GFGF's profileGreatFoodGoodFriendsPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 28

    ศักดิ์ศรี...ใช้ไม่ได้กับคำว่ารัก

    คำว่า "ศักดิ์ศรี" ใช้ไม่ได้กับความรัก
     
    ฉันเคยทะเลาะกับเพื่อน แล้วงอนกันเป็นอาทิตย์ๆ ไม่มีใคร "ง้อ" ใคร
    เพราะคำว่า "ศักดิ์ศรี" มันค้ำคออยู่
    ช่วงเวลานั้น ไม่มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นเลย
    มีแต่ความไม่สบายใจ ที่คอยรบกวนใจอยู่ตลอดเวลา
    กว่าจะคืนดีกันได้ ก็วุ่นวายอยู่ตั้งหลายวัน
     
    คนเรา มักชอบทำอะไร "ตรงข้าม" กับหัวใจ
    ลองได้โกรธกันแล้ว คนหนึ่งถามว่า "เป็นอะไรไป"
    อีกคนก็มักจะตอบว่า "เปล่า" ออกมาเป็นคำแรกๆเสมอ
     
    ความรักดีๆ ก็เหมือนบทหนังดีๆ สักเรื่อง
    ผู้กำกับบางคนสร้างหนังเลวจากบทที่ดีได้
    ความรักก็เหมือนกัน คนบางคนก็สร้างความสัมพันธ์แย่ๆ
    จากพื้นฐานความรู้สึกดีๆได้ โดยเฉพาะการเอา "ศักดิ์ศรี" บ้าๆบอๆ
    มาตัดต่อความรักให้มันดูว่นวาย ไม่เข้าใจ
    และไม่มีทางรู้เลยว่า อีกคนต้องการอะไร
    หากมีนักวิจารณ์มาพูดถึงเรื่องราวความรักของเรา
    หนีไม่พ้นว่าคงได้ตำแหน่ง เรื่องรักยอดแย่ของวงการก็เป็นได้
     
    ถ้าการได้มาซึ่งบางอย่าง จะต้องแลกมาด้วยบางอย่าง
    เราก็ต้องเข้าใจว่า "ความรัก" บางทีมันก็แลกมาด้วย "ศักดิ์ศรี"
    ที่ต้องตัดใจโยนทิ้งไปเหมือนกัน
     
    หากรู้ตัวว่ายัง "รัก" กันอยู่
    ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะรักษาคนคนนี้เอาไว้
    อย่าทำ "คนที่เรารักหล่นหายไปจากชีวิต"
    เพียงเพื่อไปยึดติดกับความเชื่อส่วนตัว ที่ไม่ได้ทำให้ความรักดีขึ้น
     
    เพราะสุดท้าย เราก็ต้องเลือกเอาว่า
    อยากจะอยู่กับ "ศั ก ดิ์ ศ รี"
    หรือจะอยู่กับ "ค น ที่ เ ร า รั ก"
     
    PS. ขอบคุณน้องเจแปน ที่ส่งบทความน่าคิดมาให้อ่านนะคะ  
     
     
     
     
     
