GFGF's profileGreatFoodGoodFriendsPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 25

    หัวหิน ตอน กลับไปก็ไม่รักเธอ...เหมือนเดิม

     หัวหิน ตอน กลับไปก็ไม่รักเธอ...เหมือนเดิม
     
         และแล้ว หัวหิน ก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง (เหมือนเคย) แต่ผิดคาด...อิ่มบุญอ่ะ สนุกมากๆ กับ หัวหิน ตอน กลับไปก็ไม่รักเธอ...เหมือนเดิม เชอะ เชอะ (สะบัดบ๊อบ 1 ที)ซึ่งถือฤกษ์ดี วันเกิดหลวงพ่อปรีชา อาทิตย์ที่ 28 มกราคม ไปทำบุญกัน ที่ วัดเขาอิติสุขโต แต่ ไม่ได้ๆๆๆ คนอื่นเค้าไปวันเกิดเฉยๆ แต่คณะเราต้องเริ่ดกว่าชาวบ้าน 1 step เราเลยยกผ้าป่าไปด้วยกองนึง เริ่ดมะ
         8 โมงเช้า นัดกันที่ รพ. เกษมราษฎร์ที่เดิม คณะทำบุญชุดเก่า นำทีมโดย พี่อู๋ พี่เม้ง พี่สอ พี่โอ๋ พี่เชษฐ์ แนนซี่ อรนี่ และสมาชิกใหม่ พี่ดำ ช่างตัดผมแนวหน้าของเมืองไทย ดีกรีแชมป์เอเชีย และ พี่อู๋ จาก ลอรีอัล ส่วนคณะที่ไปสมทบ ที่โน่นก็มี คณะพี่เปิ้ล การบินไทย, แป้ง-เปรม, พี่เล็กเจ้านาย แล้วก็ฝ้าย-ป๊อบ ระหว่างทางฟังเพลงไปเรื่อยๆ เนื้อหาเพลง แบบว่า นะ...เดินทางถึงหัวหิน ประมาณ 11 โมง กะจะเข้าไปกินข้าวที่วัด โอ้ย ไม่มีไรกิน ต้องออกมากินข้างนอก (อิอิ แนนซี่ แอบดีใจนะนั่น)เราก็เลยออกมากิน ก๋วยเตี๋ยว (หมู)อีกแล้น !!!กันข้างนอก  แม้จะไม่ใช่ร้านเด่นดังอะไร แต่ร้านสะอาด เช เช ผ่านๆๆ
         จากนั้น รีบเข้ามาวัด มีเต๊นท์ แจกเสื้อผ้า พี่เม้งบอก ไม่รู้ว่ามีแจก ไม่งั้นจะเอา ดีเซล ซาร่า อาร์มานี่ ที่ไม่ใส่แล้ว มาให้ซะหน่อย หะหะ จากนั้น ก็มอบกองผ้าป่าให้หลวงพ่อ น่ารักอ่ะ หลวงพ่อปรีชา รักๆๆ เคารพๆๆๆ ฝ้ายถึงกับเอ่ยปากชม ว่าเป็นหลวงพ่อที่จ๊าบ เหมาะกะแนนซี่มากๆ ยอดกองผ้าป่า ได้อยู่ที่ 108,999 บาท  ระหว่างถวาย หลวงพ่อให้ท่องอะไรซักอย่าง ประมาณว่า เกิดมา ไม่ได้มีอะไรติดตัวมาเลย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค ที่อยู่ เกิดมา ก้อต้องมาเอาของพ่อของแม่ทั้งนั้น เป็นหนี้เค้าเท่าไหร่แล้วไม่รู้ ยังไม่เคยได้ใช้คืนเค้าเลย เวลาทำอะไร ก็นึกถึงคนอื่นก่อนตลอด นึกถึงพ่อแม่ทีหลัง ขอให้ปัจจัยเหล่านี้ใช้คืนพ่อคืนแม่ เป็นบุญแทนละกัน...โอ้ย แค่นั้นแหละ น้ำตาไหลพราก จะว่าไป คราวที่แล้วมา ก็ท่องแบบนี้นะ แต่คราวนี้ ทำไมมันซึ้งมากมายขนาดนี้ รักพ่อรักแม่เยอะๆ ดีกว่าเนอะ ใครจะเป็นยังไงช่างมัน มันไม่ใช่พ่อ ใช่แม่เราซะหน่อย..แล้วหลวงพ่อก็ให้พร สาธุ เสร็จละ ทอดผ้าป่า เคลือนพลออกมา ป๊อบควักกล้อง  ออกมาถ่ายรูป แชะ แชะ หน้าวัด น่าเสียดาย นั่งอยู่ตั้งนาน ไม่ควักออกมาถ่ายพิธี เฮ้อ... เตรียมเคลื่อนพล จะไปกินเค้ก พี่ดำ ช่างผมของเรา ยิ้มพิมพ์ใจเชียว น่าร๊ากกก ป๊อบ-ฝ้าย บอกกลับก่อนนะ เราจึง ยึดกล้องมันมาเลย โดยมีพี่เชษฐื เป็นช่างภาพ ตัวตายตัวแทน
         ถึงแล้ววว บ้านใกล้วัง  อร่อยอ่ะ ชอบมากกก เค้กร้านนี้ แนนว่ามันอร่อยกว่า ร้านดังๆ ที่กรุงเทพฯซะอีก กินบรรยากาศ ก็คุ้มแล้ว ลมไม่แรง แสงแดดไม่ร้อน นั่งชิลๆ จิบน้ำชายามบ่าย โรแมนติค สักพัก ได้เวลาอันสมควรก็ปิ๊กกรุงเทพฯ ระหว่างทางกลับ พี่อู๋ก็ดูไพ่ บอกว่า แนนซี่จะได้ชายหนุ่ม ขาว ไม่อ้วน หะหะ ใครวะ แต่มีอุปสรรคเยอะ จากนั้น ท่านพระยาพิเชษฐ์ ก็เล่าเรื่องโจ๊กให้ฟัง แหะ แหะ มาคราวนี้ พูดเยอะเว้ย จากนั้น ก็เล่นอีแก่ ดีดมะกอก ไม่ลุ้นเท่าไหร่ เลยเปลี่ยนมาเล่น อีแก่หอมแก้ม  แทน ในวงประกอบด้วย แนนซี่ อรนี่ Paul(พี่สอ)กะ Kris(พี่เชษฐ์) กรี๊ดดดด ลุ้นกันสุดโต่ง เนื่องจากเกมนี้ ไม่มีอะลุ่มอะหล่วย ไม่มีใช้ตัวแสดงแทน จูบจริง ไม่ต้องใช้มุมกล้อง หะหะ โดยมีพี่โอ๋ เป็นเดิมพัน อยู่ข้างๆ หะหะ ผลการแข่งขันเป็นไง บอกไม่ได้ โดน กบว. เซนเซอร์ XXX  อิอิ รู้แต่ว่า ตาสุดท้าย ใครเป็นอีแก่ โดนจูบรอบวง เป็นอีเริงเมืองกันไปเรย 555 เล่นกันจนถึงกรุงเทพฯ กลับมาถึงประมาณ ทุ่มกว่า ด้วยความเหนื่อยอ่อน (ลุ้นไพ่เหนื่ย)แยกย้ายกันกลับโดยสวัสดิภาพ จนกว่าจะพบกันใหม่ ส่วนแนนซี่ กะ อรนี่ มีนัดดินเนอร์กะพี่อุ๊ พี่โป้ง ต่อ ที่ บาร์ (ผีสิง)44 ต่อ แล้วก้อกลับบ้าน บ๊ายบาย จนกว่าจะพบกันใหม่    

    เพราะว่ารักที่เคยให้เธอ แต่เธอไม่เคยเห็นค่า ตอบแทนมาแต่ความเสียใจ
    มันหมดแล้วรักที่เคยให้เธอ ที่ให้เธอไปทุกอย่าง แต่เธอขว้างทิ้งไป
    มันหมดแล้ว รักที่ในหัวใจ ไม่เหลือให้พอเริ่มใหม่ อยู่ไปก็ฝืนใจ

