวผู้เห็นรูตัวเมียไปได้ สาดดดดดดดดด เอาเหอะ มองหน้ามันทีนึง แล้วสะบัดบ๊อบ ด่าไอ้ควายยยยในใจ สุดท้ายก้ได้กลับ รร ก้เดินอีกอ่ะ จากสถานี เข้า รร เข้าไป แล้วออกมาหาไรกิน นั่งแทกซี่ละ เฮ้อ ไปเห็นแสงสียามค่ำคืน แต่ยังไม่เข้า CBD นะ ไปอีกย่านนึง ก้โออ่ะ กินร้านยุ่นปี่ มีรูปให้ชี้ กินๆๆ แล้วก้เดินเล่น แต่พี่ๆ เค้าไม่เข้าห้างใหญ่ ไม่เอาของแบรนด์เนมอ่ะ ไอเบส ก้เลยอดไปด้วยเลย ก้เลยกลับ รร ละ นอนดีก่าาาา วันแรก กูเมื่อยมากกก และทรหดสุดๆๆๆ ประทับใจมากมาย กับการผจญภัยบนท้องถนน เริ่ดจิง...เซี่ยงไฮ้ วันที่สอง 29/03/2007
ตื่นเช้ามา กินอาหาร รร. งั้นๆ อ่ะ แล้วก้เดินทางไปงานแฟร์ต่อ (งานบ้าอะไร ใหญ่ชิบหาย) ก้เดินอีกแล้ว เริ่มชินชากับท้องถนน เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตามตา
ถึงสถานี ต่อรถไปงานแฟร์ อิอิ มันมี shuttle bus รู้มาจากเมื่อวาน กะว่า วันนี้สบายละ นั่งรถ ไม่ต้องเดิน เอ่อ ไอ้ได้นั่งรถอ่ะ สบายจิง แต่อีตอนขึ้นรถนี่สิ โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เซี่ยงไฮ้จ๊ะ รู้จักมั้ยจ๊ะ คำว่า "เข้าคิว" อ่ะ มรรยาทของสังคมชั้นสูง หรือสังคมคนที่เจริญแล้วอ่ะ มันเป็นยังไง หรือยังชินกับ สันดานดิบที่ไม่โตไปตามสภาพเมือง โอ้ยยยยยย มึง โรคจิตมากมากกกกกกกกก ไม่เคยเจอการเบียดเสียดเพื่อขึ้นรถเมล์ ได้บ้าบอขนาดนี้มาก่อนนนนนนนนนนน มันเบียดไม่สนใจ เด็ก ผู้หญิง มันบ้า มันป่าเถื่อน มัน.......โอ้ย อย่าให้ด่าเลย มันเบียดจนต้องบันทึกวีดีโอเอาไว้ แล้วพวกกูก้นั่งมองพวกมันเบียด แล้วก้หัวเราะ กับการแก่งแย่งกันของชนชั้นอย่างพวกมัน (พวกกูไม่ได้สูงส่งอะไรนักหนาหรอก เพียงแต่ สันดานอย่างนั้น ชนชั้นอย่างเรา ไม่ทำกัน) ก้เลย นั่งดูไป หัวเราะไป ขำดี แต่สุดท้าย ก้ต้องแย่งกะแม่งอ่ะ จนได้ขึ้น เฮ้อ ลดตัวจิงๆ เลย ก้ถึง ก้เดินงาน เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เดินๆ เถิดรา นิสิตมหาจุฬาลงกรณ์ เดินมันเข้าไป เดินอีกแล้ว เดินๆๆๆ เย็น ขอออกก่อนงานเลิกละกันนะ คราวนี้ จะได้ไม่ต้องเผชิญกะฝูงมหาชน ออกมา ไปหารถ โอ้วว amazing เซี่ยงไฮ้ รู้จักคำว่า เข้าคิวแล้ว (คือ มันมี staff คุมน่ะฮ่ะ ฮ่าๆๆๆ) ก้เลยสบายไป วันนี้ กลับ รร. มาเร็ว เลยเข้าเมืองต่อ ไป nanjing road shopping street ก้ดี มีสีสันดี เริ่ดอยู่ ชอปปิ้ง ถูกดี ฮ่าๆๆ แต่ซื้อของยากชิบหาย ก้มันพูดอังกิตไม่ได้อ่ะ กูก้ไม่รู้จีน หาไรกิน ก้โอ้ยยยยย เอาอีกแล้ว เสี่ยงดวงอีกแล้ว ชี้เป็ด ได้เป็ดดับจิต แม่งเย็นยังกะตุ๋นไว้ชาติที่แล้ว dumpling ก้โอ้ยยยยยยย อร่อยชิบหายเลย น้ำซุบ กระดูกไก่ อีกแล้ว (อิจฉา ฮ่องเต้ จิง แดกเนื้ออยู่คนเดียว) กินเส็ด เดินต่อ อีห่า นึกว่าอยู่สีลม มีคนเดินเข้ามา ผู้หญิงมั้ย นวดมั้ย บาร์เกย์มั้ย สาดดดดดดดดดดดดดดดด ถ้ากูไปคนเดียว หึหึ ไม่ปติเสดหรอก ก๊ากๆๆๆๆๆ สรุปไม่ได้ไป เส็ด กลับ รร เดินๆๆๆๆๆๆ นอนแล้วเว้ย บายยย เหนื่อยชิบ กระดูกขาแทบแตก.... วันที่สาม 30/03/2007