     
    February 22

    U-SMILE ตอน ฝันบ้า...คาราโกะ

     ฝันบ้า...คาราโอเกะ  
     
          จบลงอย่างสวยงาม  สำหรับการประกวดร้องเพลง KPN Awards เอ้ย...ไม่ใช่ สำหรับ โชว์ ดรีมเกิร์ล...อิอิ ไม่ใช่อีกนั่นแหละ มันคือ GFGF Thunder Activities Vol. เท่าไหร่ไม่รู้ เวลประมาณบ่าย 3 โมง ของวันพฤหัสฯ ที่ 22 ก.พ. วาเลนส่งสัญญาณเล็กๆ ว่าแอบว่าง มาสะกิดต่อมเอ็นโดรฟิน ของคุณมิแรนด้า คุยไปคุยมา แนนซี่ รวบรวม พลพรรครักเอย ไปคาราโอเกะ ที่ร้าน ยู-สไมล์ โดยมีเลขา น้องใหม่ น้องป๊อบ สมาชิกดรีมทีม ของ Unity 2000 เป็นคนจองร้าน เนื่องจาก อุณหภูมิที่ office วันนี้ ทะลักจุดเดือด ดรีมทีม ทำพี่เล็ก ขาดทุนเกือบแสน (ไม่..ไม่ ชั้นไม่ผิด เพราะชั้นสวย) พี่เล็ก ไม่ปลื้ม จบ เราเลยขอมาแหกปาก ปลดปล่อยอารมณ์กันหน่อย ที่ร้าน U-SMILE สยาม โปรโมชั่น ร้อง 1 แถม 1 สมาชิกประกอบด้วย แนนซี่ อรนี่ ป๊อบปี้ วาเลน และ มีเบสมาแจมเล็กน้อย ไปกันแค่ 4 คนเท่านั้น สาวเจ้า เลือกห้อง ไซด์ XL ให้สมฐานะ พร้อมกับ ไมค์ลอย ทั้งหมด 4 ตัว ถูกใจเราเป็นอันมาก ทันใค เราก็เริ่มเปิดคอนเสิร์ต แดนซ์กระจาย ด้วยโชว์สุดหรูเลิศ อลังการ นำโดย น้องป๊อบ อดีต แดนเซอร์พี่เบิร์ด ไม่ว่าจะเป็น Zoom  ของทาทา Show Girl แฟนจ๋า โฟร์โมส ไทเทเนี่ยม ขุดกันขึ้นมาโชว์ ให้เต็มที่ สลับกับการร้องเพลงประกวด โชว์ลูกคอโหยหวน อย่าง เรื่องบนเตียง ไม่ต้องรู้ว่าเราคบกันแบบไหน คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ลืมไม่เป็น ขุดโคตรเหง้าศักราชไปถึงเพลง ไม่มีใคร (นันทิดา) แน่นอน สาวอินเตอร์ อย่างพวกเรา ย่อมต้องมีโชว์ Power เพลงฝรั่งอยู่แล้ว เริ่มด้วย Crazy in Love  ของ Beyonce เพลงโปรดคุณมิแรนด้าอย่าง If I ain't got you นอกจากนั้น วิทนี่ ปะทะ เจ๊มาราย ในเพลง When You Believe แถมด้วยเพลงแดน์ ของหนุ่มกิมจิร่างบึ๊ก RAIN    
     
               ดูเหมือนไฮไลต์ ของงาน จะอยู่ที่ 3 เพลง ที่ทั้งโชว์ ทั้งพลังเสียง สาวๆ ดรีมเกิร์ลยังอาย ได้แก่ รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ที่โชว์พาวกันสุดริด โปรดัคชั่นสุดยอด ไม่ว่าจะเป็นร้องนำ คอรัส แถมยังมีท่อนภาษาอังกฤษ ไม่มีใครยอมใครจริงๆ
               กลับมาหาเพื่อน ดูเหมือน เพลงนี้ จะใช้ได้ผลทุกครั้ง ที่มีคนอกหัก  เป็นเพลงสำหรับ เพื่อนรัก (ไม่หักเหลี่ยมโหด) โดยมีแนนซี่ร้องเพลง เป็น "ใหม่" (ชีวิตจริง ควรจะไปร้องท่อน แอม มากกว่า) น้องป๊อบ และ อรนี่ ดูโอร่วมกันเป็นแอม และสุดท้าย วาเลน ร้องเพลงเป็น มาช่า เธอลงทุน ถึงขนาด ถือ ไมค์เดินออกไปนอกห้อง แล้วเดินร้องเปิดประตูเข้าห้องมา  ส่วนชั้นมีคนมากมาย ที่รักและคอยห่วงใย.... มุขนี้ ทำเอาทุกคนทึ่งไปเรย she ทำได้
               สุดท้าย เราปิดตัวด้วยเพลง "ชั้นไม่ใช่นางเอก" (เออ ใช่ซิ ชั้นมันเลว อิอิ คุ้นๆมะ) โอ๊ะ โห แต่ละตัว ใส่กันเต็มที่สุดริด ตั๊กลีลา ก็เหอะ มาเห็นแล้วชิดซ้าย น้องป๊อบ เปิดม่าน ร้องเพลง อวดความสวย แก่เด็กหยาม ร้องเพลงนี้แล้ว คิดถึงตาลชะมัด
     