     กลับไปก็ไม่รักเธอเหมือนเดิม

    January 22

    คุกกี้ 1 ห่อ กับการตัดสินคน

    อ่านแล้วดีจัง เก็บมาฝากจาก inbox จ้ะ
     
    .........คุกกี้ 1 ห่อกับการตัดสินคน..........
    >
    >       ที่สนามบินนานาชาติระดับโลก มีนักธุรกิจหญิงแต่งตัวดี
    > จำเป็นต้องรอเวลาถึง 3 ชั่วโมง
    >       ในการเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อไปจุดหมายปลายทาง
    > เธอจึงตัดสินใจเดินไปซื้อหนังสือ 1 เล่ม
    >       และคุ๊กกี้ 1 ห่อ และเตรียมหาที่นั่งเพื่ออ่านและกิน ฆ่าเวลาไปพลาง ๆ
    > เธอสอดส่ายมองหาที่
    >       นั่งได้ 1 แห่ง เมื่อนั่งลงก็เตรียมหนังสือและคุ๊กกี้
    > เพื่ออ่านและกินไปพลาง ๆ เธอสังเกตเห็น
    >       ว่าข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่มซึ่งนั่งเหยียดกายอย่างไม่สนใจใคร
    > ว่าจะมีใครนั่งอยู่ข้าง ๆ เขาสัก
    >       ครู่หนึ่ง ขณะที่เธออ่านหนังสือ ชายหนุ่มก็หยิบขนมคุ๊กกี้ออกจากถุง
    > ซึ่งวางอยู่ระหว่างคนทั้งสอง
    >       แล้วกินมันอย่างละชิ้นเธอมองด้วยความโกรธแต่ไม่ต้องการทำเรื่องวุ่นวาย
    > เธอจึงทำเป็นไม่สน
    >       ใจ
    >       เธอเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะกินคุ๊กกี้และเฝ้ามองนาฬิกา
    >
    >       ในขณะที่ชายหนุ่มซึ่งเป็นผู้ขโมยไร้ยางอาย กำลังกินมันให้หมดสิ้นไป
    > เธอเริ่มโมโหและคิดในใจ
    >       ว่า
    > "ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ดีมีการศึกษาแล้วละก็....ฉันจะชกหน้าเจ้าหมอนี้ให้แหลกไปเลย"
    >       ทุกครั้งที่เธอหยิบกิน 1 ชิ้น ชายหนุ่มก็หยิบมันกิน 1 ชิ้น
    >       ทั้งสองส่งสายตามองกัน เมื่อคุ๊กกี้เหลือเพียงชิ้นสุดท้าย
    > เธอหยุดและอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะทำอย่
    >       างไร ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบคุ๊กกี้ชิ้นสุดท้ายแล้วหักออกเป็น 2 ชิ้น
    > ส่งให้เธอครึ่งชิ้นและกินเอง
    >       ครึ่งชิ้น เธอรับจากชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและคิดในใจว่า
    >       "เขาช่างเป็นคนไร้มารยาทสุดๆ
    >       ช่างไร้การศึกษา ไม่มีแม้แต่พูดขอบคุณสักคำ"
    >
    >       เธอลุกขึ้นหยิบข้าวของทั้งหมดแล้วตรงไปยังประตูขึ้นเครื่อง
    > ไม่แม้แต่เหลียวหลังกลับมามองหัวข
    >       โมยผู้ไร้มารยาทซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม
    > ภายหลังจากขึ้นเครื่องและนั่งประจำที่อย่างสบายแล้ว
    >       เธอก็หยิบหนังสือที่อ่านค้างอยู่ขึ้นมาอีกครั้ง
    > ในขณะที่หยิบหนังสือจากกระเป๋า ก็พบว่ามีขนมคุ๊กกี้
    >       1 ห่อ
    >
    >       เธอตกใจมาก
    >       ถ้าคุ๊กกี้ของฉันยังอยู่ที่นี่
    > ก็แปลว่า.....คุ๊กกี้ห่อนั้นเป็นของชายหนุ่มที่แบ่งให้เธอกิน
    >       เธอลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกจากเครื่องบินไปยังที่นั่งของชายหนุ่ม
    > แต่คงเหลือแต่ที่นั่งว่างเปล่า
    >       มันสายไปเสียแล้วที่จะได้ขอโทษชายหนุ่ม ระหว่างเดินกลับเข้าเครื่อง
    >
    >       เธอรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ
    >       เธอนั่นเองที่ไร้มารยาท
    >       เป็นหัวขโมยที่ไร้การศึกษาตัวจริง..........
    >
    >       มีกี่ครั้งในชีวิตของคนเรา ที่ค้นพบในภายหลังว่า
    > "สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นการ
    >       เข้าใจผิด มีกี่ครั้งในชีวิตที่เราขาดความไว้วางใจผู้อื่น
    > และทำให้เราตัดสินผู้อื่นจากความคิดเย่ อหยิ่งของเราเอง
    ซึ่งห่างไกลจากความเป็นจริงมากมาย"
    >
    >       ..........นี่แหละที่ทำให้เราต้องคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนตัดสินผู้อื่น
    > หลาย ๆ สิ่งไม่ได้เป็นอย่าง
    >       ที่เห็น
    ควรมองผู้อื่นในแง่ดี แล้วคอยสงสัยตัวเองว่า
    >
    >       "เรามองโลกในแง่ดีพอแล้วหรือยัง?
    >       เราเคยแบ่งปันอะไรแก่คนอื่นบ้างหรือไม่"..........
     
    ****************************************By Khun Valen*****************************************************
    >
    January 21

    ต่อไปนี้จะ...

     Mega Project 2007 (Q1-Q2)
    --by Nancy--
    1. ต่อไปนี้จะ ---> จะไปตามหาหัวใจที่ San Francisco
    2. ต่อไปนี้จะ ---> จะต้องประหยัด เก็บเงินไปเที่ยว
    3. ต่อไปนี้จะ ---> จะเลิกใช้แป้ง MAC หันมาใช้ Sheene' แทน
    4. ต่อไปนี้จะ ---> จะเลิกช้อปปิ้งที่พารากอน หันมาเดิน แพลตตินั่ม
    5. ต่อไปนี้จะ ---> จะลดค่าโทรศัพท์จากสองพันกว่า ให้เหลือ แปดร้อย
    6. ต่อไปนี้จะ ---> จะไม่นั่ง Taxi พร่ำเพรื่อ จะใช้รถเมล์ 
    7. ต่อไปนี้จะ ---> จะไม่ซื้อของแจกใคร ไร้สาระ
    8. ต่อไปนี้จะ ---> จะลดปาร์ตี้ กิน เที่ยว เล่นที่ไม่จำเป็น
    9. ต่อไปนี้จะ ---> จะไม่แชท MSN ในห้องเรียน
    10. ต่อไปนี้จะ ---> จะไม่ซื้อบุหรี่ให้ใครสูบ
    11. ต่อไปนี้จะ ---> จะเก็บค่า service charge จากการให้บริการ NancyService ครั้งละ 1 เหรียญ
    12. ต่อไปนี้จะ ---> จะรักเธอให้น้อยลง  จะรักตัวเองให้มากขึ้น
    13. ต่อไปนี้จะ ---> จะมองหน้าเธอยังไง ให้ใจข้างในปิดไว้ ไม่ต้องเผยอะไรๆ ที่มีให้เธอรู้
    14. ต่อไปนี้จะ ---> จะมีใครๆรัก คนหน้าตาอย่างฉัน ที่มันธรรมดา ไม่เข้าตาเหมือนใครๆ
    15. ต่อไปนี้จะ ---> จะไม่ยอมให้เราคลาดกัน ฉันคงจะพบรักเธอก่อนใคร
    16. ต่อไปนี้จะ ---> จะทำได้ซักกี่ข้อวะเนี่ย อิอิ
    January 16

    อินเดีย ตอน กาลครั้งหนึ่งความรัก (Once upon a time in Taj Mahal) - Chapter 1

               สนุกมากๆ เจ๋งมากๆ กับทริป กาลครั้งหนึ่งความรัก ณ ทัชมาฮาล เป็นทริปที่ไปเที่ยวแล้ว สบายใจสุดๆ เป็นทริปแรกในรอบหลายปีที่แล้วไม่มีการห่วงหน้า พะวงหลัง ไม่เหงา ไม่เศร้า ไม่คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว ผิดกะเกาหลีทริปเกาหลีสุดๆ เพราะว่าทริปนี้ เป็นลูกทัวร์ ไปเที่ยว เป็นคุณนาย ชั้นสวย เชอะ เชอะ อ่ะๆๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มกันเลยดีก่า
     
              ศุกร์ 12 มกราคม 50 : กรุงเทพฯ - เดลลี - เที่ยวผับแขก
     
              อ่ะนะ ไปเที่ยวทั้งที มีเหรอ งานนี้ แนนซี่จะน้อยหน้าใคร งานนี้ ไปอินเดีย 3 วัน กดเสื้อผ้าไปไม่ต่ำกว่า 10 ชุด ผ้าพันคอนี่กะเปลี่ยนมันวันละ 8 ผืน (ไม่รวมที่จะซื้อใหม่) เช้ามา แต่งตัวสวยเริ่ด เดินลากกระเป๋าเข้า office ด้วยความสง่างาม ราวกะนางพญา (นึกภาพตาม) ทุกสายตา จ้องมองมาที่หน้าประตู แล้วเพื่อนร่วมงานก้อทักว่า "เออ เริ่ด วันนี้ แนนซี่แต่งตัวประชดผัว" ..."พี่แนนคะ ไฟล์ทวันนี้ เราลงเดลลีนะคะ ไม่ใช่ปารีส"...ไม่สนค่ะ ไม่สน เพราะชั้นสวย 555 ทำงานครึ่งวัน แล้วก้อไปเสริมสวยก่อนไปสนามบิน
                 น้องสาวสุดเลิฟ..น้องอร... ไม่มาทำงานวันนี้ ก้อไม่ยอมน้อยหน้า มาด้วย look สาวฮ่องกง มีเลทคาดเอวแบบ Shakira ใส่บูท เออ เริ่ด เช็คอินเสร็จแล้ว เดินสวยเข้าไปช้อปปิ้ง ข้างใน...ยังค่ะ ยังค่ะ ยังไม่ถึงอินเดีย หมดไปแล้ว หมื่นกว่าบาท กับค่าเครื่องสำอางค์ (ได้ข่าวว่าหมอห้ามใช้) ก่อนไป ขอเพิ่มดีกรีความสวย ด้วยการ ไปแต่งหน้าที่ counter MAC โอ้ย สวยเริ่ด กรีดตาดำ มีฝรั่งมาทักผิดด้วย ว่ากูเป็นสาว MAC เริ่ด
              5 โมงกว่าๆ ได้เวลาขึ้นเครื่องบิน โอ้ย คนที่นั่งเยื้องๆ น่ารักจัง เท่ห์ หะหะ...อ่อ งานนี้ เรามีทีมงานแกรมมี่ เดินทางไปด้วย 3 คน นำทีม โดย ฝันเด่น ยกกองตามเราไปถ่ายรายการ มันแปลกดีนะ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงมาก เจอกันครั้งแรก เราก้อละลาย พฤติกรรม กันบนเครื่องทันที โดยการเล่น อีแก่กินเบียร์...แค่ขึ้นเครื่องก้อนึกออกแล้วใช่มั้ยคะ ว่าในทริปมันจะเป็นยังไง เล่นกันยันเครื่องจอด ผ่าน ตม. แขกเข้าไป มืดแล้ว เข้าโรงแรมเลย นอนโลด...
              ผิดละ ผิดละ ถ้าเข้าโรงแรมไปนอน คงไม่ใช่เรา ไปถึง เราจะต้อง  ถ่ายรูปก่อน แชะ แชะ ถ่ายกะดารามากมาย ประหนึ่งเสมือนว่า มาบังเอิญเจอกันซะงั้น ลืมไปว่าต้องอยู่ด้วยกันอีก 3-4 วัน เก็บกระเป๋าเข้าห้อง เฮ้อ โรงแรม 4 ดาวแขก ไม่เวิร์คซักเท่าไหร่ หนาวสุดๆ ไม่ได้ๆๆ ไม่นอนๆๆ 3 หนุ่มแกรมมี่ กะ 2 สาวยูนี้ตี้ เลยขอร้องให้พี่สาหร่าย (ไกด์) พาไปเที่ยวดีก่า สถานที่นั้น คือ ผับแขก...ฮ่าฮ่าฮ่า มาถึง ไม่หลับไม่นอน เที่ยวเรยค่ะ เที่ยวเรย...เข้าไป โอว เหมือนมีหมอกในร้าน คนไม่เยอะเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเป็นผับชานเมือง ในโรงแรม...อะไรกันเนี่ย ดูไปรอบๆ ร้าน มีแต่ผู้ชายเหรอ ผู้หญิงน้อยมากกกก รวมเราแล้ว ไม่ถึง 10 คน รึว่าที่เราเข้ามามันเป็น บาร์เกย์วะเนี่ย เพลงก้อสไตล์ ฮิบฮอบอับดุลราฮิม ปกติ แต่ ไม่ไหวแล้น คนที่โน่นเต้นกันสนุกเว่อร์ไป 300% แต่ละคนใช้พื้นที่ในฟลอร์ ไม่ต่ำกว่า 5 ตารางเมตร 555 เล็ก (ฝันเด่น) บอก แนนฮะ คันใช่ม้า ลงไปเลย ไปเรย กลางฟลอร์...โอ้ย ก้ออยากแดนซ์อ่ะนะ แต่ลงไปที่ฟลอร์ คงจะได้รู้ ว่า "ลงแขก" อ่ะเป็นไง แต่ละคน ดูหื่นๆ ทั้งนั้น เลยนั่งสงวนท่าทีจิบเบียร์ กินถั่วที่โต๊ะ...เออ ถั่วอร่อยดีว่ะ รสชาดมันโคตร รึว่าที่แขกมันกันเว่อร์นี่ เพราะว่ากินถั่วแกล้มวะ...ได้เวลาอันสมควร อำลาผับเกย์ กลับไปนอนดีกว่า ไนท์ๆ  
              *** โปรดติดตามตอนต่อไป ด้านล่างเลยนะคะ ***  