เหมือนเดิม กินข้าว รร. ไปงานแฟร์ วันนี้ไม่ต้องเบียดขึ้นรถ มี staff คุมแถว เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อิอิ วันนี้เลิกเร็ว
กลับ รร. เข้าเมือง(แวะกินน้ำเต้าหู้ อาหร่อยว่ะ อิอิ) วันนี้ไป People's square ก้โออ่ะ แต่ไม่มีของถูกใจ จะเดินห้างแบรนด์หน่อย พี่เค้าก้ไม่เดิน เซ็ง กลับ รร. นอน พรุ่งนี้ เดินทางไปต้าเหลียนละ ต้องตื่นเช้ามากกกกกกกกกก อ่อ ต้องบอกซะหน่อย ว่า อีเบสไปที่ไหน ไฉนเลย จะไม่มีใครมอง ฮ่าๆๆๆ ทั้งชายทั้งหญิง โอเคอ่ะ เมืองนี้ ไม่ทำกูเสียเซลฟ์ บายๆๆ เจอกันที่ต้าเหลียน วันที่สี่ 31/03/2007
ตื่นเช้า กินข้าว ไปหนามบิน เดินทางไปต้าเหลียน ถึงต้าเหลียน ฮ่าๆๆ โดนหลอกค่าแทกซี่ไป รร. ฮ่าๆๆๆ ช่างมัน เข้า รร. ไปงานแฟร์ เดินๆๆๆๆ ต้าเหลียนก้ยังปี๊นนนน
บีบแตรเหมือนเดิม อังกิตพูดได้น้อยก่าเซี่ยงไฮ้ อีก อ่อๆๆๆ ก่อนไปงานแฟร์ เห็นตลาด โอ้ย แบบนี้สิ เมืองจีน เริ่ดๆๆๆๆ (หนาวมากนะ) ซาลาเปา อาหร่อย ของขาย ตามข้างทาง เยอะ เริ่ด ชอบๆๆ ได้บรรยากาศ ตัดผมข้างถนน วงไพ่ข้างถนน เริ่ด ว้าย เริ่ดดดด บรรยากาศเก่าๆ ของชาวจีน เดินไปกินไป เริ่ดๆๆๆ เริ่ดก่าเซี่ยงไฮ้อีก แล้วไปงานแฟร์ เดินๆๆๆๆๆ เห็นร้านหยก แวะกันยาวนานก่าเดินแฟร์อีก ฮ่าๆๆๆ ซื้อกระหน่ำ พวกพี่ๆ กูนั่นแหละ เดินๆๆ เอ๋า เดินจบแล้ว วันแรก พรุ่งนี้เดินไรล่ะเนียะ ก๊ากๆๆๆๆ กลับ รร นอน ไม่ได้ไปไหน ที่ต้าเหลียน เพราะอยู่ไกลเมือง เดินทางลำบาก ไม่มีใครพูดอังกิต ฮ่าๆๆๆ ตอนแดกข้าว ก้สั่งชี้ๆ มั่วๆ ขำดี หนุกดี ลุ้นดี ว่า กูจะได้ไรแดก อ่าๆๆ ขำๆ เว้ย วันที่ห้า 01/04/2007
ตื่นเช้า กินข้าว รร. เริ่ดก่าที่เซี่ยงไฮ้อีก ไปงานแฟร์ เหลืออีกฮออล์ อ่าวฮอล์นี้ไม่เกี่ยว ว่างว่ะ ทำไรดี เดินตลาดดีก่า จากนั้น ไปห้างแถว รร ดีนะ มีห้าง โอ้ยห้างนี้แหละ ชอปกันเข้าไป เพราะมีเวลาเหลือ ซื้อแล้ว ซื้ออีก เจอร้านที่ซื้อประจำที่ออสด้วย ร้านอาหารของจีนที่ขายในออส ก้มี ก้เลยกิน เออ สะใจ ชอปมันส์ดี กลับ รร. สรุปงานทั้งหมด นอน วันที่หก 02/04/2007
กลับแล้ว ไปหนามบิน ต้าเหลียน -- เซี่ยงไฮ้ -- กทม ไม่มีไรเกิดขึ้นมากมาย อิอิ สรุป ไม่ประทับใจเซี่ยงไฮ้เท่าที่ควรหรอกนะ ภาษา อาหาร มรรยาท คน จราจร เฮ้อๆๆๆ คือกูไปแบบนี้ มันได้อารมณ์แบบนี้อ่ะ ใครไปแบบอื่น คงได้อีกอารมณ์นึง เพราะฉะนั้น มันต่างอารมณ์กันนะจ๊ะ ต้าเหลียนก้ไม่มีไรมากมาย จบเว้ย ทริปนี้ งานไม่ทำ นั่งอัพบลอก แล้วเจอกันใหม่ ทริปหน้า บับบาย
(ถ้าอ่านแล้วงง ว่าใครเขียนวะ ก้ ไอ้เบสเอง นะค้าบบบบ จุ๊บจุ๊บ)
|
|
|