               วันหลังเอาใหม่นะ รอวันเพื่อนๆ กลับมาร้องเพลงด้วยกัน ไปเกะกะใคร ก้อไม่มันเท่าไปเกะกะ GFGF พยายาม พิสูจน์ มาหลายเวทีละ รออยู่น้า ดรีมทีม Sugar เบสซี่ แนนซี่ วาเลน ยูจัง พี่โต้ง กอล์ฟฟี่ รติ และสมาชิกอื่นๆ อีกมากมาย หวังว่าจะมีวันนั้นอีกที จุ๊บๆ เจอกันใหม่ ทริปหน้า  พัทยา วาไรตี้   เดี๋ยวจะมาแถลงข่าว เร็วๆ นี้นะจ๊ะ ไปล่ะ จุ๊บ จุ๊บ  
                
     
     ไปเถอะไป จงไป ไปซะ ไปให้ไกลไกล เจอกับฉันที่ใด ไม่ต้องมาทัก
    ฉันจะพักเรื่องรัก เรื่องรก เรื่องราวในใจ ไปเถอะไปให้ไกล เท่าใดยิ่งดี
    ไปเถอะไป จงไป ไปซะ ไปให้ไกลๆ เจอกะชั้น ในเอ็ม ไม่ต้องมาทัก
    ฉันจะ busy - out of lunch - away from you
    block, also delete then Be Right Back (กลับมารักกัน)
      
    February 19

    HAPPY CHINESE NEW YEAR !

    !! Happy Chinese New Year!!
    Happy the golden pig Year
     
    Gong Xi Fa Cai
     
    Sin Jai Yu Ei  Sin Ni Huad Chai...
     
    All the best and all the great to all GFGF readers
    February 14

    Shanghai&Hangzhou: Limited Edition of Love (Chapter 3)

    ****กลับไปอ่าน Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Introduction & Chapter 1-2) ก่อนนะคะ******
     
    Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Chapter 3) by Khun Valen
     
     วันที่3ของทริปแล้ว..
     
    นอนไปนิดเดียวเองแต่สู้ตาย 10.30 ไปเดินตลาดสด และแวะเยี่ยมชม มหาลัย เจียวทง  ณ ตอนนี้ คุณวาเลนเริ่มขาแพลงขึ้นมา เดินเริ่มเป๋ แต่สู้ต่อไป จะหาซื้อรองเท้าใหม่ให้มันเดินสบายหน่อยดีกว่า ก็หาไปเรือ่ยๆ แล้วก็ตุเรงไปกินฟู้ดคอร์ทที่ Mei Luo Cheng (เหม่ย หลัว เฉิง) อาหารหลากหลายตามใจเลือก ได้ฝึกการแย่งชิงเก้าอี้กะคนจีน อย่างเมามัน ขนาดเอาขาเกี่ยวไว้ยังเจอกระชากไปเฉย
     
    จากนั้นก็ไปแวะ Shanghai Urban Planing Musuem ส่วนอาโก พี่นุก เจ เคยไปแล้วก็เลยแยกกันไป Contemporary Musuem แทน จบปั๊บมาเจอกัน เดินใต้อาคาร ขายของเหมือนมาบุญครองเมืองไทย หารองเท้า แต่ไม่ได้ ก็ลองขึ้นรถเมล์ (2RMB) ไปสวน Yi Yuan แต่ใกล้ปิดแล้ว เลยเดินชอปปิ้ง ย่านเหมือนสำเพ็งเมืองไทย ก็ยังหารองเท้าไม่ได้อีก แต่พอได้ของ แล้วก็แวะซื้อของฝาก เดินต่อ ขึ้นแท๊กซี่ไปลงย่าน Xin Tian Di เหมอืน J-Avenue เมืองไทย ผ่านถนนชอปปิ้งประดับไฟกิ๊บเก๋ตามต้นไม้ตลอดทาง แล้วซึ่งไปกินไก่ Chicken Hot Pot Chong Qing) อาหารเสฉวน คนเยอะมากกก แต่ร้านเล็ก ตอ่คิวนานมาก เลยกินเสี่ยวหลงเปาทอดไปพลางๆ อิ่มแล้วเดินกะเผลกได้รองเท้าหนึ่งคู่
     