    อินเดีย ตอน กาลครั้งหนึ่งความรัก (Once upon a time in Taj Mahal) - Chapter 2

              เสาร์ 13 มกราคม 50 : เดลลี - อัครา - Fatipura Kiri - อัคบาร์ทูม (ไรเดอร์)
     
             Good Morning!!! ตื่นเช้ามั่กๆค่ะ เพราะวันนี้ เราจะ นั่งรถไฟสายท่องเที่ยว จากเมืองเดลลี ไปอัครา เมืองที่ตั้งของทัชมาฮาล รถไฟออก 06.15 น. รีบกันสุดๆ เจอด่านทดสอบความอดทนด่านที่ 1 สถานีรถไฟ โอ้ย คนล้านเจ็ด สิบเอ็ดแสน แค่หัวลำโพงยังจะบ้า นี่อินเดี๊ย อินเดียค่ะ งานนี้ แนนซี่หอบผ้าหอบผ่อน เตรียมมานอนในรถไฟเต็มที่...ก้าวขึ้นรถไฟปั๊บ รถออกปุ๊บ เออ เริ่ด ในรถไฟ เสิร์ฟอาหารเช้า ทำเหมือนในเครื่องบิน อิอิ ตั้งใจจะนอน ก้อไม่ได้นอน คนเดินกันขวักไขว่ กองถ่าย เริ่มทำงาน ไอ้เราก้อยอมไม่ได้ เดินไปเดินมามั่ง ถ่ายรูปมันเข้าไป บรรยากาศ 2 ข้างทาง เป็นทุ่งคัสตาร์ด แต่ที่เด็ด นี่เล๊ยยย คนอินเดียเนี่ย เค้าถือว่า ส้วมอ่ะ เป็นของต่ำ ไม่เอาไว้ในบ้าน ดังนั้น คนตามชนบท เค้าเลยออกมา ทำธุระตอนเช้ากันในทุ่งไปพลาง ดูรถไฟไปพลาง เออเริ่ด สาวไทยใจงาม นั่งเกาะกระจกดู ดูไปกรี๊ดไป เห็นทั้งข้างหน้า ข้างหลัง กรี๊ดดด ให้ตายเหอะ
             
              มาถึงแล้วเดินทางไปยัง Fatipura Kiri เมืองโบราณของพระเจ้าอัคบาร์มหาราช ในสมัยโมกุล  พอดีเมืองมันเป็นสีน้ำตาลแดง แนนซี่เลยต้องถอดเสื้อสีอิฐเก็บซะ ควักสีดำออกมาถ่ายรูป ให้ตัดกะ background โอววว ใหญ่มากๆ กษัตริย์องค์เนี้ย เค้ามีเมียทุกศาสนา ก้อเลยมีสถาปัตยกรรม รูปแบบแตกต่างกันไป  แน่น๊อน แนนซี่ กะ อรนี่ ก้อไปตามถ่ายรูป ราวกับเป็นสนมในท้องพระโรง น่าเสียดาย ไปคราวนี้ ไม่มีกล้องเดินตาม กดรูป 2 ตัว 3 ตัว เหมือนตอนไปอยุธยา เก๊กท่าถ่ายรูปแล้ว ไม่มีใครมาถ่ายให้เลยอ่ะ มองปราดไปเห็น ฝันเด่น เดินผ่านมาพอดี ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยได้มั้ยคะ...เล็กเดินเข้ามาทันที ประมาณว่า คนของประชาชน เก๊กหล่อ ถ่ายด้วย ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ เอาแบบว่า พี่ช่วยกดรูปคู่ ให้แนนกะอรหน่อยได้มั้ยคะ แป่ว  ก้อเลยกดไป แชะ แชะ เฮ้ย ถ่ายรูปสวยว่ะ สวยมาก มุมดี แสงดี เอาอีกๆๆ เดินตามได้มะ ถ่ายรูปให้อีก 555 ถ่ายรูปจนเหนื่อย กลับโรงแรมสุดหรู Sheraton Mughal ไฮโซ สมฐานะ กินอาหารแขกมื้อแรก มีพวกเหมือนมัสมั่น แกงกะหรี่ กินกะแป้งคล้ายโรตี เรียก "นาน" เออ อร่อยดี กินได้ๆๆ เสร็จแล้ว ขึ้นไปนอนตีพุงบนห้อง แป๊ะนึง แต่งหน้าใหม่ เปลี่ยนผ้าพันคอนิดนึง เดี๋ยวเอามา แล้วใช้ไม่หมด บ่าย ไปเที่ยวกันต่อเล๊ยยย
     
              ภาคบ่ายไป Tomb Raider ตามล่าหาสมบัติพระเจ้าอัคบาร์กันต่อ ที่สุสานของเค้า ยิ่งใหญ่ สวยงาม สมฐานะมากๆ ทางเดินเข้า มี พรอมินาด กว้าง แน่นอน หนุ่มสาวยูนิตี้ เดินกันอย่างมันใจ อย่างกะเดินบนรันเวย์ 2 ข้างทาง มีลิง มีกวาง วิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้าเป็นร้อยๆ ตัว Exotic ม๊ากก ดูๆ ชมๆ ตามประสาลูกทัวร์ ระหว่างทางเดินกลับ มีนักเรียน high school เดินมากันเพียบ ใส่ชุดนักเรียน ดูอินเตอร์ หน้าตาดูมีตังค์ เออ เริ่ด ค่อยดูมีชีวิตชีวาหน่อย ที่ผ่านมานี่แบบว่า ไม่สวย ไม่หล่อ ไม่ชอบ....เฮ้ยๆๆ ทำไมวันนี้ นักเรียนมันเยอะจังวะ เสียงพี่บี ผจก. ตอบมาทันควัน เพราะวันนี้ เป็นวันเด็ก ... เกี่ยวด้วยเหรอวะ วันเด็กของไทย มันตรงกะอินเดียที่ไหนกันเล่า จากนั้น เดินทางไปต่อ ที่วัดไรไม่รู้ เป็นหินอ่อน ปรากฎมันปิด เข้าไม่ได้ ไกด์เลยปล่อยให้ช้อปปิ้งแทน หันไป จะให้ช้อปไรฟะ มีแต่ตลาดสด ก้อเลย เดินไปเดินมา ถ่ายรูป ซื้อสายไหมกิน ไม่เกรงกลัวท้องเสีย เนื่องจากความซ๊กม๊กของแขก แล้วกลับโรงแรม ไปกิน อาหารแขก มื้อที่ 2 .... เริ่มไม่ work ละ กินอารมณ์เดียวกัน ทุกมื้อๆๆ เซ็ง
     
              สุดยอดไฮไลต์ ประจำวันนี้ นั่นก้อคือ ป๊อกเด้ง เจ้ามือ ประกาศกร้าว รับเงินทุกสกุล ไม่ว่าจะเป็นรูปี เงินบาท ยูเอส ยูโร พบกันที่ห้อง 536 สนุกมากๆๆๆ แทง 20 บาท ลุ้นกันยังกะตาละแสน ง่วงมาก แต่เพื่อศักดิ์ศรี จะเลิกก้อไม่ได้ นั่งเล่น เลื้ยเล่น นอนเล่น เสียหมดตัวแล้ว อีเล็ก ยังจิกหัวขึ้นมา เสียต่อ น้องอร หมดงบ ควักเงิน Korean Won ขึ้นมาเล่น วอนตีนเจ้ามือ และ เพื่อนร่วมวงยิ่งนัก และแล้ว แนนซี่ ก้อตายคาสนามรบ เป็นที่โจษจันกันยิ่งนัก 555 ไปเที่ยว ตี3-4 ไม่หลับ ที่งี้ หลับเฉย...ตอนแรก เพื่อนๆพี่ๆ กะไม่ปลุก ให้นอนต่อไปเลยจนเช้า แล้วจับถอดเสื้อ เมสเซนเจอร์ เตียงข้างๆ ที่ตายคาสนามรบเหมือนกัน สร้างข่าว ดีนะ น้องอรยังมีจรรยาบรรณ ปกป้องแนนซี่จากเรื่องฉาวมาได้...เสียค่ะ เสีย แนนซี่กะเล็ก โดนไปคนละ 500 น้องอร 300 สบายใจ...ที่เสียไปน่ะ ผ้าพันคอ 5 ผืนเลยนะยะ
     
              *** ติดตามชมตอนต่อไปด้านล่างเลยนะจ๊ะ Darling ***        
               

    อินเดีย ตอน กาลครั้งหนึ่งความรัก (Once upon a time in Taj Mahal)- Chapter 3

              อาทิตย์ 14 มกราคม 50 : อัครา ฟอร์ท - ทัชมาฮาล
     
              โอยยยย ยาวว่ะ เดี๋ยวยูมันต้องด่าแน่เลย อ่ะ สั้นๆ กระชับๆ วันนี้ สาวนิวยอร์กเกอร์อย่างเรา สะลึมสะลือ สะโหลสะเหล มากินข้าวเช้า แล้วไปเที่ยวต่อที่ ป้อมปราการเมืองอัครา จริงๆมันเป็นวังอ่ะนะ ใหญ่มากๆๆๆๆๆ มากที่สุดในโลก แข็งแรง บึกบึน แม้แต่อังกฤษก้อตีไม่แตก ยังกะเดินอยู่ในวินเซอร์ เดินถ่ายรูปเหนื่อยมากๆ ที่นี่ เค้าเอาพระเจ้าชาร์ล จาฮาน คนสร้างทัชมาฮาล มาขังไว้ มุขเด็ด อยู่ที่นี่เล๊ยยย คือ ลูกสาวอีพระเจ้าเนี่ย เค้าอยากเอาหารมาให้พ่อเค้าที่ถูกขังกิน แต่ไม่รู้จะทำไง เลยเอาตัวอ่ะ ทาน้ำตาล แล้วเข้าไปหาพ่อ ให้พ่อเลีย...เลียกันไปมา จนได้เรื่อง ได้เสียกิน อิอิ ลิ้นนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ นึกถึงอีเบสเฉย เพราะมันบอกมันใช้ลิ้นเก่ง...เที่ยวเสร็จ ต้องกินข้าวในโรงแรมอีกละ เซ็งๆๆ เจ้านายเลยควักนิสัยคุณหนูมาใช้ซะงั้น ที่เชอราตันที่จองไว้ ไม่กิน ทิ้งไป ช่างมัน เปลี่ยนไปกิน Holiday Inn ดีก่า เปลี่ยนบรรยากาศ หะหะ ชอบ ทำไรตามใจ คุณนายๆๆ
     
              กินข้าวอยู่ดีๆ ฝันเด่นตะโกนข้ามโต๊ะมาถาม "เฮ้ยๆๆๆ เอานานมั้ย" อีนี่ ยังไม่เคยได้เอาจะไปรู้ได้ไงว่านานมั้ยอ่ะ ว่าแต่แก เอานานโรยน้ำตาลมาลองบ้างมั้ยล่ะ แต่วิธีกิน ต้องเลียเอานะคะพี่ หะหะ บ่ายนี้แล้วซิ ที่เราจะได้ไป Taj Mahal อนุสรณ์สถานแห่งความรักที่อลังการงานสร้าง จนกลายเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แนนซี่เปลี่ยนชุดทันที เป็น Jacket สีแดงแรงฤทธิ์ ตัดกะหินอ่อนสีขาว อากาศร้อน แต่กูจะหนาว อยากพันผ้าพันคอ ใครจะทำไม จริงๆ แล้วอยากใส่สาหรี่นะนั่น แต่ซื้อไม่ทัน...OMG คนที่จะเข้าทัชมาฮาล ต้องใส่ถุง (หุ้มรองเท้า) หรือไม่ก้อถอดรองเท้าเดิน แล้วอีพวกแขกส่วนใหญ่ ก้อชอบถอดรองเท้าเดิน คิดดูเอาละกัน กลิ่นแขกยังจะบ้าตาย นี่กลิ่นตีนแขกเป็นพันๆคนอ่ะ ไม่ไหว ไม่ไหว ถ่ายรูปเยอะมาก สวยมาก สนุกมาก แชะ แชะ แชะ จากนั้น ก้อไปเดินเล่นที่ตลาดของคน local (ถ้าซื้อทัวร์ ไม่มีรายการนี้นะจ๊ะ) เดินช้อปปิ้งเล็กน้อย ต้องห้ามใจ ไม่ตัดส่าหรี ซื้อรองเท้ามั่ง กำไร กินไก่ กินหนม เพ้นเฮนนาที่มือขวามาด้วย อิอิ มาแล้ว ทำให้ครบ เออ เริ่ด
     
              เย็นอีกละ กินข้าวอีกละ เซ็งๆๆ อาหารโรงแรม 5 ดาว ระดับเชอราตัน สงสัย นับวันมันยิ่งเกลียดเรา เพราะเราเสียงดัง อาหารแย่ลงทุกวัน กลับขึ้นห้อง ซดวิสกี้ รสต้มยำดีก่า 555 นอนเอาแรงแป๊บนึง เปิดบ่อนดีก่า เล็กมันหมายมั่นปั้นมือ ขี่เอรากอนมา กะจะมาทวงเงินที่เสียไปเต็มที่ เล่นกันไปถึงตี 2 กว่า ไม่ได้นอนอีกแล้น พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วย เงี่ยน...อยากเอานาน...เอ้ย ไม่ใช่ ง่วงย่ะง่วง
     
              จันทร์ 15 มกราคม 2549 : อัครา - เดลลี - ซิตี้ทัวร์ - ช้อปปิ้ง - กลับกรุงเทพฯ
     
              ตื่นเช้ามากกกกก เพราะต้องเดินทางไกล กินมื้อเช้าไข่ดาว หมูแฮม โคตรมีความสุข เตรียมชุดนอน นอนในรถโลด ว่างเมื่อไหร่เป็นหลับ วิวเวิวข้างทางไม่ดูมันแล้น กลับเดลลี ไม่ค่อยมีอะไรอ่ะ ดูตึก ดูเมือง ที่ยวปาร์ค ข้ามๆๆ บ่ายไป  ช้อปปิ้งถนนจันปัต ไรวะ ของเหมือนข้าวสาร ลุมไนท์ พาหุรัด แต่ถูกกว่า ไม่มีอะไรน่าสนใจ ที่บ้านขนกันมารอบที่แล้วเป็นตันๆ เลยไม่มีไรซื้อแล้ว สอยของฝากให้เพื่อนสนิทมิตรสหาย ผู้หญิงเท่านั้นนะจ๊ะ หนุ่มๆ ไม่มีของฝากอ่ะ ต่อของ สนุกดี ไม่เครียดเท่าไหร่ ซื้อของได้ไม่เยอะ เดี๋ยวกลับมาซื้อเมืองไทย ก้อได้ ระหว่างรอรถไปกินข้าว กวนตีน เด็กขายของ หนุกดีอ่ะ เริ่ด เริ่ด
     
             อาหารเย็น หรูเริ่ด นานอร่อยโคตรรรร ไม่ไหวแล้น เอานานอีก หะหะ มีโชว์ให้ดูด้วย นำโดยกระเทยแขก ดูเสร็จก้อบึ่งไปสนามบินทันที เครื่องดีเลย์นิดหน่อย กลับถึงเมืองไทย ตี 4 เข้ามาเคลียร์งานที่ office เลย...ดู๋ดี๋มะ เอาน่า ขยันหน่อย หะหะ
     
            บ๊าย บายยยย จนกว่าเราจะพบกันใหม่ ปีหน้าเจอกันที่ อิสตันบูล ตุรกี...อิชาล่า
     
             
     
    January 15

    ปากช่อง ตอน เจ็ดสาวน้อยกับชายสี่หมี่เกี๊ยว (PakChong: 7 Beauty & The 4 Beast)

    ปากช่อง กับนักร้องวง EZRA!!---------By Khun Valen
     
    เสาร์ 13-อาทิตย์ 14 มกราคม 2550
     
    * มี photo album: PakChong ข้างขวาด้วยนะจ๊ะ คลิกดูภาพประกอบ *
     
    ไปรวมพลกันมาที่บ้านโอ๊ตชาย คราวนี้สนุกจัง ที่ว่าสนุกเพราะนานๆทีจะเปลี่ยนสถานที่ ไปเล่นๆ กินๆ นอนๆ
    นัดกัน9โมงที่ดังกิ้นสยาม ส่วงบอกให้เอาถุงนอนมาด้วย กลัวไม่พอ เราเลยเอาหมอนผ้าห่มมา เจอส่วงที่ดังกิ้น เหมือนจะไปเดินป่ามาก!! รองเท้า เป้ลุยป่า ถุงนอน เอ่อ...มันลุยขนาดนั้นเลยเรอะ (ในขณะเดียวกัน พวกที่เคยไปแล้ว ไม่หอบอะไรไปเลยซะอย่าง) ส่วนป้องก็มาในสภาพเพิ่งออกมาจากสุวรรณภูมิสุดๆ(จริงๆกลับบ้านไปแล้ว แต่กระเป๋าสัมภาระต่างๆมันให้ไปหน่อย อิอิ) พร้อมแล้วก็ออกเดินทางโดยขบวน Chevrolet (ยังกะแรลลี่) นำขบวนโดย Lumina ตามด้วย Zafira และ Cefiro (อันนี้แอบกลมกลืนไปละกันนะณัฐ haha) ไปแวะรับอาจารย์กอล์ฟที่ มธ.รังสิตก่อน โอ้เอ้ๆ รับโทรศัพท์พี่ปอ รับโทรศัทพ์ โบว์ ให้พี่ปอคุยกะโบว์ ไปซื้อของเซเว่น เข้าห้องน้ำที่ตึกเสดสาด เออ...กว่าจะได้ออกเดินทาง ก็โอ้เอ้กันไปตามรายทาง
     