    นั่ง Taxi มุ่งหน้าไป The Bund (Waitan)แทกซี่คัน Jay ดันไปทะเลาะกะคนเดินถนน เลยต้องรีบจ่ายเงินแล้วชิ่งลงแล้วเดินต่อเอา (อะไรจะโชคดีขนาดนี้เนี่ย) มาเจอกันที่ริมน้ำ ถ่ายรูปกะหอไข่มุก ติดไฟรูปหัวใจต้อนรับวันวาเลนไทน๋ หนาวมากๆๆๆ ริมน้ำด้วย (5องศา) แต่อุ่นใจ (อิอิ) เดินขาเป๋ๆผ่านถนน Nan Jing Lu' อีกประมาณ3กม.! (เพิ่งรู้ตอนหลังว่าไกลขนาดนั้น) เพือไปนวดเท้า นวดจนหลับไปเลย ถึงบ้าน ตี 1 กว่าแน่ะ ระหว่างนั่งรถกลับได้รับข่าวเสียงตามสายว่า ส้วมแตก!!! รู้ว่าใครทำแล้วก็ขำ เอาเหอะเราจะไม่ประจานกันเองบนนี้นะคะ
     
    วันที่4
    ติดต่อหาช่างมาซ่อมห้องน้ำกว่าจะเสร็จ (เมื่อคืนเลยอาบน้ำได้อย่างเดียว ห้ามปล่อยของเสียหนักๆ) ก็ลงไปกินข้าวเช้ากะเที่ยงใต้ตึก 11โมง กินอาหารอีสานบ้านเค้า (Dong Bei) อร่อยดีนะ มีขาหมู เสริฟพร้อมหลอด แปลกดี อาหารหลายอย่างแจกถุงมือพลาสติก สั่งมาเยอะเกินเลยต้องห่อกลับไปเก็บไว้ก่อนที่บ้าน แล้วก็ออกไปชอปปิ้งที่ Shi Pu' Lu' เหมือนมาบุญครองเมืองไทย แต่ไม่ยักจะได้ของ ส่วนคนอื่นหอบถุงดำยักษ์มากัน อาร์ตประสบความสำเร็จ ซื้อกางเกงในลอตใหม่ 20ตัวกลับบ้าน ก็สบายใจละ หลังจากนั้นไปเดินตลาดใหม่ใต้ Science Musuem ที่ฝั่งใหม่ เหมือนกะว่าตลาด Xiang Yang เค้าย้ายมาที่นี่ ได้กระเป๋ามาเพียบ นั่งรถผ่านตึก Jinmao ตึกที่เคยสูงที่สุดในโลก ก่อนในไต้หวันจะแซง แต่ตึกข้างๆกันกำลังสร้าง ก็เพือ่จะเอาชนะตึกในไต้หวันตอนนี้ให้ได้ .... หลังจากนั้นบึ่งไปกินกุ้ง Appertizer (Shouning Rd.) ตอนกินต้องใส่ผ้ากันเปื้อนกะถุงมือพลาสติกอีกแล้ว...คนจีนกินมูมมามจริงๆ  นัดเจอ Cathy อีกทีทีนี่ คนเซี่ยงไฮ้ยังไม่เคยมาเหมือนกัน เออเริ่ด ร้านเล็กมากๆๆๆๆ แถมมันสุดๆ เดินแล้วกลัววัดพื้น เค้าหอบของฝากมาให้หนักมากเลย หลังจากนั้นหอบตัวเองไปกินอาหารกวางตุ้งร้าน Xin Wang (ซินว่าง) ของหวานก็อร่อย ร่ำลา Cathy ที่หน้าร้านแล้วก็กลับบ้าน
     
    วันที่5 แล้วววจ้า
    ตื่นเช้ามาก็เดินไปซื้อหมูหวานแถว Xu Jia Hui Station แล้วไปเดินสวน Yi Yuan กะม๊า หญิง มาย ส่วนคนอื่นแยกกันจัดสัมภาระ ตอนเที่ยงแวะกินเสี่ยวหลงเปาเจ้าดังที่ด้านหน้าอี้หยวน คนต่อแถวยาวมากกกกกกกกกกกกกก Jerry กะเพือ่น ไปจองที่ให้ หลังจากนั้นไม่มีอะไรแล้วไปเดินเล่น IKEA ก่อนกลับบ้าน คุณเจหอบกระเป๋าไปฝากไว้ให้ก่อนที่แอร์พอร์ต กลับถึงบ้านเฮา ตี3ครึ่งแน่ะ...
     
    ปล. สรุปถึงซื้อรองเท้าใหม่ ก็เดินรองเท้าแตะกะถุงเท้าในวันที่ 4-5 คนจีนมองกันใหญ่ เทรนใหม่อิอิ
     
    สนุกดีเหมอืนกันนะ ขอขอบคุณทุกคนโดยเฉพาะเจ้าบ้านและไกด์กิติมศักดิ์ทั้งหลาย ที่คอยเทคแคร์พวกเราอย่างดี ทริปหน้าเจอกันใหม่จ้า....
     
    *********END**********
     
    HAPPY VALENTINE'S DAY to all readers!!!!
    February 13

    Shanghai& Hangzhou: Limited Edition of Love (Chapter2)

    ****กลับไปอ่าน Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Introduction & Chapter 1) ก่อนนะคะ******
     
    Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Chapter 2) by Khun Valen
     
    Sat 3 Feb
    ตื่นเช้านัดกันออก 8โมง ไปถนน หวู่ซัน (Wu Shan) กันต่อ ได้ของฝากมาเพียบ(หนักกระเป๋าขึ้นไปใหญ่) แล้วก็ไปนั่งกินอาหารท้องถิ่นกัน มันมีตรอกเล็กๆขายอาหารเหมือน Food Court แต่มีแต่อาหารท้องถิ่นราคาประหยัด ก็เลือกชิมกันไป ปาท่องโก๋กะน้ำเต้าหู้เมืองจีนก็อร่อยดีจัง เสร็จปั๊บ อ้ายหยา โอ้เอ้ๆไปๆมาๆ เกือบ 11.30 น. ได้เวลาจองข้าวเที่ยงที่ร้าน Wai Po Jia (Grandma's Restaurant) ซะแล้ว ก็เลยต้องจำใจตะลุยกินต่อไป (เป็น eating tour จิงๆเห็นมั๊ย) แต่ไปถึง ก็ไม่ผิดหวัง อาหารทุกอย่างสั่งไซส์เล็กแต่ก็เต็มโต๊ะ และยังอร่อยทุกอย่าง (แสดงว่าอร่อยจริงๆเพราะขนาดอิ่มยังอร่อย)
    หลังจากนั้นวางแผนกันว่าจะเดินผ่านถนนชอปปิ้งไปทะเลสาบ Xi Hu (West Lake) ปรากฎว่าแวะร้านกันเพลิน (Sale ตลอดทาง) จน คุณวาเลนกับมาม๊า หลงกะคณะ! แย่แหล่ว เห้อ ถ้าถึงเซี่ยงไฮ้ก่อนคงได้ซิมการ์ดมือถือมาซะอัน ชีวิตคงง่ายกว่านี้เยอะ แล้วถ้าหลงทางปกติก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่ต้องไปขึ้นรถไปกลับเซ๊ยงไฮ้ตอน 16.30 ตอนนั้นก็จะ บ่ายสามแล้ววว ยังไม่ได้เดินทอดน่องชม Lake อย่างที่ตั้งใจเลยย กว่าจะเดินไปถึง Lake ก็ต้องเดินไปแบบมั่วๆ ถามทางคนแถวนั้น เค้าก็ตอบแบบมั่วๆ พอไปถึงหวังว่าจะเจอฝูงเพือ่นเรา แต่มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น คนมันเยอะมากกกกกกกจิงๆ ทำไงดีล่ะ ต้องพยายามหาโทรศัพท์ๆ ดันมีแต่แบบการ์ดอีก ไม่มีหยอดเหรียญเลย ใจร้าย  เดินๆไปดูซิเผื่อเจอ เย้ มีคนยืนคุยโทรศัพท์อยู่พอดี เดี๋ยวขอใช้การ์ดเค้าแล้วจ่ายเงินให้ละกัน
     