    มุ่งหน้าไปอุโมงค์ต้นไม้ ด้วยจินตนาการอุโมงค์โค้งๆสวยงาม เหมือนกันแบคกราวน์ตามคอมพิวเตอร์ที่เคยเห็น ขับรถผ่านทางโค้งคดเคี้ยว มีต้นไม้ใหญ่ยื่นๆมาเยอะๆ เอ้อ ใกล้แล้วๆๆ บอกตัวเองกัน ขับไปเรือ่ยๆๆๆ มันก็ไม่ได้เป็นซุ้มซะที จนหมดโซนต้นไม้ใหญ่ๆ ก็รู้ละ อ่อ มีแค่นั้นแหละ lol วาดภาพมากันก่อนดีไปหน่อย ก็ผ่านไปแบบงงๆ จนแวะไร่องุ่น แวงเดอเรย์ ตอนนี้ต้นองุ่นแห้งหมดใบ ต้องรอปลูกใหม่แล้ว ก็เลยแวะแค่ชิมน้ำองุ่น กับพาย  หาผ่านทุ่งทานตะวันที่ยังหลงเหลือ ในที่สุดก็เจอ..เหลือไม่เยอะแล้ว ไปถึงบ่ายๆก็เริ่มจะเหี่ยว แต่พอพวกเราหยุดลงไปถ่ายปั๊บ มีรถมาอีก2-3 คัน ตามมาถ่ายกันเป็นแถวๆ ต่อจากนั้นก็บึ่งไปน้ำตก 7 สาวน้อย ผ่านเนินพิศวง ทุกคันก็พิศวงว่ามันพิศวงยังไง ป้องเลยขอขับวกกลับไปพิสูจน์ (ลืมสอบถามผล เป็นไงบ้างเนี่ย) แล้วเราก็บึ่งไป น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ให้คะแนนคำขวัญที่เด็กๆส่งเข้าประกวดเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้กันเฮฮา เดินชมนกชมไม้ ถึงน้ำตกแล้ว ไม่มีที่ให้หย่อนก้นแช่ขาเลยยยย คนเยอะมาก ที่นั่งน้อย เป็นบึงๆให้คนว่ายน้ำเล่นมากกว่า พวกเราเลยไปสูดกลิ่นน้ำตก ออกมาแล้ว เหนื่อยจัง กลับบ้านเฮา (โอ๊ตชาย) ดีกว่า
     
    หลงทางเป็นพิธี...ถึงบ้านโอ๊ตเอาข้าวของลง แล้วก็โทรตาม มรรษพร นัดมาเจอกันซะดีๆ ไม่ได้เจอกัน3-4ปีได้แล้ว นานมากกก นั่งเล่นนอนเล่น ออกไปกินน้ำตกส้มตำที่ร้าน ลาบมหาสารคาม..รอมรรษมาเจอ คิดกันตั้งนาน อำมรรษว่าไรดีว้า...(แค้นฝังหุ่น ตั้งแต่โดนมรรษอำเรือ่งแต่งงาน haha) คนนั่งอยู่แถวนั้นไม่ค่อยจะมีใครให้ความร่วมมือ ก็เลยตกไปเป็นเรื่อง โบว์หมั้นกะฮิโรชิละกัน อิอิ (จนบัดนี้มัดคงยังไม่รู้ตัว) สรุปพอมัดมาถึง ทุกคนลืมเรื่องที่อำกันหมด เพราะมัวแต่อึ้งกะมัดโฉมใหม่ (มาทีไร มีเรื่องช็อคเพื่อนฝูงทุกทีนะเนี่ย)
     
    หลอกมัดพาเข้าบ้านโอ๊ตชายได้สำเร็จ ก็แงะ ข้าวแหนม หมูสะเต๊ะ กะไส้กรอกหมักเบียร์สูตรอร่อย ออกมาปิ้งกิน (จริงๆอิ่มมากกกกก แต่เพื่อคุณมรรษพรพวกเราสู้ตาย) ก็ทำไปกินไปคุยไป ไม่มีเบรค...อากาศก็ดี๊ดี ชิลๆ เย็นๆ สมกับอากาศบนเขาที่โล่ง เริ่มดึก(อืด) ก็เข้าบ้านไปเล่นเกมกันตานึง คั่นด้วยดูดวง ลุ้นกันสุดฤทธิ์ จนกลายเป็นไม่เล่นไพ่แล้ว ดูแต่ดวงเลยแล้วกัน ดึกแล้วก็แยกย้ายกันเข้านอนจ้า...
     
    14 มกรา
    มัดออกไปตั้งแต่6โมงเช้า...ทุกคนยังไม่ตื่น ลุงโอ๊ตชายเอาสลัดมาให้ เจอพวกเราแทนโอ๊ต เลยงง (แถมเอาสลัดมาถุงเดียวเอง คือว่ามี12คนอ่ะค่ะ) อาหารเช้า ก็ง่ายๆ ก็อาหารจากเมื่อคืน เพิ่มไก่ทอด กินควบมื้อเช้ามื้อเที่ยง ออกไปถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก แล้วก็เริ่มง่วง คนก็ง่วง หมาก็ง่วง นอนสลบไสลกันทั้งบ้านเหมอืนโดนวางยา ได้ฤกษ์แล้วออกไป outlet village กันดีกว่า ไปถึง 14.45 นัดกัน 15.30 รอบแรก สรุปได้ออก 17.00! ขากลับแวะฟาร์มโชคชัย ซื้อของฝาก กินสเต็กกัน แล้วก็กลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพจ้า....
     
     ป.ล.1 จริงๆแล้ว ต้องเป็น 7+1 สาวน้อย เพราะมี อากิ วง EZRA ไปด้วย แต่เป็นแขกรับเชิญ เลยไม่ได้นับไปในหนึ่ง 7 สาวน้อยนะจ๊ะ
    ปล. ขำตั้มโทรมาตอนเช้า คุยกะแอนแต่นึกว่าคุยกะโอ๊ต ญ อิอิ พลาดไปสองทีละ เอาไว้มาใหม่ละกันนะตั้มนะ See ya!! 
    January 10

    หัวหิน ตอน ที่เดิมแห่งนี้ (ยังเป็นของเธออยู่เสมอ)

    Coming Attraction !!!
     
    หัวหิน ตอน.......(ยังคิดไม่ออก)
     
    แน่นอน 28 มกราคม 2550
     
    โปรดติดตาม รายละเอียดได้ที่ GFGF Newsletter
    January 09

    Happy Birthday to Bass

    Happy Birthday to Bassy
    -----------------------------------------------------------
     
    เป่าไปแล้วสองก้อน อิอิ มีความสุขมากๆนะจ๊ะ
     
    With love from GFGF
     
     
    January 05

    เกาหลี ตอน สะดุดรัก วันพักร้อน (Perhaps Love) ตอน 2

       *** อันนี้เป็นภาคต่อ ของทริปเกาหลี ตอน สะดุดรัก วันพักร้อน ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนแรกให้ลงไปอ่านด้านล่างก่อนนะคะ ***
     
               วันที่ 31 ธันวาคม 49 --- เที่ยวรอบกรุงโซล - พระราชวัง - วัด - สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ - Countdown 2007

                วันที่ 3 แล้ว วันสิ้นปี พอดี ลูกค้าอารมณ์ดี หลังจากหลงมา 2 วัน เที่ยวอยู่ในเมือง งั้นแต่งตัวสไตล์นิวยอร์คเกอร์ ดีกว่า ไปเที่ยว หมู่บ้านวัฒนธรรมเกาหลี / พระราชวังเคียงบ๊อก / พิพิธภัณฑ์พื้นเมือง / วัดโซเกซา โอ๊ยยย อะไรกัน วันๆ เที่ยวแต่วัด แต่วัง วัฒนธรรม ลูกค้าบอก คุณแนนคะ แบบนี้พี่ไม่ปลื้ม พี่ชอบช้อปปิ้ง เออ เริ่ดค่ะ หนูก้อไม่ชอบเหมือนกัน งั้นไปค่ะ รีบไปกัน บ่าย ไปสวนสนุกท่ามกลางหุบเขากันดีกว่า สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ ดิสนีย์แลนด์เกาหลี โอ้ย คนล้านเจ็ด สิบเอ็ดแสน สงสัย ต่อคิวก้อจะหมดเวลาละ เอาล่ะ ถ่ายรูป เอาสวยๆละกัน อ่อ ลืมบอกไป ทนแรงดันทุรังไม่ไหว น้องอรของเรา ไปถอยกล้องกระดาษ มาถ่ายรูปส่วนตัว ไม่ง้อปีเตอร์ละ ได้เล่น 2 อย่าง รถไฟเหาะตีลังกา นั่งหน้าสุด เอาหน้าโต้ลมหนาว -10 องศา กะ เฮอริเคนสุดโหด สนุกดี จากนั้น ก้อไปกิน "หมูย่างเกาหลี" อร่อยจัง กลับกรุงโซล ตามเวลาที่กำหนด ลูกค้า เตรียมออกไป เค้าน์ดาว 2 หัวหน้าทัวร์สาวก็เหมือนกัน เตรียมศึกษาเส้นทาง ตะลุยโซลกันเอง คืนนี้ ไม่นอนหละ สู้ตายค่า

                  ปล่อยลูกค้าลงที่โรงแรมซักพัก ลูกค้ากระจายหายหมด บ้างก้อนอน บ้างก้อออกไปเที่ยว แต่แน่นอน ไม่มีใครไปเจอเรา 2 คนแน่ เพราะเราตั้งใจจะไป Sinchon & ฮงเดย์ RCA เกาหลี ย่านศูนย์รวม แหล่งวัยรุ่นสุดฮิปของเกาหลี กำลังตั้งท่า ปีเตอร์ถามว่า ยูจะออกไปเที่ยวกันมั้ย ถ้าไปเอาของขึ้นไปเก็บข้างบนซิ เดี๋ยวไอรอข้างล่าง กรี๊ดดดด ในที่สุด มันก้อยอมไปด้วย แถมยังอาสาจะเป็นตากล้องให้อีกตะหาก เริ่ดๆ เชิดๆ ค่ะ (ไม่ทำให้ผิดหวังจิงๆ สมกะที่เป็นเดะถาปัด...เอ๊ะ เกี่ยวอะไรเนี่ย) ท่องราตรีครั้งนี้ เราได้ใช้ยานพาหนะทุกแบบ ตั้งแต่ รถไฟใต้ดิน รถเมล์ แท๊กซี่ เราไปเดินย่านมหาวิทยาลัยของหนุ่มสาวเกาหลี กรี๊ดดด มันมาอีกแล้ว มันมากันเป็นคู่ๆๆ แนนซี่เลยถามปีเตอร์ไปว่า ถ้าชั้นโสดเนี่ย ไม่มีสิทธิ์มาเดินเพ่นพ่านตามถนนใช่มะ ของช้อปปิ้งน่าซื้อจัง (แต่ร้านไม่ค่อยเปิด) ผับก้อน่าเข้า น้องอรบอกว่า อยากเข้าผับฮิปฮอปคนดำเยอะๆ ไม่ไหวนะคะคุณน้อง !!! มีร้านนึง ชื่อ A Twosome Place ไม่ไหวแล้วนะ รับไม่ด้ายยย อิจฉีริษยี เดินไปได้ซักพักใหญ่ๆ มีฝรั่งกลุ่มใหญ่ หน้าตาดู๋ดี๋ ยืนอยู่ เราเดินผ่าน ก้อ Happy New Year เค้าไปทีนึง เท่านั้นแหละ ทั้ง 10 คน กรูกันเข้ามา พร้อมพูดว่า You speak English, Wait Wait Wait โอย ชั้นจะโดนรุมโทรมมั้ยเนี่ย นึกถึงพวก Gangster ในนิวยอร์ค ยิ่งเราเดินหนี มันยิ่งเดินตาม เลยตัดสินใจ หันหน้าสวยๆ ไปหามัน แล้วมันก้อถามว่า NB Pub อยู่ไหน ยูพูดอังกฤษได้ โอ้ย แค่เนี้ย ต้องทำให้ตกใจด้วย...สุดท้าย เราก้อได้ที่นั่ง เป็นผับชิลๆ สไตล์อินเตอร์ มีแต่ฝรั่ง น่าร๊ากกกกก