    Khun Valen&Mom: รอไปประมาณสิบนาที สงสัยจะคุยกะแฟน หัวเราะคิกๆไม่วางซะทีวุ๊ย มาม๊าเคาะเหรียญเคาะแล้วเคาะอีก กดดัน(เค้าคงคิดในใจ ตู้อื่นก็ว่างทำไมไม่ไปฟะ)
    เอ๊ะ เด็กผู้ชายคนนั้นนั่งกดมือถืออยู่ข้างๆแฟน น่าจะช่วยได้ เราเดินเข้าไปคุย
    A couple of Stranger: คุณน้องหลบหน้าซ้าย หลบหน้าขวา ยังกะเราจะไปปล้นมือถือ ไม่คิดแม้จะลองฟังภาษาจีนเห่ยๆของเราแม้แต่น้อย ฮ่วย ไม่ได้ปล้นแกซะหน่อย อย่าทำท่ากลัวชั้นขนาดนั้นได้มะเนี่ย เลยมุ่งหน้า กลับไปเคาะเหรียญข้างๆคนที่ยืนโทรที่ตู้ก็ได้ฟะ
    Stranger: วางสายละ
    Khun Valen&Mom: อังกฤษ...??? ไมรู้เรื่อง งั้นจีนเบสิค...พร้อมภาษากาย การ์ดที่จดเบอร์โทร เอ่อ ใช้ได้พอรู้ละ กดไปหลายครั้งกว่าจะติด (เห้อ)
    Khun Valen on phone: เห้ อยู่ไหน ชั้นหลงทาง ทำไงดี
    J: งั้นเดิมริมเลคมาเรือ่ยๆนะ เดี๋ยวเจอกัน...
     
    เออก็เดินไปเรือ่ยๆจริงๆ ด้วยสปีดคุณควายยังไล่ไม่ทัน เดินเลาะไปริมทะเลสาบสวยมากๆๆๆๆๆ ทางเดินน่ารัก อากาศกำลังเหมอืนจะดี หนาวไปหน่อย แต่มีแดดอ่อนๆ เสียอย่างเดียว น่าจะได้เดินทอดน่องแทนเดินไล่พี่กระบือขนาดนั้น เดินไปเริ่มไกลก็ยังไม่เจอซะที เริ่มเอะใจ ต้องขอใครโทรใหม่ละ พี่ยามสาวคนนั้นละกัน! เริ่มฝึกบทสนทนาอีกรอบ
     
    Khun Valen: เอ่อ พี่คะ คือว่าหาเพื่อนไม่เจอ ขอใช้โทรศัพท์หน่อยได้มั๊ย
    พี่ยามสาวจีน: แล้วเธอไม่มีโทรศัพท์รึไง (เสียงคาดคั้น และหน้าตาโวยวาย)
    Khun Valen: (คิดในใจ--ถ้ามีจะขอยืมหรือฟะ) ก็พยายามทำตัวนักท่องเที่ยวหลงทางสุดฤทธิ์ จนเค้ากดเบอร์ที่เราส่งให้ เย่!!!
     
    นัดเจอกันที่ Starbuck รอกันอีกพักใหญ่ ก็รีบบึ่งแท๊กซี่ไปสถานีรถไฟ แบบเวลาพอดีๆ ก็ค่อยยังชั่ว ขากลับ เจอพ่อลูกคนสวิส ขึ้นรถไฟขบวนเดียวกันอีกเหมือนกัน เออ โลกมันกลมจรีงๆ ขนกระเป๋าเก็บที่พัก แล้วบึ่งไปยังร้านอาหารเซี่ยงไฮ้ที่ร้าน Buo Luo เป็นร้านที่ Local มากๆ นัดเพือ่นคนเซี่ยงไฮ้มาเจอที่นี่ พวกเค้าแปลกใจว่าคนไทยรู้จักกันได้ไงเนี่ย ยกความดีให้ไกด์เราจริงๆ พออิ่ม ก็กลับบ้านไปเตรียมตัวตะลุยท่องราตรี โอเอ้กันกว่าจะได้ออกก็เที่ยงคืน เริ่มไปตะลุยบาร์ Deep กันก่อน ค่าเข้า 100 RMB มีเดินแฟชั่นโชว์ แล้วก็ไปแวะ Window แต่วันนั้นคนที่ไปมาตรฐานไม่ผ่านเกณฑ์ พวกเราเลยตัดสินใจกลับไป Deep กันต่อ...ระหว่างย้ายบาร์ มีอาม่าหลายคนมาตามขอเงินจากพวกเรา พวกเราก็ได้แต่ตอบไปว่า...ไม่มีเงิน...ไม่มีแฟน...(อันหลังไม่ค่อยเกี่ยว แต่สนุกดี อิอิ) กลับบ้านตี 5กว่า... 
     