                 หมายมั่นปั้นมือ มาตั้งแต่กรุงเทพฯ น้องอรจะกิน พกทันจู ให้ได้ มันคือ เบียร์แก้วใหญ่ ผสมเหล้า 1 ชอต แล้วกินรวดเดียวหมดแก้ว ปีเตอร์ สั่งเบียร์เบาๆนะ แนนกินเบียร์ไม่เก่ง คุยไป กินไป ทำไมเบียร์ชั้นพร่องเร็วกว่าเพื่อน แนนซี่ กินเบียร์ไม่เก่ง ซะงั้น... ติดนิสัยจาก กทม. ไปซื้อบุหรี่ มา 2 ซอง กะเอามาฝากเพื่อน นังปีเตอร์ เอา Dunhill ไปสูบซะนี่ หะหะหะ อร่อยดี ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก ปกติ ซื้อบุหรี่ ให้หนุ่มๆ ดูดเป็นประจำอยู่แล้น เอาละ ถึงจังหวะ ตบชอต พกทันจู เอาเบียร์วาง เอาตะเกียบวาง เอาวิสกี้วาง จากนั้น จับถ่างขา (ตะเกียบ) ให้เหล้า ตกลงไปในเบียร์ แนนซี่ซดก่อน หมดแก้ว สวยงาม ปีเตอร์ทำหน้า งง  ยังไม่พอ ตาน้องอร ตบไปอีก 1 ชอต ตาเยิ้มมมม แล้วมาบ่นว่า วิสกี้ เกาหลีมันแรง อะไรกัน เนี่ย ปีเตอร์ งงค่ะ งง มารู้จัก 2 สาวไทย ใจกล้า เสียนี่กระไร ถึงตามัน ป๊อดซะงั้น ไม่กิน บอกกิน วิสกี้ไม่เก่ง สงสัยจะกลัว ชั้นลากไปข่มขืน....

                ก่อนเช็คบิล 2 สาว เจอคำถามมูลค่า 1 ล้านบาท "ไอไปนอนห้องยูได้มะ" เออ เริ่ด ทีเงี้ย กล้าถาม ไอ้เรา ก้อมองหน้ากัน 2-3 ที เอาวะ ตี 1 แล้ว สงสารมัน อ่ะ โอเชๆๆๆ เรา 2 มัน 1 ไม่มีอะไรมั้ง ระหว่างเดินไปเรียก Taxi น้องอร ต้องซื้อของให้เพื่อน เป็นถุงยาง เหนียวพิเศษ ยี่ห้อ Benetton เราเลยบอกปีเตอร์ว่า รอหน้าร้านนะ เดี๋ยวเข้า Family Mart เดี๋ยวมา เพราะถ้ามันรู้ว่า เราจะเดินไปซื้อ Condom มันจะหนีกลับไปนอนบ้านป่าวฟะ ...แต่สุดท้าย มันก้อเดินตามเข้ามา อดค่ะอด ไม่ได้ซื้อ วงแตก....ดึกมากแล้น กลับห้องนอน ปล่อย ปีเตอร์ อาบน้ำไปคนเดียว 2 สาว เอาการ์ด HNY ไปสอดไว้ใต้ประตูห้องลูกค้าSurprise !!! กลับมา นอนๆๆ XXX พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าทำงานต่อ.... สวัสดีปีใหม่

                 วันที่ 1 มกราคม 49 -- ไปไหนไม่รู้ (มาววว) - ชอปปิ้งเมียงดง - กลับเมืองไทยละ

               หะหะ วันนี้ ลืม Morning Call ลูกค้า ปล่อยให้นอนกันตามสบาย อิอิ ไม่ผิด ไกด์สวย ทำอะไรก้อไม่ผิด เอาน่า กลับแล้ว ชิล ชิล หน่อยนะ ระหว่างนั้น ลงมาจัดการเรื่องกระเป๋า เพราะคณะของน้องอร จะแยกกลับไปก่อน ระหว่างจัดอยู่ ปีเตอร์มาถึง Hello!!!! Happy New Year หะหะ เนียนมากค่ะ สุดหล่อ จะไปเที่ยวไหนอ่ะ ตอนเช้า อ๋อๆๆๆ ไปโรงเรียนทำกิมจิ ว๊าว Martha Steward มาเอง สนุกดี ลูกค้าชอบใจ ถ่ายรูปกับชุดประจำชาติเกาหลีด้วย จากนั้น ก้อพาไป Shopping ที่ Duty Free พอกินข้าวกลางวัน น้องอร ก้อแยกกลับไปก่อน ไปสนามบิน กะ พี่ไกด์ท้องถิ่น ส่วน แนนซี่ ปีเตอร์ พี่นวล (ไกด์ท้องถิ่น) 3 คน พาลูกค้าอีกกลุ่ม ที่กลับทีหลัง ไปช้อปปิ้งที่ ตลาดเมียงดง สยามสแควร์เกาหลี (เริ่ดมะ ลูกค้าแค่ 12 คน มีไกด์ตั้ง 3 คน) ไอ้เราก้ออยาก shopping นะ มายังไม่ได้ช้อปเลย แต่มี 2 หนุ่มเดินตามตลอด เป็น บอร์ดี้การ์ด เฮ้อ ไม่ช้อปก้อได้ฟะ ไม่ชอบให้ใครเดินตาม เงี้ยแหละ มีลูกกวนตัว มีผัวกวนใจ อะไรกันนี่ เลยจบสุดท้าย ที่ Starbucks มานี่ แนนซี่เลี้ยง ตามสูตร Hot Chocolate and Muffin หะหะ สั่งมา แล้วก้อไม่กิน เพราะ Muffin มันรสชาติ ไม่เหมือนเมืองไทยอ่ะ เอ... รึว่าอย่างอื่นหว่า ที่ไม่เหมือนเมืองไทย ไม่รู้ละ เลยบังคับให้ ปีเตอร์ กะ ลูกค้า กินมัฟฟิ่นจนหมด อิอิ  

              ปรี๊ดด...หมดเวลาช้อปปิ้ง ของอีก 1 อย่าง ยังไม่ได้เลย จะกลับแล้น เตอร์ฮะ ช่วยหน่อยนะฮะ I need Benetton ตอนแรกมันงง จะซื้ออะไร (ตอแหลจิง ทำยังกะ ไม่เคยใช้) คอนดอม อ่ะ คอนดอม รู้จักมั้ย มันยิ้ม แล้วพาเดินไปที่ shelf แบบไม่ต้องหา เออ เริ่ด ไม่เอาอ่ะ หน้าบาง ไม่วื้อ่ะ เตอร์ซื้อให้เราหน่อยนะ เนี่ย เราให้ Dunhill หมดห่อเลย หะหะ จากนั้นก้อยื่นตัง แล้วออกไปรอนอกร้าน....กรี๊ดดดดด ชายหนุ่มเดินออกมา พร้อมอะไรกล่องๆ ในมือ ถุงเถิงก้อไม่ใส่ (เกาหลี ถ้าขอถุงเพิ่ม เสียตังค์) โอ้ย กรี๊ดดด อายๆๆ มั้ยนั่น ปะปะ ไปสนามบินได้ละ กลับบ้านซักที ดีใจจังวุ้ย จะได้นอนเยอะๆ ซักที 

             ร่ำลากันที่สนามบิน ลูกค้าแอบถ่ายรูปกับปีเตอร์ จะเอาไปหลอกเพื่อน ว่าเจอดาราเกาหลี อิอิ ถ้าล้างรูปออกมา เพื่อนน้องพิมพ์ คงไม่เชื่อ บ๊าย บาย เกาหลี มาครั้งนี้ สนุก เสร้า เหงา ซึม ตื่นเต้น ผิดกะ 4 ครั้งที่แล้วๆมา ได้เพื่อนใหม่ ลูกค้าที่ดี ได้เที่ยวมันส์ๆ ชอบๆๆๆ กลับมา นั่งรอรูป ที่ตากล้องเราบอกว่า เป็น BD gifts ไม่ต้องซื้อใบละ 200 จะส่งเมลมาให้แทน หะหะ น่าร๊ากกกกก ไปละ ขึ้นเครื่อง TG 657 กลับถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ.....มีทริปเกาหลีอีก มาอีกนะ เอาอีก เอาอีก สนุกๆๆ ชอบ....จบ

    January 04

    Happy Birthday to Nancy!