    ****************(โปรดติดตามตอนต่อไป)***********************
    February 08

    Shanghai & Hangzhou: Limited Edition of Love (Introduction&Chapter1)

    Khun Valen: Limited Edition of Love  in Shanghai & Hangzhou (Introduction & Chapter 1)
    (Pls choose the photo album on your right hand with the same title)
     
    แหม่ หอไข่มุกเค้ายังประดับไฟเป็นรูปหัวใจให้อินกับเทศกาล Valentine ซะน่ารัก ชื่อทริปนี้เลยแบบว่า ขอนิ๊ดนึงให้เข้าบรรยากาศเดือนกุมภาพันธุ์
     
    ไปเซี่ยงไฮ้... 
    สิ่งที่คาดว่าจะได้รับ
    1. ไปชิลๆ ถือโอกาสได้รวมทีมเพื่อนเก่า รวมแก๊งไปเที่ยวต่างแดนกัน Sounds Great!!!
     
    สิ่งที่ได้รับ
    1. ทัวร์กิน! นี่มัน eating tour ดีๆนี่เอง ขอย้ำ แม้กระทั่งคนเซี่ยงไฮ้ local ที่ไปjoin ทริปกันอีก2คน ยังไม่เคยไปกินที่ที่ พวกเราไปกันเลย ยกความดีให้เจ้าบ้าน คุณเจ ไปเสาะหามาแต่ละร้าน หามาได้ไงเนี่ย! ถูกใจคุณวาเลนเป็นอย่างมาก (สังเกตว่ารูปถ่ายจะมีแต่อาหารซะเป็นส่วนใหญ่)
    2. Amazing Race! Get Lost! มีครบทุกรสชาติ ได้ขุดภาษาจีน3เล่มที่เคยเรียนมาหลายปีก่อน มาใช้งาน เห้อ
     
    สิ่งที่เรียนรู้
    1. คนไทยนี่ช่างสุภาพและมีมารยาทกว่าคนจีนเยอะมากๆๆๆๆๆ ที่จีน เรียกแท๊กซี่ตัดหน้ากัน ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
    2. รถไฟจีนจะมีคนมายืนแถวต้อนรับ แต่ไม่ได้ช่วยอะไร แถมหน้าตาบอกบุญไม่ค่อยรับโดยส่วนใหญ่
    3. เซี่ยงไฮ้ มีคนหน้าตาดีน้อยมากๆ ทั้งชาย และ หญิง ไปอยู่โน่น เราคงรู้สึกดีมาก
     
    Friday 2nd February 2007
     เย็นวันพฤหัส ทำงานเสร็จก็รีบบึ่งกลับไปแพ็คของที่บ้านเลยเพราะไฟล์ออกตีสองครึ่ง แต่ยังไม่ได้จัดของ ไปคราวนี้บิน MU ตอนบินก็ดีหมด เสียอย่างเดียวเรื่องออกตั๋วผิดชื่อ และยืนรอ Check in นานมากกกกก หนึ่งชั่วโมงแถวไม่ขยับ! คนหน้าหัวแถวดันมีปัญหาอะไรไม่รู้ เลยชะงักกันหมด ทำเอาแอบหงุดหงิด ปัญหาจุ๊กจิ๊กๆเต็มไปหมด แต่สุดท้ายก็ไปถึงสนามบิน Pudong Airport @ Shanghai อย่างตรงเวลาเป๊ะ  แต่เราก็รอคณะสมทบ บินการบินไทยตามมา แต่เครื่อง Delayed! กรี๊ดเลยทีนี้ นั่งรถตู้ที่เช่ามารับแบบลุ้นระทึก เหลือเวลาอีก5นาที รถไฟไปหางโจวที่จองตั๋วไว้ จะออก เพิ่งได้ลงจากรถตู้ (ตอนแรกแพลนว่า จะไปเก็บกระเป๋าเดินทางที่บ้านเจก่อน แล้วแบกเสื้อผ้าไปชิลๆ1ชุด) แต่สรุปก็คือ หอบมันไปทั้งกระเป๋ายักษ์ ตุเรงๆๆ แทบขาดใจ ขึ้นรถไฟไปซะแป๊ะ ก็ออกทันที เห้อ ทันหวุดหวิด
     