    Happy Birthday จ้า....คุณมิแรนด้าของเรา มีความสุขมากๆนะจ๊ะ
    Loads of Love from GFGF
    January 03

    หลังสวน ตอน ราตรี ที่ปลดปล่อย (Flying Night)

    เอามั่งดิ ไปเที่ยวกลับมา หนุกหนานกันใหญ่ ปล่อยให้ผีเสื้อตัวน้อย บินอยู่ท่ามกลางผืนฟ้ายามราตรีอันเคว้งคว้างและกว้างใหญ่ ตัวคนเดียว แถมยังมีค้างคาวปีศาจ 2 ตัวตามรังควานอีกต่างหาก แต่สุดท้าย ผัเสื้อตัวน้อย ก็สามารถหลุดจากการตามรังควานของเจ้าค้างคาวปีศาจทั้งสองได้สำเร็จ ตอนนี้ ก้เลยกำลังตามหา "ผืนฟ้าสีทอง" ตามที่ท่านนักพรตสี่ตา ให้คำแนะนำเอาไว้ หวังว่า คงจะเจอนะ
     
    อิอิ คือ กรูไม่ได้ไปไหนอ่ะ ปีใหม่ เรื่องของเรื่อง ท่องราตรีอยู่ ใน กทม. นี่แหละ สุดเซ็ง เพราะมีระเบิด สองคืนแรก ที่หยุด ก้สุดเซ็งเพราะมีไอ้บ้ากวนใจ แต่ปล่อยให้เป็นเรื่องในปีเก่าละกัน เริ่มต้นใหม่ ไฉไลก่าเดิม อิอิ เอ้า ใครไปไหนกันมาอีก เอามาเล่าอีกซิ
     
    อิจฉาแนนซี่ มีสะดุดรักกะเค้าด่วย เชอะ เชอะ
     
    ยูจัง ก้ ดูสุขแบบพอเพียง ยังงไมทราบ ว่าแต่ อะไรมันจะวางกรอบชีวิตให้ตัวเองซ้า
     
    คนอื่นก้ มาเล่าให้ฟังมั่ง ไม่เห็นหน้าเห็นตา งอน
     
    สุขสันต์กันถ้วนหน้านะจ๊ะ
     
    (ท่องราตรีต่อดีก่า)

    เกาหลี ตอน สะดุดรัก วันพักร้อน (Perhaps Love) ตอน 1

     (The Original Name : เกาหลี ตอน หนาวขาดใจ ยังไม่ตาย เท่าขาดเธอ)

         กลับมาแล้ว สำหรับทริปเดินทาง สายฟ้าแลบ เกาหลี วินเทอร์ พี่เล็ก บอกก่อนเดินทาง ไม่ถึงอาทิตย์ โอย ตายๆๆ ต้องโดดเรียน 2 คลาส+ปั่นโปรเจค 4 ตัว ให้เสร็จก่อนเดินทาง ยิ่งกว่านั้น คือ passport ก็ดันหมดอายุ   ต้องไปทำใหม่อีก ชีวิตช่างยุ่งเหยิง วุ่นวาย สับสนซะเหลือเกิน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไป เพราะว่าไม่อยาก Countdown เหงาๆ คนเดิยวที่กรุงเทพฯ เพื่อนๆไปเที่ยวกันหมด และแล้ว กระเป๋า 30 นิ้ว ก็เต็มไปด้วย เสื้อผ้า เพราะเช็คอุณหภูมิไปแล้ว -6 OMG ขนไปเลย เสื้อหนาว 10 ตัว ไหนจะชุดสกี ไหนจะชุดกินหมู(เกาหลี) ชุดเล่นสวนสนุก สไตล์นิวยอร์คเกอร์อีกละ เราจะไปเดินแฟชั่นที่กรุงโซลกัน พร้อมแล้ว (จริงๆ ก็ไม่พร้อมอ่ะนะ ไปขายผ้าเอาหน้ารอดข้างหน้าละกัน หนังสือหนังหา ไม่ได้อ่าน) ไปกันได้เล๊ยยยย

          วันที่ 29 ธันวาคม 49 --- โซล - ย้อนรอยละครแดจังกึม - เกาะนามิ - ซกโซ

               ตอนเช้า ลงเครื่องด้วย TG 656 อากาศเย้นประมาณ -3 ชิล ชิล อ่ะ พบคณะของน้องอร แล้วไปกันโลด ไกด์ท้องถิ่นมาบอกว่า ขอสลับโปรแกรมก่อน เอาแดจังกึม มาไว้วันแรก เวรละ ไม่ได้อ่านหนังสือมา ข้อมูลปริ๊นซ์มาเต็มกระเป๋า ละครก้อไม่ได้ดู คุณพี่ local ขา จัดการไปก่อนนะคะ...โอ้ว พอมาถึง แดจังกึม ทำไมมันหนาวขนาดนั้น อ่ะๆ พอขายผ้าเอาหน้ารอดไปได้หน่อย

               โปรแกรมต่อไป เราจะไปย้อนรอย ละครดัง Winter Sonata กันต่อที่ เกาะนามิ และ ชุนชอนเมียงดอง จริงๆ ทั้ง 2 ที่นี้ ก็เคยมาแล้วล่ะ แต่ไม่รู้ทำไม มาคราวนี้ มันสวย มันหนาว มันเหงา มันเศร้า มันคิดถึงเธอทุกที ที่อยู่คนเดียว บอกไม่ถูก เดินไปทางไหนก้มีคนเดินกอดกันมาเป็นคู่ๆ กรี๊ดดดดด ที่พูดๆมาเนี่ย เข้าใจชั้นมะ มาถึงเกาะนามิ รอบนี้ เออเนอะ สวยดี คราวที่แล้วมา ไม่เห็นจะสวยอย่างนี้ ไม่รู้ทำไม สงสัย Perhaps Love อ่ะๆ เดี๋ยวจะบรรยายภาพ ให้จินตนาการ นามิ เป็นเกาะเล็กๆ ที่ใช้ถ่ายทำหนัง Winter Sonata ไฮไลต์ อยู่ที่ทิวสนเรียงราย มีจักรยานให้ขี่ มีรถไฟให้นั่งรอบเกาะ บวกกับร้านกาแฟ ร้านไอติม ร้านโปสการ์ด ร้านของที่ระลึก ริมทางเดิน มีกองไฟก่อไว้ให้นั่งผิง แล้วก้อมีเสียงเพลงบรรเลง Piano ที่เป็น theme เรื่อง Winter Sonata ดังแผ่วๆ เป็นไง นึกออกมะ ว่าทำไม แนนซี่ถึง itchy มากๆๆ ลูกค้ากระจายไปถ่ายรูป หมดละ แนนซี่กะอรนี่ไม่มีกล้อง เลยบีบคอ ปีเตอร์ ช่างภาพคู่ใจ มาถ่ายให้หน่อย บอกว่า กดไปเลย จะเหมาซื้อทั้งหมด (หะหะ ทำเป็นใจป้ำ รูปละ 200 นะนั่น) เสร็จแล้วเราก้อแอบแวบ ไปส่งโปสการ์ดให้เพื่อนๆ เพราะทนความโรแมนติคไม่ไหว เสร็จจากนามิ ก็ไป ชุนชอนเมียงดง กะจะช้อปปิ้งซะหน่อย ดันกลายเป็นคนขายลองจอน เพราะลูกค้าครึ่งกรุ๊ป กรูตามเข้ามาซื้อ ซะงั้น...

                เอาละ ช่วงเวลาระทึกใจ มาแล้น !!! จากที่คิดว่า กินข้าวตอน 2 ทุ่ม ถึงโรงแรม 3 ทุ่ม กลายเป็นว่า คนขับรถ หลงครับท่าน เวลาถูกขยายเป็นกินข้าว 5 ทุ่ม เข้าโรงแรมเที่ยงคืน ยังความระทึกใจมายัง 2 หัวหน้าทัวร์สาวสวย เป็นอันมากกก ต้องรีบหาปั๊ม ซื้อของกินให้ลูกค้ากันก่อน OMG...ทำไมคนคิดเงินมันหล่อ ขนาดนี้วะ ทำไมมาอยู่ชนบท อย่างนี้ กลับเมืองไทย ไปเดินแบบมะน้อง หล่อมากมาย แนนซี่ กะ อรนี่ เลยซื้อของไม่เสร็จซะที เข้าโรงแรมเที่ยงคืนกว่า เหนื่อยๆๆๆ ไม่ได้ นอนติดกันมาหลายคืนละ คืนนี้ขอนอน นะนะ.....กริ๊งๆๆ ผมลืมแปรงสีฟันไว้ในรถ โอ้ยตาย วันนี้ โดนลูกค้าด่า แล้วยังจะโดนไอ้คนขับรถมันด่า อีกเหรอเนี่ย เอาวะ น้องอร เลยโทรหาปีเตอร์กลางดึก ฝากไปบอกคนขับรถหน่อย ว่าลงไปเปิดรถซิ จะเอาของ พูดยาวไป มันไม่เข้าใจ เอาสั้นๆ ง่ายๆ "Go to the bus with me for sth?" ปลายสาย ตอบกลับมาด้วยอารามตกใจ "FOR WHAT???" โอ้ย ปีเตอร์ฮะ ดึกแล้ว ง่วงก้อง่วง เหนื่อยก้อเหนื่อย ไม่ทำอะไรมันวันนี้หรอก เอาไว้วันหลังละกันนะ อิอิ Goodnite

              วันที่ 30 ธันวาคม 49 -- เม้าท์โซรัค - ลานสกียงเพียง - ช้อปปิ้งทงแดมุน

                 วันนี้ อากาศดี หนาวๆ ตื่นมามองที่หน้าต่าง หิโมะขาวโพลน โชคดี ได้นอนห้องออนดล แบบพื้นเมืองเกาหลี พื้นอุ่นดี วันนี้ เราจะไป อุทยานแห่งชาติ เม้าท์โซรัค กัน หิมะปกคลุม เต็มภูเขา พร้อมด้วยทิวสน สองสาว นำพาลูกทัวร์ขึ้น cable car ไปข้างบน แล้วมีจุดให้เดินเลาะภูเขาต่อ เพื่อไปถึงยอด  มาถึงตรงนี้ เห็นแนวเทือกเขา หิมะสีขาว อัลไพน์ โว้ววว ไม่ไหวแล้วนะ หนาวขาดใจ ยังไม่ตาย เท่าขาดเธอ เดินไป เหม่อไป ใจลอย ไปถึงไหนๆ กอดน้องอรไปพลางๆละกัน ทำไมไม่มีกล้อง สวยอ่ะสวย อยากถ่ายรูป ควักมือถือมาถ่ายไปพลางๆ ก้อยังสวยไม่โดนใจ ปีเตอร์อยู่หนายยย ถ่ายรูปให้หน่อย (ทำตัวเหมือนลูกทัวร์เข้าไปทุกที) แชะ แชะ ลงมา ไหว้พระนิดนึง ก่อนเดินทางไปสกี ลานสกียงเพียงรีสอร์ท โอ้ย..หนุ่มๆ มาเล่นสกีนี่ หน้าตาดีแฮะ เท่ห์สุดๆ ลูกค้าแบ่งเป็น 2 พวก คือ พวกเล่นสกี (นำโดยอรนี่) กะพวกที่เลือกขึ้นกอนโดล่า ยาว 7 กิโล ไปดูวิวบนยอดเขา ตามแนนซี่ขึ้นมา โอ้ยย วิวบาดใจ ยังดี ลูกค้า เรียกไปเป็นนางแบบ + กิน Starbucks รอไปพลางๆ อากาศหนาวๆ กะกาแฟอุ่นๆ ขาดไปอย่างเดียว เฮ้อ...ถึงเวลา ลงมาด้านล่าง พบว่า ลูกค้าชั้น เล่นสกี แล้วล้ม แขนเดี้ยงไป 1 คน ต้องเข้าเฝือก เออ เริ่ด มีแต่เรื่อง ไปเถอะ กลับกรุงโซลได้ละ ก่อนที่จะซวยไปกว่านี้