    นั่งรถด่วนของเค้า 1.30 ชั่วโมง ถึงหางโจว ก็มีคนสวิสท่าทางมากะลูกชาย เข้ามาถามว่า เป็นคนไทยหรอครับ คุณวาเลนตอบไป ใช่ค่ะ อ๊ะรู้ด้วยว่านี่คือภาษาไทย เดินไปคุยไปลากกระเป๋าไป ไปๆมาๆ เค้าก็เลยช่วยลาก+ยกกระเป๋าลงบันไดเลยซะงั้น lol ดีแฮะ แล้วก็ขึ้นรถตู้ ต่อไปยังโรงแรมที่เพิ่งจองไว้  ทำเลดีเหมือนกัน ใกล้ถนนวัฒนธรรม ขายของกินจีนๆ ท้องถิ่นเยอะมากๆ สตอเบอรี่ฉาบน้ำตาล เนื้อแพะย่าง(คนย่างไปแด๊นไป) ขนมแป้งแข็งๆเกลียวๆ เต้าหู้เหม็น ปู(อะไรซะอย่างสีสวย) เยอะมาก! กินไปตามรายทาง เสร็จก็กลับมาเดินถนนวัฒนธรรม ถ่ายรูป เดินกลับที่พัก เตรียมตัวไปดูโชว์ ซ่งเฉิง (ราชวงศ์ซ่ง) ไปถึงมันก็จะเป็นเมืองจำลองจีนสมัยก่อน มีคนแต่งตัวเหมือนสมัยนั้นขายของ เดินๆ ก็ถ่ายรูปๆรอดูโชว์ ระหว่างรอก็เริ่มเย็นหนาวมากๆ แวะซื้อมันเผากินก็แล้น ก็ยังหิว เลยตัดสินใจกลับไปนั่งกินบะหมี่จับกัง ที่ร้านใกล้ๆในนั้น คนกินเยอะมาก ร้านอื่นไม่มีคนเลย น่าสงสาร บะหมี่เค้าทำโชว์หน้าร้าน คนเลยเข้าเยอะมั๊ง จิงๆแล้วบะหมี่เมืองจีนนี่ก็ไม่เห็นจะอร่อยเลย เส้นใหญ่ๆมีแต่แป้ง แล้วก็ใส่เนื้อแล่มาสองสามชิ้น สู้เมืองไทยไม่ได้เลย (เลยขอเรียกบะหมี่จับกัง)
     
    กินอิ่มก็เดินไปดูโชว์ ปรากฎว่า ตั๋วที่ซื้อมา 80 หยวน ไม่รวมโชว์!!! ทำไงดีๆ การแสดงก็เริ่มแล้ว เค้าบอกว่าให้รีบไปซื้อตั๋วใหม่ แต่ออฟฟิศก็ดันปิดไปแล้วซะอีก! แต่โชคยังดี มีหัวหน้าทัวร์จีนออกมาบอกว่า อืมม เค้ามีที่นั่งสำรองเผื่อไว้ สำหรับกรุ๊ปเค้า ขายต่อให้พวกเราก็ได้...(เห็นใจคนไทยตาดำๆ) เจเดินเข้าไปเซอรเวย์ อุ๊ยได้ที่ดีด้วย เลยโอเช ปรากฎว่าเป็นที่นั่ง VIP มากๆ ตรงกลางเป๊ะ และเป็นแถวเดียวที่มีโต๊ะวางแก้วพาดผ่านด้านหน้า ตอนโชว์ชุดรำชา...หางโจว มีชา5ถ้วย จากนางรำบนเวที ก็มาเสริฟตรงที่นั่งพวกเราด้วย WOW รู้สึกดีจัง จบโชว์หนาวมากๆ กลับที่พัก ไปแวะรับพี่ๆที่เหลือ ออกไปหาอะไรกินกัน ก็ไปเดินริม West Lake แวะกินชานมไข่มุก กะ Ma La Tang ร้านนี้อร่อยดี เหมือนสุกี้ให้เลือกสรร เครื่องตามฉบับจีน เสร็จแล้วก็กลับที่พัก