                 เฮ้อๆๆๆ ระหว่างทาง ปีเตอร์ คนขับรถ และ local guide สลับกันถอนหายใจ ลางไม่ดีละ อีตาแก่ขับรถหลงอีกแล้ววว ลูกค้าเริ่มเครียด ขอให้เปิดเพลงให้หน่อย แนนซี่เลยเปิด Winter Sonata ให้ดูไปเรย ยิ่งดู หัวหน้าทัวร์ยิ่งเครียด สั่งเปลี่ยนร้านอาหาร กินกลางทางก่อน เดี๋ยวลูกค้าโมโหหิว เลี้ยงน้ำ เลี้ยงขนม แก้งอนกันไป แล้วเดินทางพาไป shopping ในกรุงโซล ระหว่างทาง 2 สาวสวย ก้อเปิดคู่มือ ดูซิ ว่าพรุ่งนี้ เราจะไป countdown ที่ไหนกันดี บ่นๆเป็นภาษาประกิต เผื่อใครแถวนั้นได้ยิน จะได้มีใครพาเราไปเที่ยว อิอิ

               ถึงแล้ววว กรุงโซล น้องอรพาลูกค้า (และตัวเอง) ไปละลายเงินวอน กันที่ ตลาดทงแดมุน นับเป็นทัวร์ที่ถึกมากนะคะ ช้อปปิ้ง สี่ทุ่ม ถึงเกือบเที่ยงคืน ส่วนแนนซี่ พาลูกค้าบางส่วนที่อยากกลับโรงแรมนอน พร้อมทั้งกระเป๋า 30 กว่าใบ มาเช็คอินที่โรงแรมกะปีเตอร์ก่อน ไหนๆ ก้อมากะ หัวหน้าทัวร์ สาวสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง เราเอากระเป๋าเก็บในห้องตามมาตรฐานยุโรปไปเลย (โรงแรมเกาหลี มันไม่ทำให้) จะใครซะอีก ก้อต้อง 2 แรงแข็งขัน แนนซี่+ปีเตอร์ ลากถูกันไป 30 ใบ พอเสร็จ แนนซี่เลยเอ่ยปากถามปีเตอร์ ด้วยความเป็นห่วง ว่าบ้านอยู่ไหน จะกลับยังไง ไกลมั้ย แล้วจะได้นอนกี่ชั่วโมงล่ะเนี่ย มันทำหน้าเอ๋อ ตอบกลับมาว่า "ASK WHY???" โอ้ย อีเตอร์ฮะ ชั้นไม่ตามไปนอนบ้านแกหรอกย่ะ อีนี่ทำเป็นรักนวลสงวนตัว น่าเอ็นดู งานเสร็จ ก้อออกไปซูเปอร์ หาอะไรดริ๊งค์ สโมกกิ้ง กันไปพลางๆ จีบเบลบอยดีก่า มันให้เล่นอินเตอร์เนท ราคาถูก ลดแลกแจกแถมใน business center แชทอยู่มันๆ น้องอรเดินมาบอกว่า พี่แนนคะ น้องไม่กล้าอาบน้ำ โอเชๆๆ ขึ้นห้องนอนก้อได้ Goodnite

               

     

    เกาะช้าง ตอน อุ่นไอรัก ที่พักใจ (Koh Chang: Shall we break?)

    Happy New Year 2007 จ้า............
     
    หยุดพักปีใหม่ไป 5 วัน แต่ซิ่งไปเกาะช้างวันที่ 30 ธ.ค.46-1ม.ค.47 คราวนี้ถือโอกาสพาปาป๊ากับมาม๊าไปตากอากาศที่รามายาณา เกาะช้าง (หาดคลองพร้าว) สวยดีนะ หลังจากที่ไปแอบเซอร์เวย์ที่พักอื่นๆบนเกาะแล้ว ที่นี่ก็นับว่าสวยดี แต่ไม่ติดหาด ต้องนั่งรถออกไปหาดส่วนตัว แต่โดยรวมก็โอเค ก็ไปนั่งเล่น นอนเล่น (กินๆนอนๆ) ว่ายน้ำ อ่านหนังสือ ไปน้ำตกคลองพลู ไปกินข้าวร้านเจ๊อิ๋ว ก๋วยเตี๋ยวเป่าปาก เย็นวันแรก ไปถึงก็เจอเมย์ เพื่อนเก่าแบบโลกมันแคบอีกแล้ว มาพักที่เดียวกันเฉยเลย ก็เลยสนุกดี ได้เม้าท์กันใน Gala Dinner สนุกสนานเฮฮากะน้องๆด้วย นับได้ว่าเป็นปีใหม่ที่อบอุ่นใช้ได้เลยล่ะ รู้สึกโชคดีอยู่เหมือนกันที่ปีใหม่นี้อยู่ต่างจังหวัดพอดี เพราะในกรุงเทพมีระเบิดหลายจุดจนต้องเลิกงาน Count down ขาดทุนไปกันเยอะ พวกที่ทำนี่ก็ใจร้ายจัง ประเทศไทยเลยดังเลย เราอยู่ที่เกาะก็รู้ข่าวกันท่วงทันเหตุการณ์เพราะอยู่หน้าทีวีอยู่พอดีตอนนั้น
     
    ขากลับแวะเจอพี่รักษ์ที่จ.ตราด กินข้าวที่ร้าน กรุงไทยคิชเช่น อร่อยมากๆๆๆๆๆอาหารทะเลสดมากๆๆๆ ร้านเก๋ไก๋อยู่หน้าหมู่บ้าน ถ้าไม่มีคนพาไปคงหาไม่เจอเอง รู้สึกดีจัง คิดถึงประกาศนียบัตร GFGF สุดๆ อยากแจ๊กอยากแจก ทุกอย่างถูกใจผู้ร่วมเดินทางทุกคน ก่อนกลับแวะพักหาญาติที่เมืองจันท์ เลยโอ้เอ้ๆ กว่าจะออกก็ 17.30 เมย์โทรมาชั้นอยู่เมืองชลแล้วนะ แกอยู่ไหน...ยังอยู่จันท์อยู่เลย (คือออกจากเกาะช้างก่อนเมย์ประมาณหลายชั่วโมงอยู่) ถึงบ้านอย่างปลอดภัย
     
    วันอังคารที่ 2 ก็ไปไหว้ปีใหม่ ตะลุยได้4วัด คือวัดระฆัง วัดอรุณ วัดโพธิ์ และวัดพระแก้ว เอาฤกษ์เอาชัย...
     
    ปีใหม่นี้มี New Year Resolutions ใหม่ๆอีกแล้ว จะทำให้ได้ๆๆ
    1.จะรักตัวเองให้มากกว่าเดิมอีก (% difficulty: 10%)
         ข้อนี้ไม่น่ายาก บางครั้งเราอาจจะคิดถึงคนอื่นมากเกินไปหน่อย ลืมแคร์สุขภาพและความรู้สึกของตัวเอง ให้ซะสิบเปอร์เซนต์
     
    2. จะพยายามละทานเนื้อสัตว์ (หมู ไก่ เป็ด) ให้น้อย ถึงน้อยที่สุด  (% difficulty: 15%)
         จะกินต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ถึงกับไม่กินเลย (ก็ถ้าเลือกไม่ได้) แต่จะไม่สร้างความลำบากให้ใคร (เลือกได้ก็ไม่กิน) หรือให้รางวัลตัวเองในโอกาสพิเศษ
         (15% นี่ กลัวว่า จะให้รางวัลตัวเองบ่อยไปหน่อยนะสิ)   
     
    3. จะลดอาหารปรุงแต่ง ให้มากขึ้น (% difficulty: 20%)
        อ้วนๆ ไม่ดีต่อสุขภาพด้วย (จริงๆควรมากกว่า 20% เพราะต้องตัดใจ กินขนมน้อยลง...ยากส์เหมือนกันแฮะ)
     
    4. จะฟิตออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ5วัน (% difficulty: 80%)
        ความยากส์เด้งขึ้นมาทันทีถึง 80% อุปสรรคคือความขี้เกียจ มีทติ้งเพื่อนๆ แต่อยากฟิต ทำไงดี อาทิตย์ละ2-3วันมันน้อยไปหน่อย
     
    5. จะชอปปิ้งน้อยลง! (% difficulty: 90%)
        แค่คิดก็ยากส์แล้ว...แต่ไม่เป็นไร ตั้งไว้ก่อน เผื่อทำได้ เอาไว้เตือนใจ haha
     
    ปีที่แล้วถือว่าประสบความสำเร็จนะ เพราะหยุดแล้ว..ชีวิตปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม อันนี้เลิกเด็ดขาด แต่ก็ยังไปปารตี้ได้ ไม่ต้องห่วง
    น้ำแข็ง น้ำเย็น ก็กินน้อยลง แต่ไม่ซีเรียสถึงขั้นไม่กินเลย ก็กินได้บ้างแต่นับว่าน้อย
     
    แล้วเพื่อนๆละจ๊ะ ปีใหม่ทำไรกัน...คิดถึงๆ
     
    Miss you all...
    Miss going-to-be healthy Valen